ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ทวาทสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๗. โกสิยชาดก

๗. โกสิยชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๖๗๓ · บรรทัด ๖๕๘๔เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. โกสิยชาดก (๔๗๐)

ว่าด้วยโกสิยเศรษฐี

(โกสิยเศรษฐีกล่าวว่า)

[๗๓]

ของนี้มีอยู่เพียงนิดหน่อย ได้มาแสนยาก

ข้าพเจ้าไม่ได้ซื้อ ไม่ได้ขาย ทั้งไม่ได้สะสมไว้ในที่นี้

ข้าวสุกแล่งหนึ่งนี้ไม่เพียงพอสำหรับคน ๒ คน

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๗๔]

บุคคลควรให้แต่น้อยจากของที่น้อย

ควรให้พอปานกลางจากของที่มีพอปานกลาง

ควรให้มากจากของที่มีมาก

ชื่อว่าการไม่ให้ไม่ควร

[๗๕]

ท่านโกสิยะ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า

ท่านจงให้ทานและจงบริโภค จงขึ้นสู่ทางของพระอริยะ

ผู้กินคนเดียวย่อมไม่ได้รับความสุข

(จันทเทพบุตรเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า)

[๗๖]

ผู้ใด เมื่อแขกนั่งแล้วบริโภคอาหารแต่ผู้เดียว

การบูชาของผู้นั้นเป็นโมฆะ

แม้ความเพียรที่ตั้งไว้ชอบ ๑- ของผู้นั้นก็เป็นโมฆะ

[๗๗]

ท่านโกสิยะ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า

ท่านจงให้ทานและจงบริโภค จงขึ้นสู่ทางของพระอริยะ

ผู้กินคนเดียวย่อมไม่ได้รับความสุข

(สุริยเทพเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า)

[๗๘]

ผู้ใด เมื่อแขกนั่งแล้วไม่บริโภคอาหารแต่ผู้เดียว

การบูชาของผู้นั้นย่อมมีผลจริง

แม้ความเพียรที่ตั้งไว้ชอบของผู้นั้นก็มีผลจริง

[๗๙]

ท่านโกสิยะ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงบอกท่านว่า

ท่านจงให้ทานและจงบริโภค จงขึ้นสู่ทางของพระอริยะ

ผู้กินคนเดียวย่อมไม่ได้รับความสุข

(มาตลิเทพบุตรเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า)

[๘๐]

ก็บุคคลเข้าไปยังแหล่งน้ำบางแห่งแล้วบูชาที่แม่น้ำหลายสายบ้าง

ที่สระโบกขรณีชื่อคยาบ้าง ที่ท่าน้ำชื่อโทณะ

และท่าน้ำชื่อติมพรุบ้าง ที่ห้วงน้ำใหญ่ซึ่งมีกระแสเชี่ยวบ้าง

[๘๑]

ผู้ใด เมื่อแขกนั่งแล้วไม่บริโภคอาหารแต่ผู้เดียว

การบูชาของผู้นั้นในที่นั้น

และความเพียรที่ตั้งไว้ชอบของเขาในที่นั้นย่อมมีผล

[๘๒]

ท่านโกสิยะ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงบอกท่านว่า

ท่านจงให้ทานและจงบริโภค จงขึ้นสู่ทางของพระอริยะ

ผู้กินคนเดียวย่อมไม่ได้รับความสุข

@เชิงอรรถ :

@๑ ความเพียรที่ตั้งไว้ชอบ ในที่นี้หมายถึงความเพียรที่บำเพ็ญเพื่อให้เกิดทรัพย์ (ขุ.ชา.อ. ๘/๗๖/๒๙๒)

(ปัญจสิขเทพบุตรเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า)

[๘๓]

ผู้ใด เมื่อแขกนั่งแล้วบริโภคอาหารแต่ผู้เดียว

ผู้นั้นชื่อว่ากลืนเบ็ดพร้อมทั้งเครื่องผูกที่มีสายยาว

[๘๔]

