ท่านเจริญวัยแล้ว เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว ได้บวชในสำนักของท่านพระอานนทเถระ ได้อภิญญา ๖.
ด้วยเหตุนั้น ในอปทานท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า ๑-
พระนราสภผู้ทรงเป็นเทพเจ้าของเทพทั้งหลาย เสด็จดำเนินไปบนถนน งดงามเหมือนเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงยังความมืดมนอนธการให้พินาศไป ให้คนจำนวนมากข้ามฟากได้ ทรงโชติช่วงอยู่ด้วยแสงสว่างคือพระญาณ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นนายกโลก ทรงนำสัตวโลกไป ทรงยกสัตวโลกจำนวนมากขึ้นด้วย (พระปรีชาญาณ) จำนวนแสน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงย่ำกลองคือพระธรรม บดขยี้หมู่เดียรถีย์ บันลือสีหนาทอยู่ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. ทวยเทพพร้อมทั้งพระพรหมตั้งแต่พรหมโลก พากันมาทูลถามปัญหาที่ละเอียด ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. เหล่ามนุษย์พร้อมทั้งเทวดาพากันมาประนมมือทูลวิงวอนต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ก็ได้บุญ เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. ปวงชนพากันมาชุมนุมห้อมล้อมพระองค์ผู้มีพุทธจักษุ พระองค์ผู้อันเขาทูลเชิญแล้วก็ไม่ทรงสะทกสะท้าน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส.
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดเสด็จเข้าพระนคร กลองจะดังขึ้นมากมาย ช้างพลายที่เมามันก็พากันบันลือ ใครเล่าเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้วจะไม่เลื่อมใส.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที