ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. วิสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๙. โสมนัสสชาดก

๙. โสมนัสสชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๖๔ · บรรทัด ๘๖๑๓เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. โสมนัสสชาดก (๕๐๕)

ว่าด้วยโสมนัสกุมาร

(พระราชาตรัสว่า)

[๒๑๑]

ใครมาเบียดเบียนข่มเหงท่าน

ทำไมท่านจึงเสียใจ เศร้าโศก ไม่ชื่นบานเลย

วันนี้ มารดาบิดาของท่านมาร้องไห้หรือ

หรือว่า ใครมารังแก ทำให้ท่านต้องนอนที่พื้นดิน

(ชฎิลโกงได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

[๒๑๒]

ขอถวายพระพร อาตมามีความยินดีที่ได้พบเห็นพระองค์

ขอถวายพระพรพระภูมิบาล ต่อกาลนานจึงได้พบพระองค์

ขอถวายพระพรพระเจ้าเรณู อาตมามิได้เบียดเบียนผู้ใด

แต่ถูกพระโอรสของพระองค์เข้ามาเบียดเบียน

(พระราชาตรัสว่า)

[๒๑๓]

ไปเหวย พนักงานเฝ้าประตูที่ติดตาม และเหล่าเพชฌฆาต

จงไปยังภายในพระราชฐาน

จงฆ่าเจ้าโสมนัสกุมารนั้นแล้วตัดศีรษะนำมา

(พึงทราบคาถาประพันธ์ดังต่อไปนี้)

[๒๑๔]

ราชทูตทั้งหลายที่ทรงส่งไปได้กราบทูล

พระราชกุมารนั้นว่า ขอเดชะพระขัตติยกุมาร

พระองค์ถูกพระราชบิดาผู้เป็นอิสสราธิบดีตัดขาดแล้ว

ต้องโทษประหารชีวิต

[๒๑๕]

พระราชบุตรนั้นทรงกันแสงคร่ำครวญ

ยกนิ้วทั้ง ๑๐ ประคองอัญชลี อ้อนวอนว่า

ข้าพเจ้าปรารถนาจะเฝ้าพระจอมชน

ขอพวกท่านจงนำข้าพเจ้าผู้ยังมีชีวิตอยู่แสดงต่อพระองค์เถิด

[๒๑๖]

ราชทูตเหล่านั้นฟังพระดำรัสของพระราชกุมารนั้นแล้ว

ได้แสดงพระราชบุตรต่อพระราชา

ส่วนพระราชบุตรทรงเห็นพระบิดาแล้ว กราบทูลแต่ไกลว่า

[๒๑๗]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน พนักงานเฝ้าประตูที่ติดดาบ

และเหล่าเพชฌฆาตมาเพื่อจะฆ่าหม่อมฉัน

หม่อมฉันขอกราบทูลถาม ขอพระองค์โปรดบอกเนื้อความนั้น

วันนี้หม่อมฉันมีความผิดอะไรหนอในเรื่องนี้

(พระราชาตรัสบอกความผิดว่า)

[๒๑๘]

ดาบสผู้ไม่ประมาท ทำการรดน้ำ

และบำเรอไฟทั้งเย็นและเช้าในกาลทุกเมื่อ

ทำไมเจ้าจึงร้องเรียกท่านผู้สำรวม

ซึ่งประพฤติพรหมจรรย์เช่นนั้นว่าเป็นคหบดีเล่า

(พระราชกุมารกราบทูลว่า)

[๒๑๙]

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ

ดาบสผู้นี้มีของเก็บรวบรวมไว้หลายชนิด

เช่น สมอพิเภก รากไม้ และผลไม้นานาชนิด

เธอไม่ประมาท เฝ้ารักษาคุ้มครองสิ่งของเหล่านั้นไว้

เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงร้องเรียกเธอว่าเป็นคหบดี

(พระราชาทรงทราบว่าพระโพธิสัตว์ไม่มีความผิดจึงตรัสว่า)

[๒๒๐]

