ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ฉักกนิบาตชาดก
  10. /
  11. ๑. อาวาริยวรรค
  12. /
  13. ๑. อาวาริยชาดก

๑. อาวาริยชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๘๓๑ · บรรทัด ๓๘๒๕เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. ฉักกนิบาต

๑. อวาริยวรรค

หมวดว่าด้วยบิดาของนางอวาริยา

๑. อวาริยชาดก (๓๗๖)

ว่าด้วยบิดาของนางอวาริยา

(ฤๅษีโพธิสัตว์กล่าวสอนพระราชาอยู่ทุกๆ วันว่า)

[๑]

ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธเลย

มหาบพิตรผู้เป็นจอมทัพ ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธเลย

พระราชาผู้ไม่ทรงพิโรธตอบผู้ที่โกรธ

ย่อมเป็นที่บูชาของชาวแว่นแคว้น

[๒]

อาตมภาพพร่ำสอนในที่ทุกสถาน

คือ ทั้งในหมู่บ้าน ในป่า ในที่ลุ่ม หรือในที่ดอน

ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้จอมทัพ

ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธเลย

(พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงนายเรือผู้โง่เขลาว่า)

[๓]

ที่แม่น้ำคงคาได้มีคนแจวเรือจ้างชื่ออวาริยปิตา ๑-

เขารับส่งคนข้ามฟากก่อนแล้วจึงขอค่าโดยสารภายหลัง

เพราะเหตุนั้น เขาจึงมีการทะเลาะวิวาทกับคนโดยสาร

จึงไม่เจริญด้วยโภคะทั้งหลาย

@เชิงอรรถ :

@๑ อวาริยปิตา แปลว่า เป็นบิดาของนางอวาริยา (ขุ.ชา.อ. ๕/๓/๓)

(ฤๅษีโพธิสัตว์บอกถึงเหตุที่จะให้โภคะเจริญแก่นายเรือนั้นว่า)

[๔]

พ่อเรือจ้าง ท่านจงขอค่าโดยสาร

กับคนที่ยังไม่ได้ข้ามไปฝั่งโน้นก่อนซิ

เพราะว่า ใจของคนที่ข้ามฟากไปแล้วเป็นอย่างหนึ่ง

ใจของคนที่ต้องการจะข้ามฟากเป็นอีกอย่างหนึ่ง

(ฤๅษีโพธิสัตว์สอนนายเรือนั้นอีกว่า)

[๕]

อาตมภาพพร่ำสอนในที่ทุกสถาน

คือ ทั้งในหมู่บ้าน ในป่า ในที่ลุ่ม หรือในที่ดอน

พ่อเรือจ้าง ขอท่านอย่าโกรธเลย

(พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า)

[๖]

พระราชาได้พระราชทานบ้านส่วยเพราะอนุสาสนีบทใด

เพราะอนุสาสนีบทนั้นแหละ คนแจวเรือจ้างจึงได้ตบปาก ๑-

(พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสข้อความสุดท้ายว่า)

[๗]

ถาดใส่อาหารก็ตกแตกแล้ว ภรรยาก็ถูกทำร้าย

และเด็กที่เกิดในครรภ์ก็แท้งตกลงมาที่ภาคพื้น

เขาไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นจากโอวาทนั้นได้

เหมือนเนื้อไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นจากทองคำ ๒-

อวาริยชาดกที่ ๑ จบ

๒. เสตเกตุชาดก (๓๗๗)

ว่าด้วยเสตเกตุดาบส

(พระโพธิสัตว์เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์สอนมาณพเสตเกตุผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ว่า)

@เชิงอรรถ :

@๑ ตบปาก ในที่นี้หมายถึงตบปากของฤาษีโพธิสัตว์ (ขุ.ชา.อ. ๕/๖/๕)

@๒ ไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นจากทองคำ คือไม่อาจทำทองคำให้เกิดเป็นประโยชน์ได้ (ขุ.ชา.อ. ๕/๗/๖)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. กโปตกชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗๑. อาวาริยวรรคหัวข้อถัดไป๒. เสตเกตุชาดก