ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๘
  6. /
  7. อสีตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๑. จุลลหังสชาดก

๑. จุลลหังสชาดก

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๑๖๓ · บรรทัด ๑๑๕๘เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๑. อสีตินิบาต

๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

ว่าด้วยพญาหงส์ติดบ่วง

(พญาหงส์โพธิสัตว์เมื่อจะทดลองใจหงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

[๑]

ท่านสุมุขะ ฝูงหงส์ไม่เหลียวแล พากันบินหนีไป

แม้ท่านก็จงหนีไปเถิด อย่ามัวกังวลอยู่เลย

ความเป็นสหายไม่มีอยู่ในผู้ติดบ่วง

(หงส์สุมุขะกล่าวว่า)

[๒]

ข้าพระองค์จะหนีไปหรือไม่หนีไปก็ตาม

เพราะการหนีไปและไม่หนีไปนั้น ข้าพระองค์จะไม่ตายก็หามิได้

เมื่อพระองค์มีความสุข ข้าพระองค์ได้พึ่งพาอาศัย

เมื่อพระองค์มีความทุกข์ ข้าพระองค์จะพึงละทิ้งไปได้อย่างไร

[๓]

การตายพร้อมกับพระองค์เท่านั้น

ประเสริฐกว่าการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากพระองค์

การมีชีวิตโดยปราศจากพระองค์จะประเสริฐอะไร

[๔]

ข้าแต่มหาราช การที่ข้าพระองค์ละทิ้งพระองค์

ผู้ถึงความทุกข์อย่างนี้ไป นั่นไม่เป็นธรรมเลย

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งหมู่วิหค

ข้าพระองค์ชอบใจคติของพระองค์

(พญาหงส์โพธิสัตว์กล่าวว่า)

[๕]

คติของเราผู้ติดบ่วงจะเป็นอย่างอื่นไป

จากโรงครัวใหญ่ได้อย่างไรเล่า

ท่านมีปัญญาคือความคิดพ้นบ่วงมาแล้ว

จะพอใจคตินั้นได้อย่างไร

[๖]

นี่แน่ะพ่อปักษี ท่านเห็นประโยชน์ของเรา ของท่าน

หรือของญาติทั้งหลายที่เหลืออย่างไร

ในเมื่อเราทั้ง ๒ จะสิ้นชีวิต

[๗]

พ่อปักษีผู้มีปีกทั้ง ๒ ประดุจทองคำ

เมื่อท่านสละชีวิต ในเพราะคุณอันประจักษ์เช่นนี้

ก็เหมือนคนตาบอด ตกอยู่ในความมืดมิด

จะพึงทำประโยชน์อะไรให้โชติช่วงเล่า

(หงส์สุมุขะกล่าวตอบว่า)

[๘]

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหมู่หงส์

ทำไมหนอ พระองค์จึงไม่ทรงทราบประโยชน์ในธรรม

ธรรมที่มีคนบูชา ย่อมชี้ประโยชน์แก่เหล่าสัตว์

[๙]

ข้าพระองค์นั้นมุ่งธรรมอยู่ ได้เห็นประโยชน์อันเกิดขึ้นจากธรรม

และความภักดีในพระองค์จึงไม่คำนึงถึงชีวิต

[๑๐]

มิตรเมื่อระลึกถึงธรรม

ไม่พึงทอดทิ้งมิตรในยามอันตรายแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต

นี้เป็นธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายโดยแท้

(พญาหงส์โพธิสัตว์ จึงกล่าวว่า)

[๑๑]

ธรรมนี้ท่านก็ประพฤติแล้ว

และความภักดีในเราก็ปรากฏชัดแล้ว

ขอท่านจงทำตามความต้องการของเราเถิด

เราอนุญาตท่านแล้วจงหนีไป

[๑๒]

ก็แลเมื่อเวลาผ่านพ้นไปแม้อย่างนี้

ส่วนที่บกพร่องอันใดที่เราได้ทำไว้แล้วแก่หมู่ญาติ

ส่วนที่บกพร่องนั้นท่านพึงสังวรอย่างยิ่ง

ให้ถึงพร้อมด้วยปัญญาเถิด

[๑๓]

