ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ติงสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๙. สัมพุลาชาดก

๙. สัมพุลาชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๐๖ · บรรทัด ๙๘๙๒เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. สัมพุลาชาดก (๕๑๙)

ว่าด้วยความซื่อสัตย์ของพระนางสัมพุลา

(ยักษ์ทานพเห็นพระนางสัมพุลามีจิตปฏิพัทธ์ จึงกล่าวว่า)

[๒๙๗]

โอ้ แม่นางผู้มีลำขาอันกลมกลึง เธอเป็นใคร

ยืนสั่นสะท้านอยู่แต่ผู้เดียวใกล้ๆ ซอกเขา

เธอผู้มีทรวดทรงน่าเคล้าคลึง เราถามแล้ว

ขอเธอจงบอกชื่อและเผ่าพันธุ์แก่เรา

[๒๙๘]

แม่นางผู้มีทรวดทรงอันงดงาม

เธอเป็นใคร หรือเป็นกัลยาณีของใคร

ส่องสว่างไสวไปทั่วป่าที่น่ารื่นรมย์ซึ่งเป็นที่ที่สีหพยัคฆ์อยู่อาศัย

แม่นางผู้เจริญ เราขอไหว้เธอ เราคือทานพขอนอบน้อมแก่เธอ

(พระนางสัมพุลาได้ฟังดังนั้น จึงได้ตอบว่า)

[๒๙๙]

ข้าพเจ้าชื่อสัมพุลาเป็นพระชายาของพระราชบุตรพระเจ้ากรุงกาสี

ซึ่งประชาชนรู้จักพระองค์โดยพระนามว่า เจ้าชายโสตถิเสน

ทานพผู้เจริญ ขอท่านจงทราบอย่างนี้

ข้าพเจ้าสัมพุลาขอไหว้ท่าน ขอนอบน้อมแก่ท่าน

[๓๐๐]

ท่านผู้เจริญ พระราชโอรสแห่งวิเทหราช

ทรงอาดูรประทับอยู่ในป่า

ข้าพเจ้าอุปัฏฐากพระองค์ผู้ทรงถูกโรคเบียดเบียนตัวต่อตัว

[๓๐๑]

อนึ่ง ข้าพเจ้าแสวงหาของป่า

นำรวงผึ้งหรือเนื้อที่เป็นเดนใดมา พระองค์ก็เสวยสิ่งนั้น

วันนี้พระสรีระของพระองค์คงจะเหี่ยวแห้งแน่นอน

(ทั้ง ๒ กล่าวโต้ตอบกันต่อไปว่า)

[๓๐๒]

แม่นางสัมพุลา เธอจะทำอะไรได้กับพระราชบุตร

ผู้ทรงระงมไปด้วยความอาดูรอยู่ในป่า

เราจะเป็นภัสดาของเธอ

[๓๐๓]

เพราะอัตภาพที่ทุรพล เดือดร้อนเพราะความเศร้าโศก

รูปร่างของข้าพเจ้าจะงดงามได้อย่างไร ท่านผู้เจริญ

ขอท่านจงแสวงหาหญิงอื่นที่สวยงามกว่าข้าพเจ้าเถิด

[๓๐๔]

มาเถิดแม่นาง จงขึ้นมายังภูเขาลูกนี้

เรามีภรรยาอยู่ ๔๐๐ นาง

เธอจะประเสริฐกว่านางเหล่านั้น

และจะสัมฤทธิ์ความประสงค์ทุกอย่าง

[๓๐๕]

แม่นางผู้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งประดุจดวงดาว

เธอมีใจประสงค์สิ่งหนึ่งสิ่งใด

สิ่งนั้นทั้งหมดของพี่มีอยู่มาก หาได้ง่าย

ขอเธอจงมาร่วมอภิรมย์กับพี่ ณ วันนี้เถิด

[๓๐๖]

แม่นางสัมพุลา ถ้าเธอไม่ยอมเป็นมเหสี

เธอก็ควรจะเป็นอาหารเช้าของเราในวันรุ่งขึ้น

[๓๐๗]

ฝ่ายเจ้าทานพกินคน มีผมเป็นกระเซิง ๗ ชั้น

หยาบช้าทารุณ มีผิวกายดำแดง

ได้จับพระนางสัมพุลานั้นผู้ไม่เห็นที่พึ่งในป่ารวบไว้ในวงแขน

[๓๐๘]

ส่วนพระนางสัมพุลานั้นถูกปีศาจผู้ทารุณเห็นแก่อามิสข่มเหง

ตกอยู่ในอำนาจของศัตรู ก็เศร้าโศกรำพันถึงแต่พระสวามีเท่านั้น

[๓๐๙]