พ่อกุมาร คำที่เจ้าพูดเป็นความจริง

ดาบสผู้นี้มีของเก็บรวบรวมไว้หลายชนิด

เธอไม่ประมาท เฝ้ารักษาคุ้มครองสิ่งของเหล่านั้นไว้

เพราะเหตุนั้น เธอจึงชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เป็นคหบดี

(พระโพธิสัตว์นอบน้อมบริษัทแล้วตรัสว่า)

[๒๒๑]

ขอบริษัททั้งหลายพร้อมทั้งชาวนิคมและชาวชนบททั้งปวง

ที่มาประชุมพร้อมกันจงฟังข้าพเจ้า

พระราชาผู้จอมชนพระองค์นี้เป็นพาล

ทรงฟังคำของดาบสผู้เป็นพาลแล้ว

รับสั่งให้ประหารข้าพเจ้าโดยมิใช่เหตุ

(ต่อมาพระโพธิสัตว์ทูลขอบรมราชานุญาตบวชว่า)

[๒๒๒]

เมื่อรากยังมั่นคงเจริญงอกงามแผ่ไพศาลอยู่

กอไผ่ที่แตกกิ่งก้านสาขาก็ยากที่จะถอนให้หมดสิ้นได้

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน

หม่อมฉันขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์

ขอพระองค์โปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้หม่อมฉันบวช

(พระราชาตรัสว่า)

[๒๒๓]

เจ้าจงเสวยโภคะอันไพบูลย์เถิด พ่อกุมาร

พ่อจะมอบความเป็นใหญ่ให้เจ้าทุกอย่าง

เจ้าจงเป็นพระราชาของชนชาวกุรุในวันนี้เถิด

อย่าบวชเลย เพราะการบวชเป็นทุกข์

(พระโพธิสัตว์ผู้เป็นพระโอรสกราบทูลว่า)

[๒๒๔]

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ

โภคะทั้งหลายของพระองค์ในพระนครนี้

ที่หม่อมฉันควรจะบริโภคใช้สอยมีอยู่หรือหนอ

ในชาติก่อน หม่อมฉันได้รื่นรมย์ด้วย รูป เสียง กลิ่น รส

และผัสสะ อันน่ารื่นรมย์ใจอยู่ในเทวโลก

[๒๒๕]

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ โภคะทั้งหลาย

ในเทวโลกชั้นดาวดึงส์ หม่อมฉันก็บริโภคใช้สอยมาแล้ว

และหม่อมฉันก็มีหมู่เทพอัปสรแวดล้อมบำเรอแล้ว

อนึ่ง หม่อมฉันทราบว่า พระองค์เป็นพาล ถูกผู้อื่นแนะนำ

จึงไม่ควรอยู่ในราชสกุลเช่นนั้น

(พระราชาตรัสว่า)

[๒๒๖]

หากพ่อเป็นคนพาล ถูกผู้อื่นแนะนำไซร้

ลูกรัก เจ้าจงอดโทษให้พ่อสักครั้งเถิด ถ้าพ่อเป็นเช่นนี้อีก

จงทำตามความคิดของเจ้าเถิด พ่อโสมนัส

(พระโพธิสัตว์ถวายโอวาทพระราชบิดาว่า)

[๒๒๗]

การงานที่บุคคลไม่ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ

ไม่ไตร่ตรองก่อนคิด ผลย่อมเลวทรามเหมือนยาเสื่อมคุณภาพ

[๒๒๘]

การงานที่บุคคลใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ

ไตร่ตรองโดยชอบก่อนแล้วคิด

ผลย่อมเจริญเหมือนยาไม่เสื่อมคุณภาพ

[๒๒๙]

คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้านไม่ดี

บรรพชิตไม่สำรวมไม่ดี

พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไม่ดี

การที่บัณฑิตโกรธไม่ดี

[๒๓๐]

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ

กษัตริย์ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงควรทำ

ไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วไม่ควรตัดสิน

ยศและเกียรติย่อมเจริญแด่พระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ

[๒๓๑]

