โส ทุติยทิวเส กาลสฺเสว ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา กาลํ อาโรจาเปตฺวา สทฺธึ ภิกฺขูหิ อาคจฺฉนฺตสฺส เถรสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ปุรกฺขตฺวา เคหํ ปเวเสสิ. อถ มหารหกปฺปิยปจฺจตฺถรณอตฺถเตสุ อาสเนสุ เถเร จ ภิกฺขูสุ จ นิสินฺเนสุ คนฺธปุปฺผธูเปหิ ๔- ปูชํ กตฺวา ปณีเตน อนฺนปาเนน เต สนฺตปฺเปตฺวา สญฺชาตปฺปสาโท กตญฺชลี อนุโมทนํ สุณิตฺวา กตภตฺตานุโมทเน เถเร คจฺฉนฺเต ปตฺตํ คเหตฺวา อนุคจฺฉนฺโต นครโต นิกฺขมิตฺวา ปฏินิวตฺตนฺโต

@๔ สี.,อิ. คนฺธปุปฺผธูปทีเปหิ "ภนฺเต ตุเมฺหหิ นิจฺจํ มม เคหํ ปวิสิตพฺพนฺ"ติ ยาจิตฺวา เถรสฺส อธิวาสนํ ญตฺวา นิวตฺติ. เอวํ โส เถรํ อุปฏฺฐหนฺโต ตสฺส โอวาเท ปติฏฺฐาย โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ, วิหารญฺจ กาเรสิ, สพฺเพ จ อตฺตโน ญาตเก สาสเน อภิปฺปสนฺเน อกาสิ.

มาตา ปนสฺส มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิตจิตฺตา หุตฺวา เอวํ ปริภาสิ "ยํ ตฺวํ มม อนิจฺฉนฺติยา เอว สมณานํ อนฺนปานํ เทสิ, ตํ เต ปรโลเก โลหิตํ สมฺปชฺชตู"ติ. เอกํ ปน โมรปิญฺฉกลาปํ วิหารมหทิวเส ทิยฺยมานํ อนุชานิ. สา กาลํ กตฺวา เปตโยนิยํ อุปฺปชฺชิ, โมรปิญฺฉกลาปทานานุโมทเนน ปนสฺสา เกสา นีลา สินิทฺธา เวลฺลิตคฺคา สุขุมา ทีฆา จ อเหสุํ. สา ยทา คงฺคานทึ "ปานียํ ปิวิสฺสามี"ติ โอตริ, ตทา นที โลหิตปูรา ๑- โหติ. สา ปญฺจปณฺณาส วสฺสานิ ขุปฺปิปาสาภิภูตา วิจริตฺวา เอกทิวสํ กงฺขาเรวตตฺเถรํ คงฺคาย ตีเร ทิวาวิหารํ นิสินฺนํ ทิสฺวา อตฺตานํ อตฺตโน เกเสหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อุปสงฺกมิตฺวา ปานียํ ยาจิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ:-

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๑,๕๒๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. อุตตรมาตุเปตวัตถุ”