ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ทสกนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๑๒. พิลารโกสิยชาดก

๑๒. พิลารโกสิยชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๔๔๓ · บรรทัด ๕๘๔๕เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๒. พิลารโกสิยชาดก (๔๕๐)

ว่าด้วยท้าวสักกะทรมานเศรษฐีตีนแมว

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๑๒๕]

สัตบุรุษทั้งหลายถึงจะไม่หุงต้มกินเอง

ได้โภชนะมาก็ปรารถนาที่จะให้

ส่วนท่านหุงต้มกินเอง ไฉนเล่าจึงไม่ให้

การไม่ให้นั้นไม่สมควรเลย

[๑๒๖]

คนไม่ให้ทานเพราะเหตุ ๒ อย่างนี้

คือ เพราะตระหนี่ ๑ เพราะประมาท ๑

ผู้รู้เมื่อหวังบุญ ควรให้ทาน

[๑๒๗]

คนตระหนี่กลัวต่อความหิวความกระหายอันใดจึงไม่ให้ทาน

ภัยคือความหิวและความกระหายนั่นแหละย่อมมีแก่เขาผู้ไม่ให้

คนตระหนี่กลัวต่อความหิวและความกระหายอันใด

ความหิวและความกระหายนั่นแหละย่อมเบียดเบียนเขาผู้เป็นคนพาล

ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

[๑๒๘]

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน

กำจัดความตระหนี่แล้วพึงให้ทาน

เพราะบุญเป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ในโลกหน้า

(สุริยเทพบุตรเสด็จลงมาแล้ว ขออาหารว่า)

[๑๒๙]

อสัตบุรุษทั้งหลายเมื่อจะให้ทานชื่อว่าให้ได้ยาก

เมื่อจะกระทำกรรมก็ชื่อว่าทำได้ยาก

ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายพวกอสัตบุรุษรู้ได้ยาก

และพวกอสัตบุรุษก็ทำตามได้ยาก

[๑๓๐]

เพราะฉะนั้น สัตบุรุษและอสัตบุรุษ

จึงมีคติที่ไปจากโลกนี้ต่างกัน คือ

พวกอสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก พวกสัตบุรุษย่อมไปสู่สวรรค์ ๑-

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเล่มนี้ หน้า ๗๙, ดู ขุ.ชา. (แปล) ๒๘/๒๒๘๖-๒๒๘๗/๕๓๗

(มาตลีเทพบุตรเสด็จมาแสดงธรรมว่า)

[๑๓๑]

แม้มีไทยธรรมเพียงเล็กน้อย คนพวกหนึ่งก็ให้

คนพวกหนึ่งมีไทยธรรมมาก แต่ไม่ให้

ทักษิณาจากไทยธรรมส่วนน้อยที่บุคคลให้แล้ว

นับได้เสมอกับการให้ตั้งพัน

(ปัญจสิขเทพบุตรเสด็จมาแสดงธรรมว่า)

[๑๓๒]

แม้ผู้ใดเที่ยวแสวงหาอาหารเลี้ยงลูกเมีย

เมื่อมีรายได้น้อยก็ยังให้ทาน ผู้นั้นชื่อว่าผู้ประพฤติธรรม

การบูชาของคนที่บูชายัญด้วยทรัพย์จำนวนพันนับแสนคนเหล่านั้น

ยังไม่ถึงแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนจนผู้ประพฤติธรรมเช่นนั้นเลย

(เศรษฐีได้ฟังดังนั้นแล้ว ได้กล่าวว่า)

[๑๓๓]

ยัญอันไพบูลย์เพราะมีค่ามากนี้

เหตุใดจึงไม่มีค่าเท่าเทียมทานที่บุคคลให้แล้วโดยสม่ำเสมอเล่า

อนึ่ง การบูชาของคนที่บูชายัญด้วยทรัพย์ จำนวนพันนับแสนคน

เหล่านั้นย่อมไม่ถึงแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนจน

ผู้ประพฤติธรรมเช่นนั้นเป็นอย่างไร

(ปัญจสิขเทพบุตรกล่าวว่า)

[๑๓๔]

เพราะว่าคนพวกหนึ่งตั้งอยู่ในกายกรรมเป็นต้นอันไม่สม่ำเสมอ

ทรมานสัตว์บ้าง ฆ่าสัตว์บ้าง ทำให้สัตว์เศร้าโศกบ้าง แล้วจึงให้ทาน

ทักษิณานั้นมีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา ประกอบไปด้วยอาชญา

จึงไม่เท่าราคาของทานที่เขาให้อย่างสม่ำเสมอ

การบูชาของคนที่บูชายัญด้วยทรัพย์จำนวนพันนับแสนคนเหล่านั้น

ยังไม่ถึงแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนจน

ที่ประพฤติธรรมเช่นนั้นด้วยอาการอย่างนี้

พิลารโกสิยชาดกที่ ๑๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ทสกนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๑๓. จักกวากชาดก