เมื่อพญาหงส์ ตัวประเสริฐ ผู้มีความประพฤติเยี่ยงพระอริยะ

ปรึกษากันอยู่อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้

นายพรานก็ได้ปรากฏต่อหน้า

ประดุจพญามัจจุราชปรากฏแก่คนไข้

[๑๔]

นกทั้ง ๒ ผู้เกื้อกูลกันและกันมาสิ้นกาลนานเหล่านั้น

เห็นศัตรูแล้วก็จับนิ่งเฉยอยู่

ไม่เคลื่อนไหวไปจากที่จับ

[๑๕]

ส่วนนายพรานศัตรูของนกได้เห็นเหล่าพญาหงส์ธตรัฏฐะ

กำลังบินขึ้นไปจากที่นั้นๆ

จึงได้รีบก้าวเท้าเข้าไปหาพญาหงส์ทั้ง ๒ โดยเร็ว

[๑๖]

ก็นายพรานนั้นครั้นรีบก้าวเท้าเข้าไปใกล้พญาหงส์ทั้ง ๒

ก้าวเท้าไปก็คิดไปอยู่ว่า ติดหรือไม่ติด

[๑๗]

เห็นหงส์ติดบ่วงจับอยู่เพียงตัวเดียว

อีกตัวหนึ่งไม่ติด จับอยู่ใกล้ๆ

แต่เพ่งมองตัวที่เป็นทุกข์ซึ่งติดบ่วง

[๑๘]

จากนั้น พรานนั้นก็เกิดความสงสัย

จึงได้ถามหงส์ทั้ง ๒ ตัวซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่นก

มีร่างกายเจริญเติบใหญ่ที่จับอยู่ว่า

[๑๙]

หงส์ตัวที่ติดบ่วงใหญ่ไม่กำหนดทิศทางที่จะบินหนีไป

พ่อปักษี แต่เจ้าไม่ติดบ่วง

ยังมีกำลังอยู่ ทำไมจึงไม่บินหนีไป

[๒๐]

หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับเจ้า

เจ้าพ้นแล้วยังเฝ้าหงส์ตัวที่ติดบ่วงอยู่ใกล้ๆ

นกทั้งหลายพากันละทิ้งหนีไป

ทำไมเจ้าจึงเหลืออยู่แต่ผู้เดียว

(หงส์สุมุขะตอบว่า)

[๒๑]

นี่ท่านผู้เป็นศัตรูของนก พญาหงส์นั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า

และเป็นเพื่อนเสมอด้วยชีวิตของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจักไม่ละทิ้งพระองค์ไป

จนกว่าวาระแห่งความตายจะมาถึง

(นายพรานกล่าวว่า)

[๒๒]

ก็ไฉนพญาหงส์นี้จึงไม่เห็นบ่วงที่ดักไว้แล้ว

ความจริงการรู้ถึงอันตรายเป็นเหตุของคนผู้เป็นใหญ่

เพราะเหตุนั้นผู้เป็นใหญ่เหล่านั้นควรจะรู้เท่าทันอันตราย

(หงส์สุมุขะตอบว่า)

[๒๓]

ในกาลใดความเสื่อมย่อมมีเมื่อถึงคราวจะสิ้นชีวิต

ในกาลนั้นแม้สัตว์จะเข้าใกล้ข่ายและบ่วงก็ไม่รู้

[๒๔]

ท่านผู้มีปัญญามาก ก็แลบ่วงทั้งหลายที่เขาดักไว้

มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ในเมื่อถึงคราวจะสิ้นชีวิตอย่างนี้

สัตว์ทั้งหลายย่อมเข้าไปติดบ่วงที่เขาอำพรางดักไว้

(หงส์สุมุขะเมื่อจะขอชีวิตของพญาหงส์โพธิสัตว์ จึงกล่าวว่า)

[๒๕]