ท่านโกสิยะ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงบอกท่านว่า

ท่านจงให้ทานและจงบริโภค จงขึ้นสู่ทางของพระอริยะ

ผู้กินคนเดียวย่อมไม่ได้รับความสุข

(โกสิยเศรษฐีเห็นฤทธิ์ของเทพบุตรเหล่านั้นแล้วจึงกล่าวว่า)

[๘๕]

พราหมณ์เหล่านี้มีผิวพรรณงามจริงหนอ

แต่สุนัขของพวกท่านตัวนี้ เพราะเหตุไร

จึงเปลี่ยนแปลงรัศมีสีสันได้ต่างๆ นานา

ข้าแต่ท่านพราหมณ์ทั้งหลาย ขอท่านจงบอกข้าพเจ้าว่า

พวกท่านเป็นใครกันหนอ

(ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า)

[๘๖]

เทพทั้งหลายที่มา ณ ที่นี้ คือ

จันทเทพบุตรและสุริยเทพบุตรทั้ง ๒ มาตลีเทพสารถี

เราคือท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพชั้นไตรทศ

ส่วนผู้นี้แลชื่อว่าปัญจสิขเทพบุตร

(ท้าวสักกะสรรเสริญยศของปัญจสิขเทพบุตรว่า)

[๘๗]

เสียงปรบมือ ๑ ตะโพน ๑ กลอง ๑ เปิงมาง ๑

ย่อมปลุกเทพบุตรผู้หลับแล้วให้ตื่นขึ้น

เทพบุตรผู้ตื่นขึ้นแล้วย่อมร่าเริงยินดี

(ท้าวสักกะตรัสอีกว่า)

[๘๘]

คนผู้ตระหนี่เห็นแก่ตัวเหล่านี้

บางพวกมักว่าสมณะและพราหมณ์

เมื่อทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้ตายไปก็ตกนรก

(เพื่อจะแสดงว่าบุคคลผู้ดำรงอยู่ในธรรมได้บังเกิดในเทวโลก จึงตรัสว่า)

[๘๙]

คนผู้หวังสุคติเหล่านี้ บางพวกดำรงอยู่ในธรรม

คือความสำรวมและการจำแนกแจกทาน

เมื่อทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้ตายไปก็ไปสุคติ

[๙๐]

ท่านเป็นญาติของพวกเราเมื่อชาติก่อน

แต่ท่านนั้นเป็นคนตระหนี่ ขี้โกรธ มีธรรมเลวทราม

พวกเรามาที่นี้ก็เพื่อประโยชน์แก่ท่านนั่นเอง

ท่านอย่ามีธรรมเลวทรามไปตกนรกเลย

(โกสิยเศรษฐีมีจิตยินดีกล่าวว่า)

[๙๑]

พวกท่านหวังเกื้อกูลข้าพเจ้าอย่างแน่แท้จึงได้พร่ำสอนข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจะทำตามคำที่พวกท่านผู้หวังเกื้อกูลกล่าวทุกประการ

[๙๒]

ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าพเจ้านั้นจะของดเว้น

จากความตระหนี่ จะไม่ทำบาปอะไรๆ อีก

อนึ่ง วัตถุอะไรๆ ที่ไม่พึงให้จะไม่มีแก่ข้าพเจ้า

แม้แต่น้ำข้าพเจ้ายังไม่ได้ให้แล้วก็จะไม่ยอมดื่ม

[๙๓]

ข้าแต่ท้าวสักกะ ก็เมื่อข้าพเจ้าให้อยู่ตลอดกาลทั้งปวงอย่างนี้

แม้โภคะของข้าพเจ้าจักหมดสิ้นไป ข้าแต่ท้าวสักกะ

ต่อแต่นี้ข้าพเจ้าจะละกามทั้งหลายตามที่มีอยู่แล้วบวช

โกสิยชาดกที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. มหากัณหชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ทวาทสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๘. เมณฑกปัญหาชาดก