การที่รากษสจะกินเรา

ถึงกระนั้น ก็หาใช่เป็นความทุกข์ของเราไม่

เราทุกข์อยู่แต่ว่า พระลูกเจ้าจะเข้าพระทัยผิด

[๓๑๐]

เทพเจ้าทั้งหลายเห็นจะไม่มีอยู่แน่

ท้าวโลกบาลทั้งหลายชะรอยจะไม่มีในโลกนี้แน่นอน

คนที่จะห้ามปรามยักษ์ผู้ไม่สำรวมทำการหยาบช้าคงไม่มีแน่นอน

(ท้าวสักกะทรงใคร่ครวญทราบเหตุนั้นแล้ว ฉวยเอาพระขรรค์เพชรรีบเสด็จไป ประทับยืนบนกระท่อมของทานพยักษ์ ตรัสว่า)

[๓๑๑]

นางนี้มีเกียรติยศชื่อเสียง ประเสริฐกว่าหญิงทั้งหลาย

เป็นหญิงฉลาด เรียบร้อย มีเดชรุ่งเรืองดุจกองเพลิง

เจ้ารากษส ถ้าเจ้ากินหญิงสาวผู้นั้น

ศีรษะของเจ้าจะพึงแตก ๗ เสี่ยง เจ้าอย่าทำให้นางเดือดร้อน

จงปล่อยนางไป เพราะนางเป็นหญิงมีสามี

(พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)

[๓๑๒]

ก็พระนางสัมพุลารอดพ้นจากยักษ์กินคนแล้ว

ก็เสด็จกลับสู่อาศรมดุจแม่นกซึ่งมีลูกอ่อนมีอันตรายบินกลับรัง

ดุจแม่โคนมกลับมายังที่อยู่อาศัยที่ปราศจากลูกโค

[๓๑๓]

พระนางสัมพุลาราชบุตรีผู้มียศ

เมื่อไม่ทรงเห็นพระสวามีผู้เป็นที่พึ่งในป่า

ก็มีดวงพระเนตรพร่าพรายเพราะความร้อน

ทรงกันแสงอยู่ ณ ที่นั้น

[๓๑๔]

เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร พระนางก็ทรงไหว้วอน

สมณพราหมณ์และฤๅษีผู้สมบูรณ์ด้วยจรณะว่า

ดิฉันขอถึงพระคุณเจ้าทั้งหลายเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๕]

เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอนราชสีห์

เสือโคร่ง และหมู่เนื้อเหล่าอื่นในป่าว่า

ข้าพเจ้าขอถึงท่านทั้งหลายเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๖]

เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอนเทพเจ้า

ผู้สิงสถิตอยู่ที่กอหญ้าลดาวัลย์และหมู่ไม้โอสถตลอดจนบรรพต

และพงศ์ไพรว่า ข้าพเจ้าขอถึงท่านทั้งหลายเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๗]

เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอน

หมู่ดาวนักษัตรในยามราตรีซึ่งมีรัศมีเสมอด้วยดอกราชพฤกษ์ว่า

ข้าพเจ้าขอถึงท่านเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๘]

เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอนเทพเจ้า

ผู้สถิตที่แม่น้ำคงคาซึ่งมีนามว่าภาคีรถี

เป็นที่รองรับการไหลมาแห่งแม่น้ำสายอื่นจำนวนมากว่า

ข้าพเจ้าขอถึงท่านเป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๓๑๙]

เมื่อไม่ทรงพบพระราชบุตร ก็ทรงไหว้วอน

(เทพเจ้าผู้สิงสถิตอยู่ ณ) ภูเขาหิมวันต์ที่ประเสริฐกว่าขุนเขาทั้งปวง

ซึ่งเต็มด้วยศิลาว่า ข้าพเจ้าขอถึงท่านเป็นที่พึ่งที่ระลึก

(โสตถิเสนทูลถามพระนางสัมพุลาว่า)

[๓๒๐]

พระราชบุตรีผู้มียศ พระนางกลับมาจนเย็นค่ำเชียวหนอ

วันนี้พระนางสมคบกับใครหนอ

ใครกันหนอเป็นที่รักของพระนางยิ่งกว่าหม่อมฉัน

(พระนางสัมพุลาตรัสว่า)

[๓๒๑]

หม่อมฉันถูกทานพผู้เป็นศัตรูนั้นจับไว้

ได้กล่าวกับมันอย่างนี้ว่า

การที่รากษสจะกินเรา ถึงกระนั้นก็หาใช่ความทุกข์ของเราไม่

เราทุกข์อยู่แต่ว่า พระลูกเจ้าจะเข้าพระทัยผิด

(โสตถิเสนได้ฟังดังนั้นแล้วจึงตรัสว่า)

[๓๒๒]

นางโจรมีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ยากที่จะหาความสัตย์ได้

