ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. เตรสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๒. ผันทนชาดก

๒. ผันทนชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๗๓๘ · บรรทัด ๖๘๐๙เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. ผันทนชาดก (๔๗๕)

ว่าด้วยการผูกเวรของหมีและไม้สะคร้อ

(หมีได้บอกช่างไม้ว่า)

[๑๔]

ท่านผู้เดียวถือขวานเข้ามาถึงป่ายืนอยู่

เพื่อน เราถามแล้วท่านจงบอก

ท่านต้องการจะตัดไม้หรือ

(ช่างไม้ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

[๑๕]

เพื่อน เจ้าเป็นหมีเที่ยวไปยังป่าน้อยใหญ่

ทั้งป่าทึบและป่าโปร่ง เราถามแล้ว เจ้าจงบอก

ไม้อะไรถึงจะแข็งแกร่งสำหรับกงรถ

(หมีกล่าวว่า)

[๑๖]

ต้นรังก็ดี ต้นตะเคียนก็ดี ต้นหูกวางก็ดี ต้นสีเสียดก็ดี

ที่ไหนจะแข็งแกร่ง แต่ต้นไม้ที่มีนามว่าสะคร้อนั่นซิ

เป็นไม้ที่แข็งแกร่งสำหรับกงรถ

(ช่างไม้ถามว่า)

[๑๗]

ก็ต้นสะคร้อนั้น ใบก็ตาม ลำต้นก็ตามเป็นเช่นไร

เพื่อน เราถามแล้ว ท่านจงตอบ

เราจะรู้จักต้นสะคร้อได้อย่างไร

(หมีบอกว่า)

[๑๘]

ต้นไม้ใดที่กิ่งห้อยน้อมลงมาแต่ไม่หัก

ข้าพเจ้ายืนอยู่ที่โคนต้นไม้ใด ต้นไม้นั้นมีนามว่าสะคร้อ

[๑๙]

ต้นสะคร้อนี้จักเป็นไม้ที่สมควร

แก่กิจการของท่านทุกอย่าง

คือ ทำกำก็ได้ ล้อก็ได้ ดุมก็ได้

งอนไถก็ได้ กงก็ได้ ตัวรถก็ได้

(พระศาสดาทรงประกาศเรื่องนั้นว่า)

[๒๐]

ทันใดนั้น รุกขเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ต้นสะคร้อ

ก็ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ถึงข้าพเจ้าก็มีคำที่จะพูด

ภารทวาชะ โปรดฟังคำของข้าพเจ้า

[๒๑]

ท่านจงถลกหนังจากคอหมี ๔ องคุลีแล้วใช้หุ้มกงรถ

เมื่อทำเช่นนี้ กงรถจะพึงมั่นคงยิ่งขึ้น

[๒๒]

ถึงรุกขเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ต้นสะคร้อ

ได้จองเวรแล้วเพียงนั้น

ได้นำความทุกข์มาให้แก่พวกหมี

ทั้งที่เกิดแล้วและยังไม่เกิด ด้วยประการฉะนี้

[๒๓]

ด้วยประการดังกล่าวมาฉะนี้ ไม้สะคร้อยุให้คนฆ่าหมี

ส่วนหมียุให้คนโค่นต้นสะคร้อ

เพราะการวิวาทกันและกัน ต่างคนต่างยุให้ฆ่ากันและกัน คือ

[๒๔]

พวกมนุษย์เกิดการทะเลาะกันขึ้นที่ใด

ที่นั้นมนุษย์ทั้งหลายก็เปิดเผยความลับเหมือนนกยูงรำแพน

และเหมือนหมีกับไม้สะคร้อเหล่านั้น

[๒๕]

เพราะเหตุนั้น ตถาคตขอถวายพระพรมหาบพิตรทั้งหลาย

ขอมหาบพิตรทั้งหลายทรงพระเจริญ

ตราบเท่าที่ทรงสมาคมกัน ณ สถานที่นี้

ขอทรงรื่นเริงบันเทิงพระทัย อย่าทรงวิวาทกัน

อย่าทรงเป็นเหมือนหมีกับไม้สะคร้อเลย

[๒๖]

ขอมหาบพิตรทั้งหลายทรงสำเหนียกถึงความสามัคคีนั้น

ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญแล้ว

บุคคลผู้ยินดีแล้วในความสามัคคี ดำรงอยู่ในธรรม

ย่อมไม่เสื่อมจากนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ

ผันทนชาดกที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. อัมพชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗เตรสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๓. ชวนหังสชาดก