ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. วิสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๑๐. จัมเปยยชาดก

๑๐. จัมเปยยชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๘๐ · บรรทัด ๘๗๐๖เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖)

ว่าด้วยพญานาคจัมเปยยะ

(พระราชาทรงเห็นนางนาคสุมนาอยู่ในอากาศ จึงตรัสว่า)

[๒๔๐]

เธอเป็นใครกันหนอ รัศมีช่างงามผ่องใสดุจสายฟ้า

อุปมาเหมือนดาวประกายพรึก ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเธอว่า

เป็นเทพธิดา หญิงคนธรรพ์ หรือหญิงมนุษย์หนอ

(นางนาคสุมนาได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงตรัสตอบว่า)

[๒๔๑]

ขอเดชะพระมหาราช หม่อมฉันมิใช่เทพธิดา

มิใช่หญิงคนธรรพ์ มิใช่หญิงมนุษย์

หม่อมฉันเป็นนางนาคกัญญา มาที่นี้เพราะเหตุอย่างหนึ่ง

(พระราชาตรัสถามว่า)

[๒๔๒]

เธอมีจิตกระวนกระวาย อินทรีย์เศร้าหมอง

มีหยาดน้ำตาไหลนองหน้า แม่นาง เชิญบอกมาเถิด

อะไรของเธอหาย หรือเธอปรารถนาสิ่งใด จึงมาที่นี้

(นางนาคสุมนาตอบว่า)

[๒๔๓]

ก็ชาวโลกร้องเรียกสัตว์ใดว่า อุรคชาติ ผู้มีเดชยิ่งใหญ่

ขอเดชะ พระองค์ผู้จอมชน ชนทั้งหลายเรียกสัตว์นั้นว่า นาค

ชายผู้ต้องการเลี้ยงชีพได้จับนาคนั้นมา

นาคนั้นเป็นสามีหม่อมฉัน

ขอพระองค์โปรดทรงปล่อยนาคนั้นจากเครื่องผูกเถิดเพคะ

(พระราชาตรัสถามว่า)

[๒๔๔]

นาคราชนี้ประกอบด้วยกำลังและความเพียร

กลับมาตกอยู่ในเงื้อมมือของคนวณิพกได้อย่างไร

แม่นางนาคกัญญา ขอแม่นางจงบอกเนื้อความนั้นแก่เรา

เราจะรู้ว่า นาคราชถูกจับมาได้อย่างไร

(นางนาคสุมนาตอบว่า)

[๒๔๕]

แท้จริง นาคราชนั้นประกอบด้วยกำลังและความเพียร

พึงกระทำแม้พระนครให้เป็นเถ้าธุลีได้

แต่เพราะนาคราชเป็นผู้นบนอบพระธรรม

ฉะนั้น จึงบากบั่นบำเพ็ญตบะ

[๒๔๖]

ขอเดชะพระมหาราช นาคราชอธิษฐานจาตุททสีอุโบสถ

และปัณณรสีอุโบสถ นอนรักษาอุโบสถอยู่ใกล้หนทางสี่แพร่ง

ชายผู้ต้องการเลี้ยงชีพได้จับนาคราชนั้นมา

นาคราชนั้นเป็นสามีหม่อมฉัน

ขอพระองค์โปรดปล่อยนาคราชนั้น

จากเครื่องพันธนาการเถิด เพคะ

(และนางอ้อนวอนพระราชานั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า)

[๒๔๗]

นางนาค ๑๖,๐๐๐ นางสวมใส่กุณฑลแก้วมณี

นอนอยู่ในห้องใต้น้ำ

นางนาคแม้เหล่านั้นยึดเอานาคราชนั้นเป็นที่พึ่ง

[๒๔๘]

ขอพระองค์โปรดปล่อยนาคราชไปโดยธรรม

ด้วยความไม่ผลุนผลัน ด้วยบ้านส่วย ๑๐๐ หลัง

ทองคำ ๑๐๐ แท่ง และโค ๑๐๐ ตัว

ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป

ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก

(พระราชาตรัสว่า)

[๒๔๙]

เราจะปล่อยนาคราชไปโดยธรรม

ด้วยความไม่ผลุนผลัน ด้วยบ้านส่วย ๑๐๐ หลัง

ทองคำ ๑๐๐ แท่ง และโค ๑๐๐ ตัว

ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป

ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก

[๒๕๐]

