ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. เตรสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๙. รุรุมิคชาดก

๙. รุรุมิคชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๘๓๙ · บรรทัด ๗๑๐๘เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. รุรุมิคราชชาดก (๔๘๒)

ว่าด้วยน้ำใจของพญาเนื้อรุรุ

(พระราชาตรัสว่า)

[๑๑๗]

เราจะให้บ้านส่วยและเหล่านารีที่ประดับตบแต่งแล้วแก่คน

ผู้บอกกล่าวถึงพญาเนื้อตัวประเสริฐกว่าเนื้อทั้งหลายแก่เรา

(บุตรเศรษฐีกราบทูลว่า)

[๑๑๘]

ขอพระองค์ประทานบ้านส่วยและเหล่านารี

ที่ประดับตบแต่งแล้วแก่ข้าพระองค์

ข้าพระองค์จักกราบทูลถึงพญาเนื้อ

ตัวประเสริฐกว่าเนื้อทั้งหลายต่อพระองค์

(เมื่อจะบอกที่อยู่ของพญาเนื้อ จึงกราบทูลว่า)

[๑๑๙]

ณ ไพรสณฑ์แห่งนั้น ต้นมะม่วงและต้นสาละผลิดอกบานสะพรั่ง

ภูมิภาคปกคลุมไปด้วยติณชาติมีสีแดงเหมือนปีกแมลงค่อมทอง

พญาเนื้อตัวนั้นอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งนี้

(พระศาสดาทรงประกาศเรื่องนั้นว่า)

[๑๒๐]

พระราชาทรงโก่งธนูสอดใส่ลูกศร เสด็จเข้าไปใกล้

ส่วนพญาเนื้อเห็นพระราชาแล้วจึงร้องกราบทูลแต่ไกลว่า

[๑๒๑]

ทรงหยุดก่อน พระมหาราชผู้จอมทัพ

อย่าเพิ่งทรงยิงข้าพระองค์

ใครหนอกราบทูลเรื่องนี้แก่พระองค์ว่า

พญาเนื้อตัวนั้นอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งนี้

(พระราชาตรัสว่า)

[๑๒๒]

เจ้าคนที่ประพฤติเลวทรามยืนอยู่ห่างๆ

นั่นเพื่อน ก็เขานั่นแหละได้บอกเรื่องนี้แก่เราว่า

เนื้อตัวนั้นอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งนี้

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๑๒๓]

ได้ยินว่า คนบางพวกในโลกนี้

ได้กล่าวความจริงไว้อย่างนี้ว่า ไม้ลอยน้ำยังดีกว่า

ส่วนคนบางคนที่ประทุษร้ายมิตรไม่ดีเลย

(พระราชาทรงสดับดังนั้น จึงตรัสว่า)

[๑๒๔]

นี่พญาเนื้อรุรุ เจ้าติเตียนหมู่เนื้อ

หรือหมู่นก ก็หรือติเตียนหมู่มนุษย์

เพราะภัยอันใหญ่หลวงจะมาต้องเรา

เพราะได้ฟังเจ้าพูดภาษามนุษย์

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๑๒๕]

ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้ช่วยผู้ใด

ซึ่งถูกน้ำพัดมาในห้วงน้ำที่มีน้ำมาก มีกระแสเชี่ยวกรากขึ้นมา

ภัยมาถึงข้าพระองค์เพราะผู้นั้นเป็นเหตุ

การสมาคมกับคนชั่วเป็นทุกข์

(พระราชาทรงกริ้วบุตรเศรษฐี จึงตรัสว่า)

[๑๒๖]

เรานั้นจะปล่อยลูกศร ๔ ปีกดอกนี้

แหวกอากาศไปเจาะร่างเสียบตรงหัวใจ

เราจะฆ่ามันผู้ประทุษร้ายมิตร ทำกิจที่ไม่ควรทำ

ซึ่งไม่รู้จักคนผู้ทำคุณไว้เช่นนั้น

(ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๑๒๗]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ผู้ทรงพระปรีชา

การฆ่าคนชั่วนั้น สัตบุรุษทั้งหลายไม่สรรเสริญ

ขอคนผู้มีธรรมชั่วช้าจงกลับไปบ้านได้ตามความปรารถนา

และขอพระองค์ทรงพระราชทาน

สิ่งที่พระองค์ตรัสพระราชทานไว้แก่เขาเถิด

และข้าพระองค์จะกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงปรารถนา

(พระราชาทรงชมเชยพระโพธิสัตว์แล้วตรัสว่า)

[๑๒๘]

พญาเนื้อรุรุ เจ้าไม่ประทุษร้ายต่อคนผู้ประทุษร้าย

แถมยังปล่อยให้คนชั่วช้ากลับไปบ้านได้ตามสบาย

นับว่าเป็นผู้หนึ่งในบรรดาสัตบุรุษทั้งหลายแน่นอน

เราจะให้สิ่งที่ได้พูดว่าจะให้แก่เขา

และจะให้เจ้าเที่ยวไปตามความพอใจด้วย

(ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์เมื่อจะลองหยั่งพระทัยพระราชา จึงได้กราบทูลว่า)

[๑๒๙]

ขอเดชะพระราชา เสียงเหล่าสุนัขจิ้งจอกเห่าหอนก็ดี

เสียงเหล่านกร้องขันก็ดี รู้ได้ง่าย

ส่วนถ้อยคำที่พวกมนุษย์เปล่งออกมา รู้ได้ยากกว่านั้น

[๑๓๐]

คนบางคนเบื้องต้นเป็นคนใจดี ย่อมนับถือกันว่า

เป็นญาติ เป็นมิตร หรือเป็นเพื่อนอย่างนี้บ้าง

ภายหลังกลายเป็นศัตรูไปก็มี

(พระศาสดาทรงประกาศความข้อนั้นว่า)

[๑๓๑]

พวกชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกัน

ร้องทุกข์ว่า พวกเนื้อพากันมากินข้าวกล้า

ขอพระองค์ผู้สมมติเทพจงทรงห้ามหมู่เนื้อนั้น

(พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว จึงตรัสว่า)

[๑๓๒]

ชนบทจงอย่ามีและแม้แว่นแคว้นจงพินาศไปก็ตามที

ส่วนเราให้อภัยทานแล้ว

จะไม่ประทุษร้ายพญาเนื้อรุรุอย่างเด็ดขาด

[๑๓๓]

ชนบทของเราจงอย่ามีและแว่นแคว้นของเราจงพินาศไป

ส่วนเราให้พรแก่พญาเนื้อแล้วจะไม่พูดมุสาเด็ดขาด

รุรุมิคราชชาดกที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. ตักการิยชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗เตรสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๑๐. สรภชาดก