ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ติงสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๕. สัมภวชาดก

๕. สัมภวชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๓๕๒ · บรรทัด ๙๕๒๕เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. สัมภวชาดก (๕๑๕)

ว่าด้วยสัมภวกุมาร

(พระราชาตรัสถามปัญหากับพราหมณ์สุจีรตะว่า)

[๑๓๘]

ท่านอาจารย์สุจีรตะ ข้าพเจ้าบรรลุถึงราชสมบัติ

และความเป็นอธิบดีแล้ว แต่ยังปรารถนา

เพื่อบรรลุถึงความเป็นใหญ่และเพื่อชนะทั่วทั้งปฐพีนี้

[๑๓๙]

โดยธรรม มิใช่โดยอธรรม ข้าพเจ้าหาพอใจอธรรมไม่

ท่านอาจารย์สุจีรตะ พระราชาต้องประพฤติธรรมให้เป็นกิจอันสำคัญ

[๑๔๐]

ท่านพราหมณ์ เพราะเหตุใด เราทั้งหลาย

จะไม่ถูกนินทาในโลกนี้ ละไปแล้วก็จะไม่ถูกนินทา

และพึงถึงความมียศในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

[๑๔๑]

ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าปรารถนาจะกระทำตามอรรถและธรรม

ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด

(สุจีรตพราหมณ์ไม่สามารถจะทูลตอบปัญหาได้ จึงกราบทูลว่า)

[๑๔๒]

ขอเดชะพระขัตติยราช

พระองค์ทรงปรารถนาจะกระทำตามอรรถและธรรมใด

อรรถและธรรมนั้นใครอื่นนอกจากวิธุรพราหมณ์

หาควรที่จะกล่าวชี้แจงไม่

(พระราชาทรงประสงค์จะส่งสุจีรตพราหมณ์ไป จึงตรัสว่า)

[๑๔๓]

มาเถิด ท่านอาจารย์สุจีรตะ ข้าพเจ้าจะส่งท่านไป

ท่านจงไปยังสำนักวิธุรพราหมณ์ จงนำทองคำแท่งนี้ไปด้วย

พึงมอบทองคำแท่งนี้กระทำให้เป็นเครื่องบูชา

สำหรับคำสอนอรรถและธรรม

(พระศาสดาเมื่อจะทรงเผยความนั้น จึงตรัสว่า)

[๑๔๔]

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักวิธุรพราหมณ์แล้ว

ได้เห็นวิธุรพราหมณ์นั้นกำลังบริโภคอาหารอยู่ในเรือนของตน

(สุจีรตพราหมณ์ถูกถามถึงเหตุที่มา จึงกล่าวว่า)

[๑๔๕]

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต

พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า

ท่านพึงถามอรรถและธรรม วิธุระเพื่อน เราถามแล้ว

ขอท่านจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด

(วิธุรพราหมณ์กล่าวว่า)

[๑๔๖]

สหายพราหมณ์ เราเกิดความขวนขวายขึ้นว่า

จักปิดกั้นแม่น้ำคงคา ก็ไม่อาจจะปิดกั้นแม่น้ำใหญ่นั้นได้

เพราะเหตุนั้น จักมีโอกาสได้อย่างไร

[๑๔๗]

เราถูกท่านถามถึงอรรถและธรรม ก็ไม่สามารถจะบอกท่านได้

แต่ภัทรการบุตรของเรา เป็นลูกในไส้เกิดแต่ตัวเราแท้ๆ

ท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด พราหมณ์

(พระศาสดาเมื่อทรงประกาศความนั้น จึงตรัสว่า)

[๑๔๘]

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นได้ไปถึงสำนักภัทรการแล้ว

ได้เห็นเขานั่งอยู่ในเรือนของตน

(สุจีรตพราหมณ์จึงกล่าวว่า)

[๑๔๙]

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต

พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า

ท่านพึงถามอรรถและธรรม ภัทรการหลานรัก

เจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นแก่ลุงเถิด

(ภัทรการพราหมณ์ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ จึงส่งเขาไปยังสำนักน้องชาย ชื่อสัญชัยกุมารว่า)

[๑๕๐]

ข้าพเจ้าเหมือนคนละทิ้งหาบเนื้อติดตามเหี้ยอยู่

ถึงถูกท่านถามถึงอรรถและธรรม ก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้

[๑๕๑]

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ผมมีน้องชายชื่อว่าสัญชัย

เขาเป็นน้องชายของผม ท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด

(พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)

[๑๕๒]

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักสัญชัยแล้ว

ได้เห็นเขานั่งอยู่ในเรือนของตนจึงกล่าวว่า

[๑๕๓]

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต

พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า

ท่านพึงถามอรรถและธรรม สัญชัยหลานรัก ลุงถามแล้ว

ขอเจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด

(สัญชัยกุมารกล่าวว่า)

[๑๕๔]

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ พญามัจจุราชย่อมกลืนกินข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า ข้าพเจ้าถูกท่านถามอรรถและธรรม

ก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้

[๑๕๕]

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ข้าพเจ้ามีน้องชายชื่อว่าสัมภวะ

เขาเป็นน้องชายของข้าพเจ้า ขอท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด

(สุจีรตพราหมณ์กล่าวว่า)

[๑๕๖]

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย น่าอัศจรรย์หนอ

ปัญหาธรรมนี้พวกเรายังไม่พอใจ

บิดาและบุตรทั้ง ๓ คนนั้น

ก็ยังไม่มีปัญญาจะหยั่งรู้ถึงปัญหาธรรมนี้เลย

[๑๕๗]

ท่านทั้ง ๓ คนถูกถามถึงอรรถและธรรมนั้นก็ไม่อาจจะบอกได้

ไฉนเล่า เด็กถูกถามถึงอรรถและธรรมจะพึงรู้ได้

(สัญชัยกุมารได้ฟังดังนั้น จึงสรรเสริญสัมภวกุมารว่า)

[๑๕๘]

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้ว

อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

[๑๕๙]

ดวงจันทร์ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาสธาตุ

ย่อมสว่างไสวกว่าหมู่ดาวทั้งสิ้นในโลกด้วยรัศมีแม้ฉันใด

[๑๖๐]

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

[๑๖๑]

ท่านพราหมณ์ เดือนจิตตมาสแห่งคิมหันตฤดู

ย่อมงามยิ่งนักกว่าเดือนอื่นๆ ด้วยต้นไม้และดอกไม้แม้ฉันใด

[๑๖๒]

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

[๑๖๓]

ท่านพราหมณ์ หิมวันตบรรพตชื่อคันธมาทน์

ดารดาษไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เป็นที่อยู่แห่งหมู่มหาภูต ๑-

ย่อมสว่างไสวและตลบอบอวลไปทั่วทิศด้วยทิพยโอสถแม้ฉันใด

@เชิงอรรถ :

@๑ มหาภูต หมายถึงหมู่เทพ (ขุ.ชา.อ. ๗/๑๖๓/๒๖๕)

[๑๖๔]

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

[๑๖๕]

ท่านพราหมณ์ ไฟป่ามีเปลวไฟเป็นช่อ เรืองโรจน์

ลุกโพลงอยู่ที่กอไม้ในป่า ไม่อิ่มต่อเชื้อเพลิง มีทางดำ

[๑๖๖]

กินเปรียงเป็นอาหาร มีควันเป็นธง

ไหม้ลามจนถึงยอดไพรสณฑ์ มีเชื้อไฟเพียงพอ

โชติช่วงอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืนฉันใด

[๑๖๗]

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

[๑๖๘]

ม้าดีจะรู้ได้เพราะความว่องไว

โคพลิพัทท์จะรู้ได้ในเมื่อมีภาระที่จะต้องลากไป

แม่โคนมจะรู้ได้เพราะน้ำนม และบัณฑิตจะรู้ได้เมื่อเจรจาฉันใด

[๑๖๙]

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

(พระศาสดาเมื่อทรงเปิดเผยความนั้น จึงตรัสว่า)

[๑๗๐]

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักสัมภวกุมารแล้ว

ได้เห็นเขากำลังเล่นอยู่นอกบ้าน

(สุจีรตพราหมณ์ได้ถามปัญหาว่า)

[๑๗๑]

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต

พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า

ท่านพึงถามอรรถและธรรม พ่อหนูสัมภวะ ลุงถามเจ้าแล้ว

ขอเจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด

(สัมภวกุมารกล่าวว่า)

[๑๗๒]

เอาเถิด ข้าพเจ้าจักบอกลุงตามอย่างคนที่ฉลาด

ก็พระราชาย่อมจะทรงทราบปัญหานั้นได้

แต่จะทรงกระทำหรือไม่เท่านั้น

(และเมื่อจะบอกปัญหาจึงกล่าวว่า)

[๑๗๓]

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ใครๆ ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว

พึงกราบทูลราชกิจที่จะทำในวันนี้ว่า พึงทำในวันพรุ่งนี้

ขอพระเจ้ายุธิฏฐิละอย่าทรงเชื่อฟังยับยั้งอยู่เลยในเมื่อประโยชน์เกิดขึ้น

[๑๗๔]

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ใครๆ ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว

พึงกราบทูลปัญหาที่เป็นไปภายในเท่านั้น

ไม่พึงให้ทรงดำเนินไปสู่หนทางที่ชั่วดุจคนหลงหาความคิดมิได้

[๑๗๕]

พระราชาไม่ควรลืมตน ไม่ควรประพฤติอธรรม

ไม่ควรหยั่งลงไปในลัทธิที่ผิด ไม่พึงประกอบในสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์

[๑๗๖]

ขัตติยราชาพระองค์ใดทรงรู้จักทำเหตุเหล่านี้

ขัตติยราชาพระองค์นั้นย่อมทรงเจริญทุกเมื่อเหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น

[๑๗๗]

พระองค์ย่อมทรงเป็นที่รักแห่งหมู่พระญาติ

และทรงรุ่งโรจน์ในหมู่มิตร ทรงมีพระปรีชา

เมื่อพระวรกายแตกทำลายไป จะทรงเข้าถึงโลกสวรรค์

สัมภวชาดกที่ ๕ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. ฉัททันตชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ติงสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๖. มหากปิชาดก