ก็การอยู่ร่วมกับท่านนี้พึงมีความสุขเป็นกำไรหนอ

อนึ่ง ขอท่านจงอนุญาตให้ข้าพเจ้าทั้ง ๒ ไป

ขอท่านพึงให้ชีวิตแก่ข้าพเจ้าทั้ง ๒ ด้วยเถิด

(นายพรานจึงกล่าวว่า)

[๒๖]

ท่านไม่ได้ติดบ่วงของข้าพเจ้า

และข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะฆ่าท่าน

ท่านจงรีบไปจากที่นี้ตามความปรารถนา

และจงมีชีวิตอยู่อย่างปราศจากความทุกข์ตลอดกาลนานเถิด

(หงส์สุมุขะได้กล่าวว่า)

[๒๗]

ข้าพเจ้าไม่ประสงค์อย่างนั้นเลย นอกจากชีวิตของพญาหงส์นี้

หากท่านยินดีหงส์ตัวเดียว ขอท่านจงปล่อยพญาหงส์นั้น

และจงกินข้าพเจ้าแทนเถิด

[๒๘]

ข้าพเจ้าทั้ง ๒ มีทรวดทรงสัณฐานและวัยเสมอกัน

ท่านจะไม่มีรายได้ลดค่าลงเลย

ขอท่านจงพอใจด้วยการแลกเปลี่ยนอย่างนี้

[๒๙]

เชิญเถิดเชิญท่านไตร่ตรองเรื่องนั้นดูให้ดี

บรรดาข้าพเจ้าทั้ง ๒ ขอท่านจงมีความพอใจ

ท่านจงใช้บ่วงผูกข้าพเจ้าไว้ก่อน

จงปล่อยพญานกไปในภายหลัง

[๓๐]

อนึ่ง เมื่อท่านกระทำตามคำขอร้อง

รายได้ของท่านก็จะมีเท่าเดิมด้วย

และท่านจะพึงมีไมตรีกับเหล่าพญาหงส์ธตรัฏฐะไปตลอดชีวิต

(นายพรานเมื่อจะยกพญาหงส์โพธิสัตว์ให้เป็นรางวัลแก่หงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

[๓๑]

ขอมิตรอำมาตย์ข้าทาสบริวารบุตรภรรยา

และพวกพ้องเผ่าพันธุ์ทั้งหลายหมู่ใหญ่

จงเห็นพญาหงส์ผู้พ้นไปแล้วจากที่นี้เพราะท่านเถิด

[๓๒]

ก็บรรดามิตรทั้งหลายเป็นอันมาก

มิตรทั้งหลายเช่นกับท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมชีวิต

ของพญาหงส์ธตรัฏฐะเหล่านั้นไม่มีอยู่ในโลกนี้

[๓๓]

ข้าพเจ้ายอมปล่อยสหายของท่าน

ขอพญาหงส์จงบินตามท่านไป

ท่านทั้ง ๒ จงรีบไปจากที่นี้ตามความปรารถนา

จงรุ่งเรืองอยู่ในท่ามกลางแห่งญาติเถิด

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

[๓๔]

หงส์สุมุขะผู้มีความเคารพต่อผู้เป็นนายนั้น

มีความปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วงแล้ว

เมื่อจะกล่าววาจาอันระรื่นหู จึงกล่าวว่า

[๓๕]

นายพราน วันนี้ข้าพเจ้ายินดีเบิกบานใจ

เพราะได้เห็นพญานกพ้นจากบ่วงแล้วฉันใด

ขอท่านจงยินดีเบิกบานใจพร้อมกับหมู่ญาติทั้งปวงฉันนั้นเถิด

(พญาหงส์สุมุขะกล่าวกับนายพรานว่า)

[๓๖]

มาเถิด ข้าพเจ้าจะบอกท่านโดยวิธีที่ท่านจะได้ลาภ

พญาหงส์ธตรัฏฐะนี้มิได้มุ่งร้ายอะไรต่อท่านเลย

[๓๗]

