ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๗. สุนิกขิตวรรค
  12. /
  13. ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน

๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๘๓ · บรรทัด ๒๗๐๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่มัฏฐกุณฑลีมาณพ

ผู้ทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าก่อนสิ้นใจ

(พราหมณ์ถามเทพบุตรตนนั้นว่า)

[๑๒๐๗]

เจ้าประดับตกแต่งร่างกาย ใส่ต่างหูเกลี้ยง

ทัดทรงดอกไม้ มีกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์แดง

ประคองแขนคร่ำครวญอยู่กลางป่า

เจ้าเป็นทุกข์เรื่องอะไร

@เชิงอรรถ :

@๑ ห้วงน้ำคือกิเลส

(มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรตอบว่า)

[๑๒๐๘]

เรือนรถที่ทำด้วยทองคำ งามผุดผ่องเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้ายังหาล้อรถทั้งคู่นั้นไม่ได้

เพราะความทุกข์นั้น ข้าพเจ้าจักยอมสละชีวิต

(พราหมณ์กล่าวว่า)

[๑๒๐๙]

พ่อมาณพผู้เจริญ ล้อทองคำ ล้อแก้วมณี ล้อทองแดง

หรือล้อเงิน จงบอกข้ามา ข้าจะจัดล้อทั้งคู่ให้เจ้า

[๑๒๑๐]

มาณพนั้นกล่าวแก่พราหมณ์นั้นว่า

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้งสองย่อมปรากฏในท้องฟ้านั้น

รถทองคำของข้าพเจ้าย่อมงามด้วยล้อทั้งคู่นั้น

(พราหมณ์กล่าวว่า)

[๑๒๑๑]

พ่อมาณพ เจ้าโง่นัก ที่มาปรารถนาสิ่งที่ไม่ควรปรารถนา

ข้าเข้าใจว่า เจ้าจักตายเสียเปล่า

เพราะเจ้าไม่มีทางที่จะได้ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เลย

(มาณพกล่าวว่า)

[๑๒๑๒]

แม้การโคจรไปมาของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ก็ยังปรากฏอยู่

รัศมีก็ยังปรากฏอยู่ในวิถีทั้งสอง

ส่วนคนที่ตายไปแล้วย่อมไม่ปรากฏ

เราทั้งสองผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในที่นี้

ใครหนอโง่กว่ากัน

(พราหมณ์กล่าวว่า)

[๑๒๑๓]

พ่อมาณพ เจ้าพูดจริงแท้ เราทั้งสองผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่

ข้านี่แหละโง่กว่า ที่มาปรารถนาคนที่ตายไปแล้ว

เหมือนทารกร้องไห้อยากได้ดวงจันทร์

[๑๒๑๔]

เจ้าช่วยระงับข้าผู้เร่าร้อนให้สงบ

ดับความกระวนกระวายทั้งหมดได้

เหมือนคนใช้น้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง

[๑๒๑๕]

เจ้าบรรเทาความเศร้าโศกถึงบุตรของข้าผู้กำลังเศร้าโศก

ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความโศก

ซึ่งเสียบที่หัวใจของข้าขึ้นได้แล้วหนอ

[๑๒๑๖]

พ่อมาณพ ข้าซึ่งเจ้าช่วยถอนลูกศรคือความโศกขึ้นให้แล้ว

ก็เย็นสงบแล้ว จะไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของเจ้า

(พราหมณ์เมื่อจะถามต่อไป จึงกล่าวว่า)

[๑๒๑๗]

เจ้าเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ

เจ้าเป็นใคร เป็นบุตรของใครหรือ เราจะรู้จักเจ้าได้อย่างไร

(มาณพเปิดเผยตนแก่พราหมณ์นั้นว่า)

[๑๒๑๘]

ท่านเองเผาบุตรคนใดที่ป่าช้าแล้ว

คร่ำครวญร้องไห้ถึงบุตรคนใด

บุตรคนนั้นคือข้าพเจ้า ซึ่งทำกุศลกรรมแล้ว

ได้เกิดร่วมกับหมู่เทพชั้นไตรทศ

(พราหมณ์ถามว่า)

[๑๒๑๙]

เมื่อเจ้าให้ทานน้อยหรือมาก ในเรือนของตน

หรือรักษาอุโบสถกรรมเช่นนั้น ข้าพเจ้ามิได้เห็น

เพราะกรรมอะไรเจ้าจึงไปเทวโลกได้

(มาณพตอบว่า)

[๑๒๒๐]

ข้าพเจ้าป่วยเป็นไข้ ทุกข์ทรมาน

มีกายกระสับกระส่ายอยู่ในที่อยู่ของตน

ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสดังธุลี

ทรงข้ามพ้นความสงสัย เสด็จไปดีแล้ว มีพระปัญญาไม่ต่ำทราม

[๑๒๒๑]

ข้าพเจ้านั้นมีใจเบิกบาน มีจิตเลื่อมใส

ได้ทำอัญชลีกรรมแด่พระตถาคต

ครั้นทำกุศลกรรมนั้นแล้ว ได้เกิดร่วมกับหมู่เทพชั้นไตรทศ

(พราหมณ์กล่าวว่า)

[๑๒๒๒]

น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยมีมาแล้วหนอ

อัญชลีกรรมมีผลเป็นได้ถึงเช่นนี้

แม้ข้าพเจ้าก็มีใจเบิกบาน มีจิตเลื่อมใส

จึงขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึกในวันนี้นี่เอง

(มาณพกล่าวว่า)

[๑๒๒๓]

ท่านจงมีจิตเลื่อมใส ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม

และพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึกในวันนี้นี่แหละ

อนึ่ง ท่านจงสมาทานสิกขาบท ๕ อย่าให้ขาดและด่างพร้อย

[๑๒๒๔]

คือ จงรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการลักทรัพย์

ยินดีเฉพาะภรรยาของตน อย่ากล่าวเท็จ อย่าดื่มน้ำเมา

(พราหมณ์กล่าวว่า)

[๑๒๒๕]

เทวดาผู้น่าบูชา ท่านเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์

หวังความเกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจะทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า

[๑๒๒๖]

ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมอันยอดเยี่ยม

และพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า

ผู้ทรงเป็นเทพของนรชนเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๑๒๒๗]

ข้าพเจ้าจะรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการลักทรัพย์

ยินดีเฉพาะภรรยาของตน ไม่กล่าวเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา

มัฏฐกุณฑลีวิมานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. อเนกวัณณวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๗. สุนิกขิตวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. เสริสสกวิมาน