ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ มีนามว่าหาริตะ เจริญวัยแล้ว อาศัยความถือตัวเพราะชาติจึงร้องเรียกคนอื่น ด้วยวาทะว่า คนถ่อย ถึงบวชแล้วก็ไม่เลิกละการร้องเรียกว่า คนถ่อย เพราะประพฤติมานานแล้ว

อยู่มาวันหนึ่ง ท่านได้ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา เกิดความสลดใจ เริ่มตั้งวิปัสสนากรรมฐาน ตรวจตราดูความเป็นไปแห่งจิตของตนได้เห็นจิตถูกมานะและอุทธัจจะยึดแล้ว จึงละทิ้งมานะและอุทธัจจะ ยังวิปัสสนาให้ก้าวหน้าขึ้นไปแล้ว ได้บรรลุพระอรหัตผล.

ด้วยเหตุนั้น ในอปทาน ท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า ๑-

เมื่อมหาชนทำเชิงตะกอน นำของหอมนานาชนิดมา ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ดีใจ ได้บูชาด้วยของหอมกำมือ ๑ ในกัปที่แสนนับถอยหลังแต่กัปนี้ไป เพราะเหตุที่ข้าพเจ้าได้บูชาเชิงตะกอน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาเชิงตะกอน. กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าเผาแล้ว ฯลฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติแล้ว. ____________________________ ๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๕๐

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๓,๙๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๕. หาริตเถรคาถา”