ท่านจงรีบนำข้าพเจ้าทั้ง ๒

ซึ่งจับอยู่ที่หาบทั้ง ๒ ข้างเป็นปกติ ไม่ถูกผูกมัด

ภายในเมืองแล้วแสดงต่อพระราชาว่า

[๓๘]

ข้าแต่มหาราช พญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ นี้

เป็นอธิบดีแห่งหงส์ หงส์นี้เป็นราชาแห่งหงส์ทั้งหลาย

ส่วนอีกตัวหนึ่งนี้เป็นเสนาบดี

[๓๙]

พระราชาผู้ทรงเป็นนราธิบดีทอดพระเนตรเห็นพญาหงส์นี้แล้ว

จะทรงปรีดา ปลาบปลื้ม พอพระทัย

จะพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ท่าน

เป็นจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

[๔๐]

นายพรานได้สดับคำของหงส์สุมุขะนั้นแล้ว

ได้จัดแจงกิจการงานให้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว

รีบไปยังภายในเมือง ได้แสดงหงส์ทั้ง ๒ ซึ่งจับอยู่

ที่หาบทั้ง ๒ ข้างเป็นปกติ ไม่ถูกผูกมัดแด่พระราชาว่า

[๔๑]

ข้าแต่มหาราช พญาหงส์ธตรัฏฐะทั้งหลายเหล่านี้

เป็นอธิบดีแห่งหงส์ หงส์ตัวนี้เป็นราชาแห่งหงส์ทั้งหลาย

ส่วนอีกตัวหนึ่งนี้เป็นเสนาบดี

(พระราชารับสั่งถามว่า)

[๔๒]

ก็วิหคเหล่านี้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเจ้าได้อย่างไร

เจ้าเป็นพรานจับวิหคที่เป็นใหญ่กว่าวิหคทั้งหลาย

มาในที่นี้ได้อย่างไร

(นายพรานกราบทูลว่า)

[๔๓]

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชน

บ่วงเหล่านี้ข้าพระองค์ได้วางไว้ที่เปือกตมทั้งหลาย

ซึ่งเป็นสถานที่ที่ข้าพระองค์เข้าใจว่า

เป็นสถานที่ประชุมแห่งนก

เป็นสถานที่ปลิดชีวิตนกทั้งหลาย

[๔๔]

พญาหงส์เข้ามาใกล้บ่วงเช่นนั้นแล้วก็ไม่รู้

ส่วนนกตัวนี้ไม่ได้ติดบ่วง แต่จับอยู่ใกล้ๆ พญาหงส์นั้น

ได้พูดกับข้าพระองค์

[๔๕]

วิหคผู้ประกอบแล้วในธรรม

เมื่อบากบั่นในประโยชน์ของผู้เป็นนาย

ได้ประกาศภาวะอันอุดมซึ่งคนผู้มิใช่อริยะกระทำได้ยาก

[๔๖]

วิหคนี้ยังควรที่จะมีชีวิตอยู่ แต่กลับสละชีวิตของตนเอง

จับอยู่อย่างไม่ทอดถอนท้อแท้ใจ

วิงวอนร้องขอชีวิตของผู้เป็นนาย

[๔๗]

ข้าพระองค์สดับคำของวิหคนั้นแล้วจึงกลับเลื่อมใส

จากนั้นจึงได้ปลดปล่อยพญาหงส์จากบ่วง

และอนุญาตให้ไปได้ตามสบาย

[๔๘]

หงส์สุมุขะนั้นมีความเคารพต่อผู้เป็นนาย

มีความปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วง

เมื่อจะกล่าววาจาอันระรื่นหู จึงได้กล่าวว่า

[๔๙]

นายพราน วันนี้ข้าพเจ้ายินดีเบิกบานใจ

เพราะได้เห็นพญานกพ้นจากบ่วงแล้วฉันใด

ขอท่านจงยินดีเบิกบานใจพร้อมกับหมู่ญาติทั้งปวงฉันนั้นเถิด

[๕๐]