พ่อพราน เราจะให้ทองคำแก่ท่าน ๑๐๐ แท่ง

ต่างหูแก้วมณีมีค่ามาก และบัลลังก์ ๔ เหลี่ยม

มีสีอันเป็นสิริคล้ายดอกสามหาว

[๒๕๑]

ภรรยาที่เหมาะสมกัน ๒ คน และโคอุสภะอีก ๑๐๐ ตัว

ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป

ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก

(นายพรานกราบทูลพระราชาว่า)

[๒๕๒]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน แม้จะทรงเว้นการพระราชทาน

เพียงพระดำรัสของพระองค์เท่านั้น

ข้าพระพุทธเจ้าก็จะปล่อยอุรคชาตินั้นจากเครื่องผูก

ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป

ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก

(พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)

[๒๕๓]

พญานาคจัมเปยยะหลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการแล้ว

ได้กราบทูลพระราชานั้นว่า ขอเดชะพระเจ้ากาสี

ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์

ขอเดชะ พระองค์ผู้ผดุงแคว้นกาสีให้เจริญ

ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์

ขอประคองอัญชลีต่อพระองค์

ขอเชิญเสด็จทอดพระเนตรนิเวศน์ของข้าพระองค์

(พระราชาตรัสว่า)

[๒๕๔]

นาคราช แน่นอนทีเดียวที่เขาพูดกันว่า

มนุษย์กับอมนุษย์จะพึงคุ้นเคยกัน

เป็นเรื่องคุ้นเคยกันได้ยาก

แต่ถ้าท่านขอร้องเราเกี่ยวกับเรื่องนั้น

เราก็จะไปเยี่ยมที่อยู่ของท่าน

(ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เมื่อจะปฏิญญาให้พระราชาทรงเชื่อ จึงกราบทูลว่า)

[๒๕๕]

ขอเดชะพระมหาราช ถึงลมจะพัดพาเอาภูเขาไปได้ก็ดี

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะพึงแผดเผาแผ่นดินก็ดี

แม่น้ำทุกสายจะพึงไหลทวนกระแสก็ดี

ถึงอย่างนั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะไม่พึงพูดเท็จแน่นอน

[๒๕๖]

ขอเดชะพระมหาราช ถึงท้องฟ้าจะพึงถล่มทะลาย

น้ำทะเลจะพึงเหือดแห้ง

แผ่นดินซึ่งมีนามว่าภูตธาราและวสุนธราจะพึงม้วนเข้า

และภูเขาสิเนรุศิลาล้วนจะพึงถอนขึ้นทั้งรากก็ดี

ถึงอย่างนั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะไม่พึงพูดเท็จ

(พระราชาไม่ทรงเชื่อจึงตรัสซ้ำอีกว่า)

[๒๕๗]

นาคราช แน่นอนทีเดียวที่เขาพูดกันว่า

มนุษย์กับอมนุษย์จะพึงคุ้นเคยกัน

เป็นเรื่องคุ้นเคยกันได้ยาก

แต่ถ้าท่านขอร้องเราเกี่ยวกับเรื่องนั้น

เราก็จะไปเยี่ยมที่อยู่ของท่าน

(และตรัสคาถาต่อไปว่า)

[๒๕๘]

พวกท่านเป็นผู้มีพิษร้ายแรงยิ่งนัก

มีเดชมาก และก็โกรธง่าย

ท่านหลุดพ้นจากเครื่องผูกเพราะเรา

ควรจะรู้คุณที่เรากระทำแล้ว

(พระโพธิสัตว์เมื่อจะทำปฏิญญาอีก จึงกราบทูลว่า)

[๒๕๙]

ผู้ใดถูกขังติดอยู่ในกระชังใกล้จะตาย

ยังไม่รู้จักบุญคุณที่พระองค์ทรงทำแล้วเช่นนั้น

ขอผู้นั้นจงหมกไหม้อยู่ในนรกที่โหดร้าย

อย่าได้ความสำราญทางกายอย่างใดอย่างหนึ่งเลย

(พระราชาทรงชมเชยพระโพธิสัตว์นั้นว่า)

[๒๖๐]

ขอปฏิญญาของท่านจงเป็นสัตย์จริงเถิด

ขอท่านอย่าเป็นผู้มีนิสัยมักโกรธและผูกโกรธ

ขอครุฑทั้งหลายจงงดเว้นตระกูลนาคของท่านทั้งมวล

เหมือนบุคคลงดเว้นไฟในคิมหันตฤดู

(ฝ่ายพระโพธิสัตว์ก็ได้ชมเชยพระราชาว่า)

