ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. เอกาทสกนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๔. อุทยชาดก

๔. อุทยชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๕๒๖ · บรรทัด ๖๑๔๗เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. อุทยชาดก (๔๕๘)

ว่าด้วยพระเจ้าอุทัย

(ท้าวสักกะเมื่อทรงเจรจากับพระราชธิดา จึงตรัสว่า)

[๓๗]

พระนางผู้ทรงพระภูษาสะอาด มีพระเพลาแนบสนิท

มีพระวรกายงามหาที่ตำหนิมิได้

เสด็จขึ้นสู่ปราสาท ประทับนั่งอยู่พระองค์เดียว

พระนางผู้มีพระเนตรงามเพียงดังเนตรกินนรี

หม่อมฉันขออนุญาตพระนาง

ขอให้เราได้อยู่ร่วมกันสองคนสักคืนหนึ่งนี้

(ลำดับนั้น พระราชธิดาได้ตรัสว่า)

[๓๘]

เมืองนี้มีคูในระหว่างอยู่รายรอบ

มีป้อมปราการและซุ้มประตูอันมั่นคง

มีทหารถือดาบเฝ้าระวังรักษา

ยากที่ใครๆ จะเข้ามาได้

[๓๙]

อนึ่ง แม้ทหารหนุ่มๆ ก็ไม่มีมา เมื่อเป็นเช่นนั้น

เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงต้องการพบข้าพเจ้า

(ท้าวสักกะจึงตรัสว่า)

[๔๐]

พระนางผู้เลอโฉม หม่อมฉันเป็นเทพบุตรได้มา

ณ ตำหนักของพระนาง ขอพระนางพึงพอพระทัยหม่อมฉันเถิด

หม่อมฉันขอถวายถาดทองคำซึ่งมีเหรียญทองคำเต็มถาดแด่พระนาง

(พระราชธิดาสดับพระดำรัสนั้นแล้วจึงตรัสว่า)

[๔๑]

จะเป็นเทวดา ยักษ์ หรือมนุษย์ก็ตาม

คนอื่นหม่อมฉันไม่ปรารถนา นอกจากพระเจ้าอุทัย

เทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก ขอพระองค์เสด็จไปเสียเถิด

และเสด็จไปแล้ว อย่าได้เสด็จกลับมาอีกเลย

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๔๒]

พระนางผู้ประกอบด้วยความหมดจด

พระนางอย่าให้ความยินดีในเมถุน

ที่บรรดาสัตว์ผู้บริโภคกามถือว่าเป็นความยินดีชั้นเยี่ยม

ซึ่งเป็นเหตุให้เหล่าสัตว์ประพฤติลุ่มๆ ดอนๆ ไปเลย

หม่อมฉันขอถวายถาดเงินซึ่งเต็มไปด้วยทองคำแด่พระนาง

(พระราชธิดาตรัสว่า)

[๔๓]

ธรรมดาชาย เมื่อจะให้หญิงยินยอม

ย่อมเอาทรัพย์มาประมูลหญิงที่ตนพอใจ

แต่สำหรับพระองค์ตรงกันข้าม

มีสภาพเหนือกว่าเห็นได้ชัด มีทรัพย์น้อยกว่ามาหา

(ท้าวสักกะได้ตรัสว่า)

[๔๔]

พระนางผู้มีพระวรกายงดงาม

ธรรมดาอายุและผิวพรรณของหมู่มนุษย์

ในมนุษยโลกย่อมทรุดโทรมไป

เพราะเหตุนั้น แม้ทรัพย์ก็ลดลงตามฉวีวรรณของพระนาง

เพราะวันนี้พระนางทรงชรากว่าเมื่อวาน

[๔๕]

พระราชบุตรีผู้ทรงยศ หม่อมฉันพิเคราะห์เห็นอย่างนี้ว่า

เมื่อวันคืนล่วงไป ฉวีวรรณของพระนางก็ทรุดโทรมไป

[๔๖]

พระราชบุตรีผู้มีปรีชา ด้วยวัยนี้แหละ

พระองค์ควรประพฤติพรหมจรรย์

พระองค์จะมีพระฉวีวรรณงดงามยิ่งขึ้น

(พระราชธิดาตรัสว่า)

[๔๗]