มาเถิด ข้าพเจ้าจะบอกท่านโดยวิธีที่ท่านจะได้ลาภ

พญาหงส์ธตรัฏฐะนี้มิได้มุ่งร้ายอะไรต่อท่านเลย

[๕๑]

ท่านจงรีบนำข้าพเจ้าทั้ง ๒

ซึ่งจับอยู่ที่หาบทั้ง ๒ ข้างเป็นปกติ ไม่ถูกผูกมัด

ไปภายในเมืองแล้วแสดงต่อพระราชาว่า

[๕๒]

ข้าแต่มหาราช พญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ นี้

เป็นอธิบดีแห่งหงส์ หงส์นี้เป็นราชาแห่งหงส์ทั้งหลาย

ส่วนอีกตัวหนึ่งนี้เป็นเสนาบดี

[๕๓]

พระราชาผู้ทรงเป็นนราธิบดีทอดพระเนตรเห็นพญาหงส์นี้แล้ว

จะทรงปรีดา ปลาบปลื้ม พอพระทัย

จะพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ท่าน

เป็นจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย

[๕๔]

หงส์ทั้ง ๒ เหล่านี้ข้าพระองค์นำมา

ตามคำของหงส์สุมุขะนั้น ด้วยประการฉะนี้

ความจริง ข้าพระองค์ได้อนุญาต

ให้หงส์ทั้ง ๒ เหล่านี้อยู่ที่สระนั้นตามเดิม

[๕๕]

ก็สุมุขพญาปักษีทิชาชาติตัวนี้นั้น

เป็นหงส์ประกอบอยู่ในธรรมอย่างยิ่ง

แม้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูอย่างนี้

ก็ยังทำนายพรานเช่นข้าพระองค์ให้เกิดความอ่อนโยนได้

[๕๖]

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งมนุษย์

ก็ในบ้านพรานนกทุกแห่งข้าพระองค์มิได้เห็น

เครื่องบรรณาการอย่างอื่นเหมือนเช่นนี้สำหรับพระองค์เลย

ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรเครื่องบรรณาการนั้นเถิด

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

[๕๗]

พญาหงส์ครั้นเห็นพระราชาประทับนั่ง

บนตั่งทองคำอันสวยงาม

เมื่อจะกล่าววาจาอันระรื่นหู จึงกล่าวว่า

[๕๘]

พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ทรงสุขสำราญดีอยู่หรือ

ไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ

แคว้นอันมั่งคั่งนี้พระองค์ทรงปกครองโดยธรรมหรือ

(พระราชาตรัสตอบว่า)

[๕๙]

เราสุขสำราญดีพญาหงส์ และไม่มีโรคเบียดเบียน

อนึ่ง แคว้นอันมั่งคั่งนี้เราก็ปกครองโดยธรรม

(พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

[๖๐]

โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีหรือ

อนึ่ง อำมาตย์เหล่านั้นไม่กังวลถึงชีวิต

ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อพระองค์หรือ

(พระราชาตรัสตอบว่า)

[๖๑]

โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของเราก็ไม่มี

อนึ่ง แม้อำมาตย์เหล่านั้นก็ไม่กังวลถึงชีวิต

ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อเราเลย

(พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

[๖๒]

พระราชเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับพระองค์

ทรงเชื่อฟัง ตรัสพระวาจาอ่อนหวานน่ารัก

ทรงมีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ

ทรงคล้อยตามพระอัธยาศัยของพระองค์หรือ

(พระราชาตรัสตอบว่า)

[๖๓]

ก็พระเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับเรา

เชื่อฟัง กล่าววาจาอ่อนหวานน่ารัก

มีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ

ยังคล้อยตามอัธยาศัยของเราอยู่

[๖๔]

ท่านผู้เจริญตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูผู้ร้ายกาจนั้น

ถึงความลำบากมากเพราะอันตรายเบื้องต้นนั้นหรือ

[๖๕]