[๒๖๑]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน

พระองค์ทรงอนุเคราะห์ตระกูลนาค

เหมือนมารดาอนุเคราะห์บุตรสุดที่รักคนเดียว

ข้าพระพุทธเจ้าพร้อมกับตระกูลนาค

จะทำการขวนขวายตอบแทนพระองค์อย่างโอฬาร

(พระราชาทรงมีพระประสงค์จะเสด็จไปยังภพนาค จึงรับสั่งว่า)

[๒๖๒]

เจ้าพนักงานทั้งหลายจงเทียมราชรถที่งามวิจิตร

จงเทียมม้าอัสดรที่ฝึกดีแล้ว ซึ่งเกิดในแคว้นกัมโพชะ

อนึ่ง จงผูกช้างตัวประเสริฐ

ซึ่งประดับด้วยสุวรรณวัตถาภรณ์

เราจะไปเยี่ยมนิเวศน์ของนาคราช

(พระศาสดาตรัสพระคาถาว่า)

[๒๖๓]

เจ้าพนักงานตีกลอง ตะโพน แกว่งบัณเฑาะว์ เป่าสังข์

ต่อพระเจ้าอุคคเสน พระราชามีหมู่นารีแวดล้อม

เสด็จไปท่ามกลางหมู่นารีงดงามยิ่งนัก

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเรื่องนั้น จึงตรัสว่า)

[๒๖๔]

พระราชาผู้ผดุงแคว้นกาสีให้เจริญ

ได้ทอดพระเนตรภูมิภาคที่วิจิตรด้วยทรายทอง

และปราสาททอง ซึ่งปูด้วยแผ่นกระดานแก้วไพฑูรย์

[๒๖๕]

พระราชาพระองค์นั้นเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ

ซึ่งประดับตบแต่งไว้แล้ว อันมีรัศมีโอภาสเปล่งปลั่ง

ดุจดังแสงอาทิตย์แรกอุทัย และประดุจดังสายฟ้าในกลุ่มเมฆ

[๒๖๖]

พระเจ้ากาสีพระองค์นั้น

เสด็จทอดพระเนตรจนทั่วพระนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ

ที่ดารดาษด้วยพฤกษชาตินานาพันธุ์

ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นหอมนานาประการ

[๒๖๗]

เมื่อพระเจ้ากาสีเสด็จไปยังนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ

เหล่าทิพย์ดนตรีก็บรรเลง ทั้งเหล่านางนาคกัญญาก็ฟ้อนรำ

[๒๖๘]

พระเจ้ากาสีเสด็จขึ้นสู่นาคนิเวศน์

ซึ่งมีหมู่นางนาคกัญญาตามเสด็จ

ทรงพอพระทัย ประทับนั่งบนภัทรบิฐทองคำ

มีพนักอิงฉาบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์หอมซึ่งเป็นทิพย์

[๒๖๙]

พระองค์เสวยและทรงรื่นรมย์อยู่ในนาคพิภพนั้นแล้ว

ได้ตรัสกับพญานาคจัมเปยยะว่า ท่านมีวิมานอันประเสริฐเหล่านี้

ซึ่งรัศมีเปล่งปลั่งดังรัศมีดวงอาทิตย์ วิมานเช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไรอีก ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

[๒๗๐]

นางนาคกัญญาเหล่านั้นสวมสังวาลทองคำ

ใส่เสื้อผ้าสวยงาม มีองคุลีกลมกลึง มีฝ่ามือฝ่าเท้าแดง

ผิวพรรณไม่ทรามเลย คอยประคองให้ท่านดื่มน้ำทิพย์

ความงามเช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

[๒๗๑]

อนึ่ง ในพิภพของท่าน แม่น้ำเหล่านี้

ดาษดื่นด้วยฝูงปลามีเกล็ดหนานานาชนิด

มีนกเงือกเปล่งสำเนียงเสียงร้องอยู่ระงมไพร มีท่าน้ำที่สวยงาม

นทีทิพย์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไรอีก ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

[๒๗๒]

