ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เอกกนิบาตชาดก
  10. /
  11. ๑๐. ลิตตวรรค
  12. /
  13. ๑. ลิตตชาดก

๑. ลิตตชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๙๑ · บรรทัด ๖๐๔เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการบริโภคปัจจัยที่มิได้พิจารณาตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ลิตฺตํ ปรเมน เตชสา ดังนี้.

ได้ยินมาว่า ในกาลนั้น พวกภิกษุได้ปัจจัยมีจีวรเป็นต้นโดยมากไม่ได้พิจารณาแล้วบริโภค ภิกษุเหล่านั้นผู้ไม่ได้พิจารณาปัจจัย ๔ แล้วบริโภค โดยมากจะไม่พ้นจากนรกและกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน.

พระศาสดาทรงทราบเหตุนั้น ตรัสธรรมกถาแก่ภิกษุทั้งหลายโดยปริยายเป็นอันมาก ตรัสถึงโทษในการไม่พิจารณาปัจจัย แล้วใช้สอย ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาภิกษุได้รับปัจจัย ๔ แล้ว ไม่พิจารณาบริโภคไม่ควรเลย เพราะฉะนั้น จำเดิมแต่นี้ พวกเธอต้องพิจารณาแล้วจึงค่อยบริโภค เมื่อทรงแสดงวิธีพิจารณา ทรงวางแบบแผนไว้ โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาโดยแยบคายแล้วจึงใช้สอยจีวร ฯลฯ เพื่อต้องการปกปิดอวัยวะที่น่าละอาย แล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การพิจารณาปัจจัย ๔ อย่างนี้แล้วบริโภค ย่อมสมควร ขึ้นชื่อว่าการไม่พิจารณาแล้วบริโภค เป็นเช่นกับบริโภคยาพิษที่ร้ายแรงยิ่งใหญ่ ด้วยว่า คนในครั้งก่อนไม่พิจารณา ไม่รู้โทษ บริโภคยาพิษ ผลที่สุดต้องเสวยทุกข์ใหญ่หลวง ดังนี้แล้ว ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติ อยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลมีโภคะมากตระกูลหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เป็นนักเลงสกา ครั้นเวลาต่อมา มีนักเลงสกาโกงอีกคนหนึ่ง เล่นกับพระโพธิสัตว์ เมื่อตนเป็นฝ่ายชนะ ก็ไม่ทำลายสนามเล่น แต่ในเวลาแพ้ ก็เอาลูกสกาใส่เสียในปาก กล่าวว่า ลูกสกาหายเสียแล้ว พาลเลิกหลีกไป.

พระโพธิสัตว์ทราบเหตุของเขา คิดว่า ช่างเถิด เราจักหาอุบายแก้เผ็ดในเรื่องนี้ ดังนี้แล้ว รวบเอาลูกสกาไปย้อมด้วยยาพิษอย่างแรง ในเรือนของตน แล้วตากให้แห้ง บ่อยๆ ครั้ง แล้วนำเอาลูกสกาเหล่านั้นไปสู่สำนักของเขา กล่าวว่า มาเถิดเพื่อน เราเล่นสกากันเถิด. เขารับคำว่า ดีละเพื่อน จัดแจงสนามเล่น เล่นกับพระโพธิสัตว์เรื่อยไป พอเวลาตนแพ้ ก็เอาลูกสกาลูกหนึ่งใส่ปากเสีย ครั้นพระโพธิสัตว์เห็นเขาทำอย่างนั้น เพื่อจะท้วงว่า กลืนเข้าไปเถิด ภายหลังเจ้าจักรู้ว่า นี้มันชื่อนี้

จึงกล่าวคาถานี้ ความว่า

บุรุษกลืนลูกสกาอันเคลือบด้วยยาพิษอย่างแรง ยังไม่รู้ตัว ดูก่อนเจ้าคนร้าย เจ้านักเลงชั่ว จงกลืนเถิด จงกลืนกินเข้าไปเถิด ภายหลังผลร้ายจักมีแก่เจ้า ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ลิตฺตํ ความว่า ลูกสกาที่เคลือบไว้แล้ว ย้อมไว้แล้ว.

บทว่า ปรเมน เตชสา ความว่า ด้วยยาพิษอันร้ายแรง สมบูรณ์ด้วยฤทธิ์เดชอันสูง.

บทว่า คิลํ แปลว่า กลืน.

บทว่า อกฺขํ แปลว่า ลูกสกา.

บทว่า น พุชฺฌติ ความว่า ไม่รู้ตัวว่าเมื่อเรากลืนลูกสกานี้อยู่ ชื่อว่าต้องกระทำกรรมนี้.

บทว่า คิล เร ความว่า กลืนเถิดเจ้าคนร้าย. พระโพธิสัตว์กล่าวย้ำซ้ำเตือนอีกว่า คิล จงกลืน.

บทว่า ปุจฺฉา เต กฏุกํ ภวิสฺสติ ความว่า เมื่อเจ้ากลืนลูกสกานี้ไปแล้ว ภายหลังพิษอันร้ายแรงจักมี.

ขณะเมื่อ พระโพธิสัตว์กำลังพูดอยู่นั่นแหละ เขาสลบไปแล้ว ด้วยกำลังของยาพิษ นัยน์ตากลับคอตก ล้มฟาดลง พระโพธิสัตว์คิดว่า ควรจะให้ชีวิตเป็นทานแม้แก่เขา จึงให้ยาสำรอกที่ปรุงด้วยโอสถ จนสำรอกออกมา และให้กินเนยใส น้ำอ้อย น้ำผึ้งและน้ำตาลกรวดเป็นต้น ทำให้หายโรคแล้วสั่งสอนว่า อย่าได้กระทำกรรมเห็นปานนี้อีก ดังนี้แล้ว กระทำบุญมีทานเป็นต้น ไปตามยถากรรม.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่า การไม่พิจารณาแล้วบริโภค ย่อมเป็นเช่นกับการบริโภคยาพิษ อันตนเคยกระทำไว้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า

นักเลงผู้เป็นบัณฑิตในกาลนั้น ได้มาเป็น เราตถาคต

ส่วนนักเลงโกงจะไม่กล่าวถึงในเรื่องนี้ เหมือนอย่างผู้ใดไม่ปรากฏในกาลนี้ ผู้นั้นก็ไม่กล่าวถึงในเรื่องทั้งปวง ฉะนี้แล. -----------------------------------------------------

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๙๑ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๐. อกตัญญูชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗๑๐. ลิตตวรรคหัวข้อถัดไป๒. มหาสารชาดก