ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ปกิณณกนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๘. มหาโมรชาดก

๘. มหาโมรชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๙๖๑ · บรรทัด ๗๖๐๓เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. มหาโมรชาดก (๔๙๑)

ว่าด้วยพญานกยูง

(พญานกยูงร้องขอชีวิตว่า)

[๑๔๓]

ถ้าหากท่านจับข้าพเจ้าเพราะเหตุแห่งทรัพย์

ท่านอย่าได้ฆ่าข้าพเจ้าเลย

จงจับเป็นแล้วนำข้าพเจ้าไปยังสำนักพระราชาเถิดเพื่อน

ท่านคงจะได้ทรัพย์มิใช่น้อย

(บุตรนายพรานปลอบว่า)

[๑๔๔]

ลูกธนูที่สอดอยู่ในแล่งนี้

ข้าพเจ้าตั้งใจจะฆ่าท่านในวันนี้ก็หาไม่

แต่จะตัดบ่วงให้แก่ท่าน ด้วยมีความประสงค์ว่า

ขอพญายูงทองจงบินไปตามสบายเถิด

(พญานกยูงกล่าวว่า)

[๑๔๕]

ข้าพเจ้าขอถามท่าน เพราะเหตุที่ท่าน

สู้อดกลั้นความหิวกระหายตลอดทั้งคืนทั้งวัน

เฝ้าติดตามข้าพเจ้าอยู่ตลอด ๗ ปี

เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุอะไร ท่านจึงประสงค์จะปล่อยข้าพเจ้า

ผู้ติดบ่วงให้พ้นเสียจากเครื่องผูกเล่า

[๑๔๖]

วันนี้ ท่านงดเว้นจากปาณาติบาตแล้วหรือหนอ

หรือว่าท่านให้อภัยแก่สัตว์ทั้งปวงแล้ว

เพราะเหตุใด ท่านจึงประสงค์จะปล่อยข้าพเจ้าผู้ติดบ่วง

ให้พ้นเสียจากเครื่องผูกเล่า

(บุตรนายพรานถามว่า)

[๑๔๗]

พญานกยูง ขอท่านจงบอกถึงผล

ของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาตและให้อภัยหมู่สัตว์ทั้งปวง

ความข้อนี้ที่ข้าพเจ้าถามท่าน

เขาจุติจากโลกนี้ไปแล้วจะได้รับความสุขอย่างไร

(พญานกยูงตอบว่า)

[๑๔๘]

ข้าพเจ้าขอบอกผลของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต

และผู้ให้อภัยหมู่สัตว์ทั้งปวงว่า

เขาย่อมได้รับการสรรเสริญในปัจจุบัน

และเมื่อตายย่อมไปสู่สวรรค์

(บุตรนายพรานกล่าวว่า)

[๑๔๙]

สมณะและพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า เทวดาไม่มี

ชีวะย่อมถึงความขาดสูญในภพนี้เท่านั้น

ผลของกรรมดีกรรมชั่วก็เหมือนกัน ย่อมขาดสูญ

และกล่าวสอนว่า ทานคนโง่บัญญัติไว้

ข้าพเจ้าเชื่อวาจาของพระอรหันต์เหล่านั้น

เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเบียดเบียนนกทั้งหลาย

(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)

[๑๕๐]

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นได้ชัดเจน

ส่องโลกให้สว่างไสว โคจรไปในอากาศ

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้นมีอยู่ในโลกนี้หรือโลกอื่น

ในมนุษยโลก พวกเขากล่าวถึงดวงจันทร์

และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้นอย่างไรหนอ

(บุตรนายพรานกล่าวว่า)

[๑๕๑]

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นได้ชัดเจน

ส่องโลกให้สว่างไสว โคจรไปในอากาศ

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้นมีอยู่ในโลกอื่น ไม่ใช่โลกนี้

ในมนุษยโลก พวกเขากล่าวถึงดวงจันทร์และดวงอาทิตย์

ทั้ง ๒ นั้นว่า เทวดา

(ต่อมาพระโพธิสัตว์ได้กล่าวกับเขาว่า)