ฝูงนกกระเรียน นกยูง หงส์ และนกดุเหว่าทิพย์

ต่างพากันเปล่งสำเนียงประสานเสียงอย่างไพเราะ โผผินไปมา

ปักษีทิพย์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

[๒๗๓]

ต้นมะม่วง ต้นสาละ ต้นหมากเม่า ต้นหว้า

ต้นราชพฤกษ์ และต้นแคฝอย ผลิดอกออกผลบานสะพรั่ง

รุกขชาติอันเป็นทิพย์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

[๒๗๔]

อนึ่ง รอบๆ สระโบกขรณีของท่าน

ทิพยสุคนธ์เหล่านี้หอมฟุ้งตลบอบอวล ไม่ขาดสาย

ทิพยสุคนธ์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี

นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่

(นาคราชกราบทูลว่า)

[๒๗๕]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะ

เพราะเหตุแห่งบุตร เพราะเหตุแห่งทรัพย์สมบัติ

หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่

แต่เพราะข้าพระพุทธเจ้าปรารถนากำเนิดแห่งมนุษย์

เพราะเหตุนั้น จึงบากบั่นบำเพ็ญตบะอยู่

(พระราชาทรงชมเชยพระโพธิสัตว์ว่า)

[๒๗๖]

ท่านมีดวงเนตรแดง มีรัศมีเปล่งปลั่ง

ประดับตบแต่งอย่างสวยงาม

ตัดผมโกนหนวดเรียบร้อย ชโลมลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์แดง

เปล่งรัศมีไปทั่วทิศ ดุจราชาแห่งคนธรรพ์

[๒๗๗]

ท่านถึงพร้อมด้วยเทพฤทธิ์ มีอานุภาพยิ่งใหญ่

เพียบพร้อมด้วยกามทั้งสิ้น

นาคราช เราขอถามเนื้อความนั้นกับท่าน

มนุษยโลกมีอะไรประเสริฐกว่านาคพิภพนี้หรือ

เพียบพร้อมด้วยกามทั้งสิ้น

นาคราช เราขอถามเนื้อความนั้นกับท่าน

มนุษยโลกมีอะไรประเสริฐกว่านาคพิภพนี้หรือ

(นาคราชกราบทูลว่า)

[๒๗๘]

ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน นอกจากมนุษยโลกแล้ว

ความบริสุทธิ์หรือความสำรวมย่อมไม่มี

ข้าพระพุทธเจ้าได้กำเนิดมนุษย์แล้ว

จะทำที่สุดแห่งการเกิดและการตาย

(พระราชาตรัสว่า)

[๒๗๙]

ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต

คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้

ข้าพเจ้าเห็นนางนาคกัญญาและตัวท่านแล้ว

จะทำบุญให้มาก นะนาคราช

(นาคราชกราบทูลว่า)

[๒๘๐]

ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต

คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้

ขอเดชะพระมหาราช พระองค์เห็นนางนาคกัญญา

และข้าพระพุทธเจ้าแล้ว

โปรดทรงทำบุญให้มากเถิด

(พระโพธิสัตว์เมื่อจะแสดงทรัพย์จึงกราบทูลว่า)

[๒๘๑]

ก็เงินทองของข้าพระพุทธเจ้านี้มีอยู่เพียงพอ

กองทองคำสูงประมาณชั่วลำตาล

พระองค์โปรดให้ขนไปจากที่นี่แล้วจงให้สร้างพระตำหนักทองคำ

และสร้างกำแพงเงินเถิด

[๒๘๒]

อนึ่ง แก้วมุกดาประมาณ ๕,๐๐๐ เล่มเกวียน

ที่ปนกับแก้วไพฑูรย์

พระองค์โปรดให้ขนไปจากที่นี่แล้วจงลาดลงบนภาคพื้นภายในบุรี

เมื่อเป็นเช่นนี้ ภาคพื้นจักไม่เป็นโคลนตม

และจะไม่มีฝุ่นละออง

[๒๘๓]

ขอเดชะพระมหาราชผู้ประเสริฐ ทรงมีพระปรีชาอันล้ำเลิศ

ขอพระองค์โปรดเสวยราชสมบัติ

ครอบครองกรุงพาราณสีซึ่งมั่งคั่งสมบูรณ์

สง่างามล้ำเลิศดุจทิพยวิมานเห็นปานนี้เถิด

จัมเปยยชาดกที่ ๑๐ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. โสมนัสสชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗วิสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๑๑. มหาปโลภนชาดก