หญิงทั้งหลายมีภาวะรู้ได้ยากเหมือนปลาที่ว่ายไปในน้ำ

(พระนางสัมพุลาทรงทำสัจกิริยาหลั่งน้ำลงที่ศีรษะของโสตถิเสนนั้นว่า)

[๓๒๓]

ขอความสัตย์จงคอยพิทักษ์รักษาหม่อมฉัน

อย่างที่หม่อมฉันไม่เคยรักชายอื่นยิ่งไปกว่าทูลกระหม่อมเถิด

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอพระโรคของทูลกระหม่อมจงระงับไป

(พระสสุรดาบสตรัสถามพระนางสัมพุลาผู้มีอินทรีย์เหี่ยวแห้งว่า)

[๓๒๔]

พญาช้าง ๗๐๐ เชือกซึ่งมีทหารถืออาวุธอย่างเข้มแข็งขับขี่

และนายขมังธนูอีก ๑,๖๐๐ นายเฝ้ารักษาตลอดคืนตลอดวัน

แม่นางผู้เจริญ พระนางยังจะพบศัตรูชนิดไหนอีก

(พระนางสัมพุลากราบทูลว่า)

[๓๒๕]

ขอเดชะพระบิดา พระราชบุตรทอดพระเนตรเห็น

นางสนมนารีผู้ประดับตบแต่งเรือนร่าง มีผิวพรรณงามดังกลีบปทุม

รุ่นกำดัด มีเสียงไพเราะดังนางพญาหงส์

และทรงสดับเสียงหัวเราะขับกล่อมประโคม

บัดนี้สำหรับหม่อมฉัน พระลูกเจ้าหาเป็นดังเช่นก่อนไม่

[๓๒๖]

ขอเดชะพระบิดา สนมนารีเหล่านั้น

ทรงเครื่องประดับล้วนเป็นทองคำ มีเรือนร่างเฉิดโฉม

ประดับด้วยอลังการนานาชนิด เพริศพริ้งดังสาวสวรรค์

เป็นที่โปรดปรานของท้าวโสตถิเสน ล้วนมีทรวดทรงหาที่ติมิได้

เป็นขัตติยกัญญาพากันปรนเปรอท้าวเธออยู่

[๓๒๗]

ขอเดชะพระบิดา ถ้าหากพระราชโอรส

ทรงยกย่องหม่อมฉันและไม่ทรงดูหมิ่นหม่อมฉัน

เหมือนคราวที่หม่อมฉัน เคยเที่ยวแสวงหาผลาผล

เลี้ยงดูพระสวามีอยู่ในป่าในกาลก่อนไซร้ สำหรับหม่อมฉัน

ป่านั้นแหละประเสริฐกว่าราชสมบัติในกรุงพาราณสีนี้เสียอีก

[๓๒๘]

นารีผู้มีอาภรณ์เกลี้ยงเกลาประดับตกแต่งร่างกายอย่างสวยงาม

ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกอย่าง อยู่ในเรือนที่มีข้าวและน้ำ

ที่เขาตระเตรียมไว้อย่างไพบูลย์อันใด แต่ไม่เป็นที่รักของสามี

การที่นารีนั้นฆ่าตัวตายเสียยังประเสริฐกว่าการอยู่ครองเรือนนั้น

[๓๒๙]

แม้หญิงใดเป็นคนกำพร้า ขัดสน ไร้เครื่องประดับ

นอนบนเสื่อลำแพน แต่เจ้าหล่อนเป็นที่รักของสามี

หญิงนี้แลแม้จะเป็นคนกำพร้าก็ยังประเสริฐกว่า

หญิงที่ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกอย่าง แต่ไม่เป็นที่รักของสามี

(พระสสุรดาบสตรัสสอนพระราชโอรสว่า)

[๓๓๐]

หญิงผู้เกื้อกูลชายผู้เป็นสามีหาได้ยากยิ่ง

สามีผู้เกื้อกูลหญิงผู้เป็นภรรยาก็หาได้ยาก เจ้าผู้จอมชน

พระนางสัมพุลาเป็นภรรยาผู้เกื้อกูลต่อเจ้าและเป็นผู้มีศีล

เจ้าจงประพฤติต่อพระนางสัมพุลาอย่างยุติธรรมเถิด

(พระเจ้าโสตถิเสนเมื่อจะมอบอิสริยยศแก่พระนางสัมพุลา จึงตรัสว่า)

[๓๓๑]

พระน้องนางผู้เจริญ ถ้าเมื่อพระน้องนาง

ได้โภคะอันไพบูลย์แล้วละความริษยาได้จนวันตาย

พี่และราชกัญญาเหล่านี้ทั้งหมดจะทำตามคำของพระน้องนาง

สัมพุลาชาดกที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. ปัณฑรกชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ติงสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๑๐. ภัณฑุติณฑุกชาดก