นายพรานได้วิ่งเข้าไปใช้ท่อนไม้โบยตีท่านหรือ

เพราะคนต่ำทรามเหล่านี้จะมีปกติเป็นอย่างนี้ในขณะนั้น

(พญาหงส์โพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๖๖]

ขอเดชะมหาราช ในคราวมีอันตรายอย่างนี้

ความปลอดภัยได้มีแล้ว ด้วยว่านายพรานผู้นี้

หาได้ดำเนินการบางสิ่งบางอย่าง

ในข้าพระองค์ทั้ง ๒ เหมือนศัตรูไม่

[๖๗]

นายพรานค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาและได้ปราศรัยขึ้นก่อน

ในกาลนั้นสุมุขบัณฑิตผู้นี้แหละได้กล่าวตอบ

[๖๘]

นายพรานสดับคำของสุมุขวิหคนั้นแล้วจึงกลับเลื่อมใส

จากนั้นจึงได้ปลดปล่อยข้าพระองค์จากบ่วง

และอนุญาตให้ไปได้ตามสบาย

[๖๙]

ก็การมาสู่สำนักของพระองค์ผู้ทรงพระเจริญนี้

สุมุขวิหคนั่นแหละปรารถนาทรัพย์เพื่อนายพรานผู้นี้

ได้คิดแล้วเพื่อประโยชน์แก่เขา

(พระราชาตรัสว่า)

[๗๐]

ก็การมาของท่านผู้เจริญนี้เป็นการมาดีแล้วทีเดียว

และเราก็ยินดีเพราะได้เห็นท่าน

อนึ่ง แม้นายพรานนี้จะได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจจำนวนมาก

ตามที่ตนปรารถนา

(พระศาสดาเมื่อจะทรงเผยข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

[๗๑]

พระราชาผู้เป็นอธิบดีแห่งมนุษย์

ทรงยังนายพรานให้อิ่มเอมใจด้วยโภคะทั้งหลายแล้ว

เมื่อจะตรัสวาจาอันระรื่นหู จึงตรัสกับพญาหงส์ว่า

[๗๒]

ได้ยินว่า อำนาจของเราผู้ทรงธรรม

ย่อมเป็นไปในที่มีประมาณเล็กน้อย

ความเป็นใหญ่ในที่ทั้งปวงจงมีแก่ท่าน

ขอท่านจงปกครองตามความปรารถนาเถิด

[๗๓]

อนึ่ง สิ่งอื่นใดย่อมเข้าไปสำเร็จเพื่อประโยชน์

แก่การต้านทานหรือเพื่อการเสวยราชสมบัติได้

สิ่งนั้นซึ่งเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจเราขอยกให้ท่าน

และขอสละอิสริยยศให้แก่ท่านด้วย

(พระราชาเมื่อจะทรงสนทนากับหงส์สุมุขะ จึงตรัสว่า)

[๗๔]

ก็ถ้าว่าหงส์สุมุขะผู้เป็นบัณฑิตถึงพร้อมด้วยปัญญานี้

จะพึงเจรจากับเราตามความปรารถนาบ้าง

ข้อนั้นจะพึงเป็นที่รักยิ่งแห่งเรา

(หงส์สุมุขะกราบทูลว่า)

[๗๕]

ข้าแต่มหาราช นัยว่า

ข้าพระองค์เหมือนกับพญาช้างเข้าไประหว่างซอกหิน

ไม่อาจจะพูดสอดแทรกขึ้นได้ นั้นไม่ใช่วินัยของข้าพระองค์

[๗๖]

พญาหงส์นั้นเป็นผู้ประเสริฐกว่าข้าพระองค์ทั้งหลาย

ส่วนพระองค์ก็เป็นผู้สูงสุด เป็นพระเจ้าแผ่นดิน

เป็นยอดแห่งมนุษย์ พระองค์ทั้ง ๒

เป็นผู้อันข้าพระองค์พึงบูชาด้วยเหตุเป็นอันมาก

[๗๗]