พวกเทพไม่แก่ชราเหมือนมนุษย์หรือ

ในร่างกายของพวกเทพไม่มีรอยเหี่ยวย่นหรือ

เทพบุตรผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอทูลถามพระองค์

ร่างกายของหมู่เทพเป็นอย่างไรหนอ

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๔๘]

พวกเทพไม่แก่ชราเหมือนมนุษย์

ในร่างกายของพวกเทพก็ไม่มีรอยเหี่ยวย่น

พวกเทพเหล่านั้นมีวรรณะอันเป็นทิพย์

และโภคะอันไพบูลย์ยิ่งขึ้นไปทุกวัน

(พระราชธิดาตรัสว่า)

[๔๙]

หมู่ชนมิใช่น้อยในโลกนี้กลัวอะไรหนอ

ทางอะไรที่ท่านกล่าวไว้โดยลัทธิมิใช่น้อย

เทพบุตรผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอทูลถามพระองค์

บุคคลดำรงอยู่ในทางไหนจึงไม่ต้องกลัวปรโลก

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๕๐]

บุคคลตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ ไม่กระทำบาปด้วยกาย

เมื่อครอบครองเรือนก็มีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา

อ่อนโยน รู้จักแบ่งปันกันกิน รู้ความประสงค์ของผู้ขอ

เป็นผู้สงเคราะห์ พูดผูกใจเพื่อน มีวาจาอ่อนหวาน

ดำรงอยู่ในทางนี้ ย่อมไม่กลัวปรโลก

(พระราชธิดาตรัสว่า)

[๕๑]

เทพบุตร พระองค์ย่อมพร่ำสอนหม่อมฉันเหมือนแม่เหมือนพ่อ

หม่อมฉัน ขอทูลถามพระองค์ผู้มีวรรณงดงาม

พระองค์ผู้มีพระวรกายงดงามเป็นใครกันหนอ

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๕๒]

พระนางผู้เลอโฉม หม่อมฉันคือพระเจ้าอุทัย

มาที่นี้เพราะมีสัญญากันไว้ หม่อมฉันบอกพระองค์แล้วก็จะไปละ

หม่อมฉันพ้นสัญญากับพระองค์แล้ว

(พระราชธิดาตรัสว่า)

[๕๓]

ถ้าพระองค์เป็นพระเจ้าอุทัยจริง

เสด็จมาที่นี้เพราะมีสัญญากันไว้

ขอเดชะพระราชบุตร ขอพระองค์จงพร่ำสอนหม่อมฉัน

ตราบเท่าที่จะได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง

(พระโพธิสัตว์เมื่อจะทรงสอน จึงตรัสว่า)

[๕๔]

วัยย่อมผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขณะเวลาก็เหมือนกัน

ไม่หยุดอยู่กับที่ สัตว์ทั้งหลายย่อมตายแน่นอน

สรีระร่างกายไม่ยั่งยืน ย่อมจะทรุดโทรมไป

แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด

[๕๕]

แผ่นดินทั้งสิ้นเต็มไปด้วยทรัพย์

พึงเป็นของพระราชาผู้เดียวเท่านั้น ไม่พึงตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น

บุคคลผู้ยังไม่ปราศจากราคะ ก็ย่อมจะละทิ้งทรัพย์แม้นั้นไป

แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด

[๕๖]

มารดา บิดา พี่น้องทั้งหลาย แม้ภรรยาสินไถ่ก็ดี

แม้ชนเหล่านั้นก็จะต้องพลัดพรากจากกันและกันไป

แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด

[๕๗]

แม่อุทัยภัทรา เธอรู้ว่าร่างกายเป็นอาหารของสัตว์อื่น

รู้ว่าสุคติและทุคติในสังสารวัฏเป็นสภาพที่อยู่อันต่ำต้อยแล้ว

จงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด

(พระราชธิดาเลื่อมใสแล้วเมื่อจะทรงชมเชย จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า)

[๕๘]

เทพบุตรนี้ตรัสดีแล้ว ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อย

และชีวิตนั้นลำบาก อยู่ได้นิดหน่อย ประกอบไปด้วยทุกข์

หม่อมฉันนั้นจะละทิ้งเมืองสุรุนธนะแคว้นกาสีไปบวชคนเดียว

อุทยชาดกที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. ธรรมเทวปุตตชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗เอกาทสกนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๕. ปานียชาดก