ขอเดชะพระภูมิบาล

คนผู้เป็นใหญ่ควรใคร่ครวญก่อนแล้วจึงลงอาชญา

การงานที่ทำเพราะความรีบร้อนย่อมเดือดร้อน

ส่วนประโยชน์ทั้งหลายของนรชนที่ทำด้วยจิตที่ตั้งมั่นโดยชอบ

ย่อมไม่เป็นเหตุให้เดือดร้อนในภายหลัง

[๒๓๒]

อนึ่ง ชนเหล่าใดจัดแจงบ่อเกิดแห่งการงานในโลก

แล้วทำการงานที่ไม่เป็นเหตุให้เดือดร้อนในภายหลัง

การงานของพวกเขาวิญญูชนสรรเสริญ

มีความสุขเป็นกำไรที่ผู้รู้ทั้งหลายมีความเห็นคล้อยตาม

[๒๓๓]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน พนักงานเฝ้าประตูที่ติดดาบ

และเพชฌฆาตมาเพื่อจะฆ่าหม่อมฉัน

อนึ่ง หม่อมฉันนั่งอยู่บนพระเพลาของพระราชมารดา

ถูกพวกเขาฉุดคร่ามาโดยทารุณ

[๒๓๔]

ขอเดชะพระมหาราช หม่อมฉันประสบภัยคือความตาย

อันเผ็ดร้อนคับแคบและลำบาก

วันนี้ชีวิตอันเป็นที่รักปานดังมธุรสหม่อมฉันได้แล้ว

พ้นแล้วจากการถูกประหารได้โดยยาก

จึงมีใจมุ่งต่อการบวชอย่างเดียว

(พระราชาทรงรับสั่งเรียกพระราชเทวีมาตรัสว่า)

[๒๓๕]

แม่สุธัมมา โสมนัสกุมารบุตรของเธอนี้ยังหนุ่มอยู่ น่าเอ็นดู

วันนี้ฉันขอร้องเขาไม่สำเร็จ แม้เธอก็ควรจะขอร้องเขาดูบ้าง

(พระราชเทวีนั้นเมื่อจะส่งเสริมให้บวชจึงตรัสว่า)

[๒๓๖]

ลูกรัก เจ้าจงยินดีในภิกขาจาร

จงใคร่ครวญแล้วบวชในธรรมทั้งหลาย

จงวางอาชญาในเหล่าสัตว์ทั้งปวง

เป็นผู้ไม่ถูกนินทา เข้าถึงพรหมสถานเถิด

(ลำดับนั้น พระราชาตรัสว่า)

[๒๓๗]

แม่สุธัมมา คำที่เจ้ากล่าวน่าอัศจรรย์จริงหนอ

ทำเราผู้มีทุกข์อยู่แล้วให้มีทุกข์ยิ่งขึ้น

เรากล่าวแก่เธอว่า เจ้าจงขอร้องลูก

กลับทำให้พ่อกุมารมีอุตสาหะยิ่งขึ้น

(พระราชเทวีตรัสต่อไปว่า)

[๒๓๘]

พระอริยะเหล่าใดผู้หลุดพ้นแล้ว

บริโภคปัจจัยอันหาโทษมิได้

ผู้ดับกิเลสแล้ว ท่องเที่ยวไปอยู่ในโลกนี้

หม่อมฉันไม่อาจจะห้ามพ่อกุมาร

ผู้ดำเนินไปสู่ทางแห่งพระอริยะเหล่านั้นได้

(พระราชาทรงสดับพระราชเสาวนีย์นั้นแล้วจึงตรัสว่า)

[๒๓๙]

ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต

คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก

พระนางสุธัมมานี้สดับคำอันเป็นสุภาษิตของชนเหล่าใด

แล้วเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย

ปราศจากความเศร้าโศก

ชนเหล่านั้นเราควรคบโดยแท้

โสมนัสสชาดกที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. ภัลลาติยชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗วิสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๑๐. จัมเปยยชาดก