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งมนุษย์

เมื่อพระองค์ทั้ง ๒ กำลังตรัสปราศรัยกันอยู่

เมื่อการวินิจฉัยกำลังเป็นไปอยู่ ข้าพระองค์ผู้เป็นคนรับใช้

จึงไม่ควรที่จะพูดสอดแทรกขึ้นในระหว่าง

(พระราชาสดับคำของหงส์สุมุขะแล้วดีพระทัย จึงตรัสว่า)

[๗๘]

ได้ยินว่า โดยธรรมดานายพรานกล่าวว่า

นกนี้เป็นบัณฑิต

ความจริง นัยเช่นนี้ไม่พึงมีแก่บุคคลผู้มิได้อบรมตนเลย

[๗๙]

บุคคลผู้มีปกติเลิศอย่างนี้ เป็นสัตว์อุดมอย่างนี้

เท่าที่เราเห็นมามีอยู่ แต่เราหาเห็นสัตว์อื่นเช่นนี้ไม่

[๘๐]

เรายินดีต่อท่านทั้ง ๒ โดยปกติ

และยินดีด้วยการกล่าวถ้อยคำอันไพเราะของท่านทั้งสอง

อนึ่ง ความพอใจของเราอีกอย่างหนึ่ง

นั่นคือการที่เราพึงเห็นท่านทั้ง ๒ เป็นเวลานาน

(พญาหงส์โพธิสัตว์เมื่อจะสรรเสริญพระราชา จึงกราบทูลว่า)

[๘๑]

กิจอันใดที่บุคคลพึงกระทำในมิตรผู้สูงศักดิ์

กิจอันนั้นพระองค์ทรงกระทำแล้วในข้าพระองค์ทั้ง ๒

เพราะความภักดีต่อพระองค์ที่มีอยู่ในข้าพระองค์ทั้งหลาย

ข้าพระองค์จึงมีความภักดีต่อพระองค์โดยไม่ต้องสงสัย

[๘๒]

ส่วนทางโน้น ความทุกข์คงเกิดขึ้นแล้ว

ในหมู่หงส์จำนวนมากเป็นแน่

เพราะมิได้พบเห็นข้าพระองค์ทั้ง ๒

ในระหว่างแห่งหมู่ญาติเป็นอันมาก

[๘๓]

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงย่ำยีข้าศึก

พวกข้าพระองค์ได้รับอนุมัติจากพระองค์แล้ว

จะขอกระทำประทักษิณพระองค์แล้วไปพบเห็นหมู่ญาติ

เพื่อกำจัดความโศกของหงส์เหล่านั้น

[๘๔]

ข้าพระองค์ได้ประสบปีติอันไพบูลย์

เพราะได้มาเฝ้าพระองค์ผู้เจริญแน่แท้

อนึ่ง ความคุ้นกับหมู่ญาติแม้นี้ก็พึงมีประโยชน์ใหญ่หลวง

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

[๘๕]

พญาหงส์ธตรัฏฐะครั้นกราบทูลคำนี้กับนราธิบดีแล้ว

อาศัยการบินเร็วอย่างสุดกำลัง ได้เข้าไปหาหมู่ญาติแล้ว

[๘๖]

หงส์ทั้งหลายเห็นพญาหงส์ทั้ง ๒ นั้น

มาถึงโดยลำดับอย่างปลอดภัย

ต่างพากันส่งเสียงว่าเกกๆ ได้เกิดสำเนียงเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว

[๘๗]

หงส์เหล่านั้นผู้มีความเคารพต่อผู้เป็นนาย

พากันปลาบปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วง

จึงพากันแวดล้อมอยู่โดยรอบ หงส์ทั้งหลายได้ที่พึ่งแล้ว

(พระศาสดาตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า)

[๘๘]

ประโยชน์ทั้งปวงของบุคคลผู้มีกัลยาณมิตร

ย่อมสำเร็จผลเป็นความสุขความเจริญ

เหมือนพญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ ได้อยู่ใกล้หมู่ญาติฉะนั้น

จูฬหังสชาดกที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๘ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. โสณนันทชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๘อสีตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๒. มหาหังสชาดก