ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. จัตตาฬีสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๑. เตสกุณชาดก

๑. เตสกุณชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๓๘ · บรรทัด ๑๐๐๗๕เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๗. จัตตาลีสนิบาต

๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑)

ว่าด้วยนก ๓ ตัว

(พระราชาตรัสถามธรรมกับนกเวสสันดรในท่ามกลางมหาชนว่า)

[๑]

ลูกนก ขอความเจริญจงมีแก่ลูก พ่อขอถามลูกเวสสันดรว่า

กิจอะไรบุคคลผู้ประสงค์จะครอบครองราชสมบัติ

กระทำแล้วเป็นกิจอันประเสริฐ

(นกเวสสันดรยังไม่ทูลตอบปัญหา แต่ทูลเตือนพระราชาเพราะความประมาท ก่อนแล้วจึงกราบทูลว่า)

[๒]

นานนักหนอ พระเจ้ากังสะพระราชบิดาของเรา

ผู้ทรงครอบครองกรุงพาราณสี ผู้มีความประมาท

ได้ตรัสถามเราผู้เป็นบุตรซึ่งหาความประมาทมิได้

(นกเวสสันดรเมื่อทูลเตือนอย่างนี้แล้ว จึงกราบทูลว่า)

[๓]

ขอเดชะบรมกษัตริย์ อันดับแรกทีเดียว

พระราชาพึงทรงห้ามการตรัสคำไม่จริง ความโกรธ

ความหรรษาร่าเริง ต่อแต่นั้นพึงตรัสสั่งให้ทำราชกิจ

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า นั้นเป็นพระราชประเพณี

[๔]

ขอเดชะเสด็จพ่อ เมื่อก่อนกรรมใดเป็นกรรมกระทำให้

เดือดร้อนโดยไม่ต้องสงสัย พระองค์ทรงทำไว้แล้ว ๑

กรรมใดพระองค์ทรงมีความกำหนัดและความขัดเคืองทรงทำ ๑

กรรมนั้นพระองค์ไม่พึงทำต่อไปอีก

[๕]

ขอเดชะพระองค์ผู้ผดุงรัฐให้เจริญ

โภคะทั้งปวงในแคว้นของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้วย่อมพินาศ

ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา

[๖]

ขอเดชะเสด็จพ่อ เทพธิดาชื่อสิริและอลักขีถูกสุจิวารเศรษฐีถาม

ได้ตอบว่า ดิฉันชื่นชมยินดีคนที่ขยันหมั่นเพียรและไม่ริษยา

[๗]

ขอเดชะมหาราช ส่วนอลักขีเทพธิดาเป็นคนกาฬกัณณี

หักกุศลจักร ย่อมชื่นชมยินดีคนริษยา คนใจร้าย

มักทำลายกุศลกรรม

[๘]

ขอเดชะมหาราช พระองค์นั้น โปรดทรงมีพระหทัยดี

ในชนทั้งปวง จงทรงพิทักษ์รักษาชนทั้งปวง

โปรดทรงขับนางเทพธิดาที่อับโชคออกไป

ขอพระราชนิเวศน์จงเป็นที่อยู่ของนางเทพธิดาที่อำนวยโชคเท่านั้นเถิด

[๙]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งชนชาวกาสี

เพราะว่าบุรุษผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาและความเพียรนั้น

มีอัธยาศัยกว้างขวาง ย่อมตัดรากเง่าและยอดของศัตรูได้ขาด

[๑๐]

แท้จริง แม้ท้าวสักกะผู้เป็นเจ้าแห่งภูต

ก็มิได้ทรงประมาทในความขยันหมั่นเพียร

ท้าวเธอทรงกระทำความเพียรในกัลยาณธรรม

ทรงสนพระทัยในความขยันหมั่นเพียร

[๑๑]

