ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ทสกนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๓. จตุโปสถชาดก

๓. จตุโปสถชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๓๔๒ · บรรทัด ๕๕๒๔เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. จตุโปสถิยชาดก (๔๔๑)

ว่าด้วยบุคคลทั้ง ๔ รักษาอุโบสถ

(วรุณนาคราชกล่าวว่า)

[๒๔]

นรชนใดไม่ทำความโกรธในบุคคลที่ควรโกรธ

และไม่โกรธในกาลไหนๆ

นรชนนั้นเป็นสัตบุรุษ

สัตบุรุษนั้นแม้จะโกรธก็ไม่เปิดเผยความโกรธ

นรชนนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก

(พญาครุฑกล่าวว่า)

[๒๕]

นรชนใดมีท้องพร่องอยู่ ยังอดทนต่อความหิวได้

ฝึกตนได้ มีตบะ ดื่มน้ำและบริโภคอาหารพอประมาณ

ไม่ทำความชั่วเพราะเหตุแห่งอาหาร

นรชนนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๒๖]

นรชนใดละการเล่นและความยินดีในกามทั้งปวงเสียได้

ไม่พูดเหลาะแหละอะไรๆ ในโลก

งดเว้นจากการประดับตบแต่งร่างกายและจากเมถุนธรรม

นรชนนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก

(พระเจ้าธนัญชัยได้สดับดังนั้น จึงตรัสว่า)

[๒๗]

อนึ่ง นรชนใดสละความหวงแหนและโลภธรรมทั้งปวงได้

ด้วยปัญญาเครื่องกำหนดรู้

นรชนนั้นแลผู้ฝึกตน มีความมั่นคง

ไม่ยึดถือสิ่งหนึ่งสิ่งใดว่าเป็นของเรา หมดความหวัง

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก

(พระราชาเหล่านั้นทั้งหมดพากันถามวิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

[๒๘]

พวกข้าพเจ้าขอถามท่านผู้มีปัญญาไม่ทราม รู้สิ่งที่ควรทำ

พวกข้าพเจ้าเกิดมีการโต้แย้งกันในถ้อยคำทั้งหลาย

ในวันนี้ ขอท่านจงตัดความสงสัยลังเลใจให้ด้วย

จงช่วยข้าพเจ้าทั้งหมดให้ข้ามพ้นความสงสัยลังเลใจนั้นเสีย

(วิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๒๙]

บัณฑิตเหล่าใดได้เห็นเนื้อความ

บัณฑิตเหล่านั้นจึงจะกล่าวได้อย่างแยบคายในกาลนั้น

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย

จะแนะนำเนื้อความแห่งถ้อยคำที่ยังมิได้บอกกล่าวได้อย่างไรหนอ

[๓๐]

ก็พญานาคราชกล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร

พญาครุฑบุตรของนางวินตากล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร

ราชาแห่งคนธรรพ์กล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร

ราชาแห่งชาวแคว้นกุรุผู้ประเสริฐกล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร

(พระราชาทั้ง ๔ พระองค์ตรัสกับวิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

[๓๑]

พญานาคกล่าวสรรเสริญขันติ

พญาครุฑบุตรของนางวินตากล่าวสรรเสริญความเป็นผู้มีอาหารน้อย

ราชาแห่งคนธรรพ์กล่าวสรรเสริญการละความอภิรมย์

พระราชาแห่งชาวแคว้นกุรุผู้ประเสริฐกล่าวสรรเสริญความไม่กังวล

(วิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๓๒]

คำเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสุภาษิต

ก็ในคำเหล่านี้ หาคำที่เป็นทุพภาษิตไม่ได้สักข้อเดียว

และคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้มีอยู่ในนรชนใดอย่างมั่นคง

เหมือนอย่างซี่กำที่สอดใส่ไว้ในดุมเกวียน

นรชนนั้นแลผู้พรั่งพร้อมด้วยธรรมทั้ง ๔ ประการ

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก

(พระราชาทั้ง ๔ พระองค์ตรัสว่า)

[๓๓]

ท่านประเสริฐจริงหนอ ยอดเยี่ยม เป็นผู้ถึงธรรม

รู้ธรรม มีปัญญาดี สางปัญหาได้ด้วยปัญญา

เป็นนักปราชญ์ ขจัดความสงสัยลังเลใจเสียได้

เหมือนนายช่างงาตัดงาช้างด้วยเลื่อยอันคม

[๓๔]

ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน

นี้เป็นผ้าสีดอกอุบล ผุดผ่อง เนื้อละเอียดเสมือนควันไฟ

หาค่ามิได้ ข้าพเจ้าขอมอบให้ท่านเพื่อบูชาธรรม

[๓๕]

ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน

นี้เป็นพวงมาลาทองคำ แย้มบาน มีกลีบถึง ๑๐๐ กลีบ

มีเกษรที่ประดับประดาด้วยรัตนะถึง ๑,๐๐๐

ข้าพเจ้าขอมอบให้ท่านเพื่อบูชาธรรม

[๓๖]

ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน

แก้วมณีหาค่ามิได้ สวยงาม ผุดผ่อง เป็นเครื่องประดับคล้องคอ

ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอมอบให้ท่านเพื่อบูชาธรรม

[๓๗]

ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน ขอมอบโคนม โคผู้

และช้าง อย่างละ ๑,๐๐๐ ตัว รถเทียมม้าอาชาไนย ๑๐ คัน

และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลเหล่านี้ให้แก่ท่านเพื่อบูชาธรรม

(พระบรมศาสดาทรงประมวลชาดกมาตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า)

[๓๘]

พญานาคในครั้งนั้น คือ พระสารีบุตร

ส่วนพญาครุฑ คือ โกลิตะ ๑- ราชาแห่งคนธรรพ์ คือ พระอนุรุทธะ

พระราชา คือ พระอานนท์ผู้เป็นบัณฑิต

ส่วนวิธุรบัณฑิต คือ พระโพธิสัตว์

เธอทั้งหลายจงทรงจำชาดกไว้อย่างนี้แล

จตุโปสถิยชาดกที่ ๓ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ โกลิตะ คือ พระมหาโมคคัลลานเถระ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. กัณหชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ทสกนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๔. สังขชาดก