[๑๕๒]

สมณะและพราหมณ์เหล่าใดเป็นอเหตุกทิฏฐิ ๑- ไม่พูดถึงกรรม

ไม่พูดถึงผลของกรรมดีกรรมชั่วด้วยเหมือนกัน

แต่สอนว่า ทานคนโง่บัญญัติไว้

สมณะและพราหมณ์เหล่านั้นผู้มีทิฏฐิเลวทราม

ถูกกำจัดแล้วในเพราะการพยากรณ์เพียงเท่านี้

@เชิงอรรถ :

@๑ อเหตุกทิฏฐิ คือพวกมีความเห็นผิดกล่าวอย่างนี้ว่า กรรมที่เป็นเหตุแห่งความบริสุทธิ์และความเศร้าหมอง

@ไม่มี (ขุ.ชา.อ. ๖/๑๕๒/๓๓๓)

(บุตรนายพรานกำหนดได้แล้วจึงกล่าวว่า)

[๑๕๓]

คำของท่านนั้นเป็นคำสัตย์อย่างแท้จริง

ทานจะไม่พึงมีผลได้อย่างไร

กรรมดีกรรมชั่วก็เหมือนกัน จะไม่พึงมีผลได้อย่างไร

และทานคนโง่จะพึงบัญญัติขึ้นได้อย่างไร

[๑๕๔]

พญานกยูง ข้าพเจ้ากระทำกรรมอย่างไร กระทำเพราะอะไร

ประพฤติอย่างไร จะคบใคร ผู้มีตบะคุณอย่างไร

ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่ข้าพเจ้าโดยที่ข้าพเจ้าจะไม่ต้องตกนรก

(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)

[๑๕๕]

บนพื้นแผ่นดินยังมีสมณะพวกใดพวกหนึ่งอยู่

สมณะเหล่านั้นนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ เป็นบรรพชิต

เที่ยวบิณฑบาตเฉพาะเวลาเช้า

งดเว้นการบริโภคในเวลาวิกาล เป็นสัตบุรุษ

[๑๕๖]

ท่านจงเข้าไปหาสมณะเหล่านั้นตามกาลอันสมควร

แล้วจงถามข้อความตามที่ท่านพอใจ

สมณะเหล่านั้นจะชี้แจงข้อความอันเป็นประโยชน์

ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าแก่ท่านตามที่รู้มา

(พระปัจเจกพุทธเจ้าเปล่งอุทานว่า)

[๑๕๗]

ความเป็นพรานนี้ข้าพเจ้าละได้แล้ว

เหมือนงูลอกคราบเก่าแก่ทิ้งไป

เหมือนต้นไม้สลัดใบเหลืองทิ้ง เขียวชะอุ่มอยู่

ข้าพเจ้าละทิ้งความเป็นพรานได้ในวันนี้

(ท่านทำสัจจกิริยาว่า)

[๑๕๘]

นกเหล่าใดที่ข้าพเจ้ากักขังไว้หลายร้อยตัวในเรือนของข้าพเจ้า

วันนี้ ข้าพเจ้าให้ทานชีวิตแก่นกเหล่านั้น

ขอให้นกเหล่านั้นจงหลุดพ้น กลับไปยังที่อยู่ของตนเถิด

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศว่า นกเหล่านั้นพ้นจากทุกข์ได้ เพราะอาศัยพญานกยูง จึงตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า)

[๑๕๙]

นายพรานถือบ่วงเที่ยวไปในป่า

เพื่อจะจับพญานกยูงทองผู้เรืองยศ

ครั้นจับพญานกยูงทองผู้เรืองยศได้แล้ว

เขาได้พ้นจากทุกข์เหมือนเราตถาคตได้พ้นแล้ว

มหาโมรชาดกที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. ปัญจุโปสถิกชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ปกิณณกนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๙. ตัจฉกสูกรชาดก