คนธรรพ์ พรหม เทวดาทั้งหลายที่มีชีวิตเกี่ยวเนื่องกับ

พระราชาเหล่านั้น เมื่อพระองค์ทรงขยันหมั่นเพียร

ไม่ประมาท ก็ย่อมจะคล้อยตาม

[๑๒]

ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่ออย่าทรงประมาท

อย่าทรงกริ้ว แล้วตรัสสั่งให้ทำราชกิจ

อนึ่ง โปรดทรงพยายามในราชกิจ

เพราะคนไม่เกียจคร้านย่อมประสบความสุข

[๑๓]

ข้อความเหล่านั้นที่ข้าพระองค์กล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ

นั้นแลเป็นวัตตบท ข้อนี้แลเป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ

ที่สามารถช่วยมิตรให้ถึงความสุขและให้ทุกข์เกิดแก่ศัตรูได้

(พระราชาตรัสถามราชธรรมกับนางนกกุณฑลินีว่า)

[๑๔]

แม่กุณฑลินี สกุณีผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของผู้มีบรรดาศักดิ์

เจ้าคงจะเข้าใจปัญหา กิจอะไรบุคคลผู้ประสงค์จะครอบครอง

ราชสมบัติกระทำแล้วเป็นกิจอันประเสริฐ

(นางนกกุณฑลินีกราบทูลว่า)

[๑๕]

ขอเดชะเสด็จพ่อ มีเหตุอยู่ ๒ ประการเท่านั้น

ที่ประโยชน์สุขทั้งปวงดำรงมั่นอยู่ได้ คือ

การได้ลาภที่ยังไม่ได้ ๑ การตามรักษาลาภที่ได้แล้ว ๑

[๑๖]

ขอเดชะเสด็จพ่อ พระองค์โปรดทรงรู้จักหมู่อำมาตย์

ผู้เป็นนักปราชญ์ ฉลาดในประโยชน์

ไม่ใช่นักเลงการพนัน ไม่ใช่คนปลิ้นปล้อน

ไม่ใช่นักเลงล้างผลาญเถิด พระเจ้าข้า

[๑๗]

ขอเดชะเสด็จพ่อ อำมาตย์คนใดพึงรักษาทรัพย์

ที่พระองค์พึงมีไว้ได้เหมือนนายสารถียึดรถ

อำมาตย์ผู้นั้นพระองค์โปรดทรงให้ทำราชกิจเถิด

[๑๘]

พระราชาพึงสงเคราะห์ชนฝ่ายในให้ดี

ตรวจตราราชทรัพย์ด้วยพระองค์เอง

ไม่พึงฝังขุมทรัพย์ และให้กู้หนี้โดยทรงไว้วางพระทัยผู้อื่น

[๑๙]

พระราชาควรทราบความเจริญและความเสื่อมด้วยพระองค์เอง

ควรทรงทราบสิ่งที่ทรงกระทำแล้วและยังมิได้ทรงกระทำ

ด้วยพระองค์เอง พึงข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง

[๒๐]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นจอมทัพรถ

ขอพระองค์ทรงโปรดพร่ำสอนสิ่งที่เป็นประโยชน์

แก่ชาวชนบทด้วยพระองค์เอง

ข้าราชการผู้ไม่มีธรรมที่ทรงใช้สอยอย่าได้ทำพระราชทรัพย์

และรัฐสีมาของพระองค์ให้พินาศเลย

[๒๑]

อนึ่ง พระองค์อย่าทรงกระทำ

หรือตรัสใช้ให้ผู้อื่นกระทำราชกิจด้วยความเร่งด่วน

เพราะการงานที่ทำด้วยความเร่งด่วนไม่ดีเลย

คนโง่ย่อมเดือดร้อนในภายหลังเพราะการกระทำเช่นนั้น

[๒๒]

ขอพระทัยของพระองค์อย่าทรงล่วงเลยกุศล

ขอพระองค์อย่าทรงปล่อยพระทัยให้ขุ่นเคืองเกรี้ยวกราดนัก

เพราะว่าสกุลทั้งหลายที่มั่งคั่งมากมาย

ถึงความไม่เป็นสกุลเพราะความโกรธ

[๒๓]

ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอพระองค์อย่าทรงให้ประชาชน

หยั่งลงเพื่อความหายนะ เพราะเข้าพระทัยว่า เราเป็นใหญ่

ขอพวกสตรีและบุรุษของพระองค์อย่าได้มีความทุกข์เลย

[๒๔]

พระราชาผู้ปราศจากอาการขนพองสยองเกล้า

มีพระทัยใฝ่หาแต่กาม โภคะทั้งปวงจักพินาศไป

ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา

[๒๕]

ข้อความเหล่านั้นที่หม่อมฉันกล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ

นั้นเป็นวัตตบท ข้อนี้แลเป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ

ขอเดชะพระมหาราช บัดนี้

เสด็จพ่อพึงทรงขยันหมั่นบำเพ็ญบุญ

อย่าทรงเป็นนักเลง อย่าทรงล้างผลาญพระราชทรัพย์

ควรทรงเป็นผู้มีศีล เพราะคนทุศีลต้องตกนรก

(พระราชาตรัสถามปัญหากับนกชัมพุกบัณฑิตว่า)

[๒๖]

พ่อชัมพุกะ พ่อได้ถามโกสิยโคตรแล้ว

และแม่กุณฑลินีพ่อก็ได้ถามแล้วเช่นกัน

คราวนี้ พ่อจงบอกกำลังอันสูงสุดกว่ากำลังทั้งหลายบ้าง

(นกชัมพุกบัณฑิตแสดงธรรมแก่พระราชาว่า)

[๒๗]

ในโลกมีกำลังอยู่ ๕ ประการ ๑- มีอยู่ในบุรุษ

ผู้มีอัธยาศัยกว้างขวาง บรรดากำลังทั้ง ๕ ประการนั้น

ขึ้นชื่อว่ากำลังแขนท่านกล่าวว่า เป็นกำลังสุดท้าย

[๒๘]

ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงพระชนมายุยืนนาน

ส่วนกำลังแห่งโภคะท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๒

และกำลังแห่งอำมาตย์ท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๓

[๒๙]

อนึ่ง กำลังแห่งชาติสกุลอันยิ่งนั้น

เป็นกำลังที่ ๔ อย่างไม่ต้องสงสัย

กำลังทั้งหมด ๔ ประการเหล่านั้นบัณฑิตย่อมยึดถือไว้ได้

[๓๐]

กำลังปัญญานั้นเป็นกำลังประเสริฐสุด

เป็นยอดกำลังกว่ากำลังทั้งหลาย

บัณฑิตผู้มีกำลังปัญญาสนับสนุนย่อมประสบประโยชน์

[๓๑]

แม้ถึงคนมีปัญญาทรามจะได้แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ก็จริง

คนอื่นผู้มีปัญญาย่อมกดขี่เขาซึ่งไม่ประสงค์จะให้

ยึดครองแผ่นดินนั้นเสีย

[๓๒]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งชนชาวกาสี

ถึงกษัตริย์แม้อุบัติในสกุลอันสูงยิ่ง

ได้ราชสมบัติแล้ว แต่มีปัญญาทราม

จะดำรงพระชนม์ชีพอยู่ด้วยโภคะแม้ทั้งปวงหาได้ไม่

[๓๓]

ปัญญาเท่านั้นเป็นเครื่องวินิจฉัยเรื่องที่ได้ฟัง

ปัญญาเป็นเหตุให้เกียรติยศชื่อเสียงเจริญ

นรชนในโลกนี้ประกอบด้วยปัญญาแล้ว

แม้เมื่อเกิดทุกข์ก็ประสบสุขได้

@เชิงอรรถ :

