๑๒. มุทิตเถรคาถา
[๓๓๔] เรามีความต้องการเลี้ยงชีพ ได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว ภายหลังกลับ ได้ศรัทธา มีความเพียรบากบั่นมั่นคง โดยตั้งใจว่า ร่างกายของเรานี้จง แตกทำลายไป เนื้อหนังของเราพึงเหือดแห้งไป แข้งขาทั้งสองของเรา จะหลุดจากที่ต่อแห่งเข่าทั้งสอง ตกลงไปที่พื้นดินก็ตามที เมื่อเรายังถอน ลูกศรคือตัณหาไม่ได้ เราจักไม่กิน ไม่ดื่ม จักไม่ออกจากวิหาร และ จักไม่เอนกายนอน ขอท่านจงดูความเพียรและความบากบั่นของเรา ผู้อยู่ ด้วยความตั้งใจอย่างนั้น เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว ได้ทำกิจพระพุทธ ศาสนาเสร็จแล้ว. _______________________________________ พระเถระที่กล่าวคาถาองค์ละ ๔ คาถา รวมเป็น ๕๒ คาถา รวมเป็นพระเถระ ๑๓ องค์ คือ ๑. พระนาคสมาลเถระ ๒. พระภคุเถระ ๓. พระสภิยเถระ ๔. พระนันทกเถระ ๕. พระชัมพุกเถระ ๖. พระเสนกเถระ ๗. พระสัมภูตเถระ ๘. พระราหุลเถระ ๙. พระจันทนเถระ ๑๐. พระธรรมิกเถระ ๑๑. พระสัปปกเถระ ๑๒. พระมุทิตเถระ. จบ จตุกกนิบาตที่ ๔. ____________________________ เถรคาถา ปัญจกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในปัญจกนิบาต ๑. ราชทัตตเถรคาถา สุภาษิตสอนให้พิจารณาสังขาร