@๑ กำลัง ๕ คือ (๑) กำลังกาย (๒) กำลังโภคทรัพย์ (๓) กำลังอำมาตย์ (๔) กำลังชาติตระกูล (กษัตริย์)

@(๕) กำลังปัญญา (ขุ.ชา.อ. ๗/๒๗/๓๔๙)

[๓๔]

ส่วนคนบางคนไม่ตั้งใจฟังด้วยดี

ไม่อาศัยท่านผู้เป็นพหูสูต ซึ่งตั้งอยู่ในธรรม

ไม่ไตร่ตรองเหตุผล ย่อมไม่ได้ลุถึงปัญญา

[๓๕]

อนึ่ง ผู้ใดรู้จักจำแนกธรรม ลุกขึ้นในกาลที่เหมาะสม

ไม่เกียจคร้าน บากบั่นตามกาลเวลา ผลงานของผู้นั้นย่อมสำเร็จ

[๓๖]

ประโยชน์ของบุคคลผู้มิใช่เป็นบ่อเกิดแห่งศีล

ผู้คบหาบุคคลผู้มิใช่บ่อเกิดแห่งศีล

ผู้มีปกติเบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมไม่เผล็ดผลโดยชอบ

[๓๗]

ส่วนประโยชน์ของบุคคลผู้ประกอบธรรมอันเป็นภายใน

ผู้คบหาบุคคลผู้เป็นบ่อเกิดแห่งศีลเช่นนั้น

มีปกติไม่เบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมเผล็ดผลโดยชอบ

[๓๘]

ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อจงทรงใฝ่หาปัญญา

คือการตามประกอบความเพียรในเหตุที่ควรประกอบ

และใฝ่หาการอนุรักษ์ทรัพย์ที่ทรงรวบรวมไว้ทั้ง ๒ อย่างนั้นเถิด

อย่าทรงทำลายทรัพย์ด้วยเหตุอันไม่สมควรเลย

เพราะคนมีปัญญาทรามย่อมล่มจม

เหมือนเรือนไม้อ้อ เพราะการกระทำอันไม่สมควร

(พระโพธิสัตว์พรรณนากำลัง ๕ ประการนี้แล้ว ยกกำลังคือปัญญาขึ้น กราบทูลแด่พระราชาอีกว่า)

[๓๙]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในพระราชมารดาและพระราชบิดาเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๐]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในพระโอรสและพระชายาเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๑]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในหมู่มิตรและอำมาตย์เถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๒]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในราชพาหนะและพลนิกายเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๓]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในชาวบ้านและชาวนิคมเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๔]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในชาวแคว้นและชาวชนบทเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๕]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์ทั้งหลายเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๖]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในหมู่เนื้อและสัตว์ปีกทั้งหลายเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๗]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์

ขอพระองค์โปรดทรงประพฤติธรรม

เพราะธรรมที่บุคคลประพฤติแล้วนำความสุขมาให้

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๘]

ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์โปรดทรงประพฤติธรรมเถิด

เพราะเทวดาพร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหม

ถึงทิพยสถานได้ด้วยธรรมที่ตนประพฤติดีแล้ว

ขอเดชะ ขอพระองค์อย่าทรงประมาทธรรมเลย

(พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาแสดงจริยธรรม ๑๐ ประการนี้แล้ว จึงโอวาทให้ยิ่งขึ้นไปว่า)

[๔๙]

ข้อความเหล่านั้นที่ข้าพระองค์กล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ

นั้นแลเป็นวัตตบท ข้อนี้เป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ

ขอเสด็จพ่อโปรดทรงคบหาคนมีปัญญา จงทรงเป็นผู้มีกัลยาณธรรม

ทรงทราบความข้อนั้นด้วยพระองค์เองแล้ว

โปรดทรงปฏิบัติให้ครบถ้วนเถิด

เตสกุณชาดกที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๐. ภัณฑุติณฑุกชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗จัตตาฬีสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๒. สรภังคชาดก