ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๘
  6. /
  7. สัฏฐินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๒. สังกิจจชาดก

๒. สังกิจจชาดก

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๙๐ · บรรทัด ๕๙๕เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)

ว่าด้วยสังกิจจฤๅษี

(พระศาสดาทรงปรารภพระเจ้าอชาตศัตรูผู้ทำปิตุฆาต จึงตรัสสังกิจจชาดกนี้ว่า)

[๖๙]

ลำดับนั้น คนเฝ้าสวนเห็นพระเจ้าพรหมทัต

ผู้ทรงเป็นจอมทัพประทับนั่งอยู่

จึงได้กราบทูลท้าวเธอให้ทรงทราบว่า

“พระองค์ทรงเอ็นดูท่านผู้ใด

[๗๐]

ท่านผู้นี้ คือ สังกิจจฤๅษี ผู้ได้รับสมมติว่า

เป็นคนดีกว่าฤๅษีทั้งหลาย ได้มาถึงแล้ว

ขอเชิญพระองค์รีบเสด็จออกไปพบ

ท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่โดยด่วนเถิด พระเจ้าข้า”

[๗๑]

ลำดับนั้น พระราชาผู้จอมทัพ

รีบเสด็จขึ้นประทับราชรถที่เทียมไว้แล้ว

มีหมู่มิตรและอำมาตย์ห้อมล้อมได้เสด็จไปแล้ว

[๗๒]

พระราชาผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกาสี

ทรงเก็บราชกกุธภัณฑ์ ๕ ประการ คือ

๑. พัดวาลวีชนี ๒. กรอบพระพักตร์ ๓. พระขรรค์

๔. เศวตฉัตร ๕. ฉลองพระบาท

[๗๓]

พระราชาทรงวางเบญจกกุธภัณฑ์ไว้อย่างปกปิดแล้ว

เสด็จลงจากราชยาน ทรงดำเนินเข้าไปหาสังกิจจฤๅษี

ซึ่งนั่งอยู่ ณ ทายปัสสอุทยาน

[๗๔]

พระราชาพระองค์นั้นครั้นเสด็จเข้าไปหาแล้ว

ทรงบันเทิงอยู่กับฤๅษีสนทนาปราศรัย

พอให้ระลึกถึงกันและกันแล้วเสด็จเข้าไป ณ ที่สมควร

[๗๕]

ประทับนั่ง ณ ที่สมควรแล้ว

เมื่อทรงเห็นว่าเป็นกาลอันสมควร

จึงทรงสอบถามถึงกรรมอันเป็นบาปว่า

[๗๖]

โยมขอถามท่านสังกิจจฤๅษีผู้ได้รับสมมติว่า

เป็นคนดีกว่าฤๅษีทั้งหลายซึ่งนั่งอยู่ ณ ทายปัสสอุทยาน

ห้อมล้อมไปด้วยหมู่ฤๅษีว่า

[๗๗]

คนผู้ประพฤติล่วงธรรมทั้งหลาย

เหมือนโยมผู้ประพฤติล่วงธรรม ละไปแล้วจะไปสู่คติอะไร

ขอพระคุณเจ้าจงตอบเนื้อความที่โยมถามเถิด

[๗๘]

สังกิจจฤๅษีได้กราบทูลพระราชาผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกาสี

ซึ่งประทับนั่ง ณ ทายปัสสอุทยานว่า

ขอถวายพระพรมหาบพิตร ขอพระองค์ทรงสดับคำของอาตมภาพ

[๗๙]

ผู้ใดพร่ำสอนบอกหนทางแก่คนเดินทางผิด

ถ้าเขาพึงทำตามคำของผู้นั้น เขาก็ไม่พึงถูกหนามตำฉันใด

[๘๐]

ผู้ใดพร่ำสอนธรรมแก่ผู้ปฏิบัติผิดธรรม

ถ้าเขาพึงทำตามคำสอนของท่านผู้นั้น

เขาจะไม่พึงไปสู่ทุคติฉันนั้นเหมือนกัน

(ฤๅษีโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาต่อไปว่า)

[๘๑]

ข้าแต่มหาราช ธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ปลอดภัย ๑-

ส่วนอธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ไม่ปลอดภัย

เพราะว่าอธรรมนำสัตว์ไปสู่นรก ส่วนธรรมยังสัตว์ให้ถึงสุคติ

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ปลอดภัย ในที่นี้หมายถึงกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ (กายกรรม ๓ คือ เว้นจากการ

@ฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม, วจีกรรม ๔ คือเว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูด

@ส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ, มโนกรรม ๓ คือไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่คิดปองร้ายเขา

@เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม) เป็นทางเกษม ไม่มีภัยเฉพาะหน้า ดำเนินไปสู่สุคติ (ขุ.ชา.อ. ๘/๘๑/๑๑๗)

[๘๒]

ข้าแต่มหาบพิตร คนผู้ประพฤติล่วงธรรมทั้งหลาย

มีชีวิตไม่ราบรื่น ตายไปแล้วจะไปสู่คติใดในนรก

ขอพระองค์ทรงสดับการกล่าวถึงนรกเหล่านั้นของอาตมภาพเถิด

[๘๓]

คือ ๑. สัญชีวนรก ๒. กาฬสุตตนรก ๓. สังฆาฏนรก

โรรุวนรก ๒ คือ (๔. ชาลโรรุวนรก ๕. ธูมโรรุวนรก)

๖. ตาปนนรก ๗. ปตาปนนรก ๘. อเวจีมหานรก ๑-

[๘๔]

นรก ๘ ขุมเหล่านี้บัณฑิตกล่าวว่า ก้าวพ้นได้โดยยาก

เกลื่อนกล่นไปด้วยเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมหยาบช้า

แต่ละขุมๆ มีอุสสทนรก ๑๖ ขุมเป็นบริวาร

@เชิงอรรถ :

@๑ มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้มีคำแปลและความหมาย ดังนี้

@๑. สัญชีวนรก นรกที่ตายแล้วฟื้น หมายถึงสัตว์นรกในนรกนี้ถูกสับถูกฟันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว

@กลับฟื้นขึ้นมาบ่อยๆ

@๒. กาฬสุตตนรก นรกสายบรรทัดเหล็ก หมายถึงสัตว์นรกวิ่งไปบนแผ่นเหล็กแดง ถ้าล้มลง จะถูก

@ดีดด้วยสายบรรทัดเหล็กแดง

@๓. สังฆาฏนรก นรกที่ถูกบดหรือหนีบ หมายถึงมีภูเขาเหล็กลุกเป็นไฟกลิ้งมาบดขยี้สัตว์ในนรกนี้

@๔. ชาลโรรุวนรก นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะเปลวไฟ หมายถึงนรกที่มีเปลวไฟพุ่งวูบเข้าทางทวารทั้ง ๙

@เผาสัตว์นรกตลอดเวลา

@๕. ธูมโรรุวนรก นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะควันไฟ หมายถึงนรกที่มีควันไฟรมสัตว์นรกทางทวารทั้ง ๙

@อยู่ตลอดเวลา

@๖. ตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อน หมายถึงพวกสัตว์นรกในนรกนี้จะถูกแทงด้วยหลาวเหล็กเท่า

@ลำตาลลุกเป็นไฟ

@๗. ปตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อนมาก หมายถึงสัตว์นรกในนรกนี้ถูกไล่ตีหนีขึ้นไปบนภูเขา บนกำแพง

@ที่ร้อน ตกลงมาถูกหลาวเหล็กเสียบแทง

@๘. อเวจีมหานรก นรกที่ไม่มีเวลาว่าง หมายถึงนรกที่มีเปลวไฟพลุ่งออกมาจากทิศทั้ง ๔ เผาสัตว์นรก

@อยู่ตลอดเวลา

@มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้แต่ละขุมมีประตู ๔ ด้าน ประตูหนึ่งๆ มีอุสสุทนรก (นรกบริวาร) ด้านละ ๔

@มหานรกขุมหนึ่งๆ จึงมีอุสสทนรก ๑๖ แห่ง มหานรก ๘ ขุมมีอุสสทนรก ๑๒๘ รวมกับมหานรก ๘

@เป็น ๑๓๖ ขุม (ขุ.ชา.อ. ๘/๘๓-๘๔/๑๑๗-๑๒๐) ดูการทำกรรมและวิธีเสวยผลกรรมต่างๆ จากเนมิราช-

@ชาดก ชาดกที่ ๔ ในมหานิบาต (ข้างหน้า) (ขุ.ชา. ๒๘/๔๒๑-๕๘๙/๑๖๖-๑๘๗) (ขุ.ชา.อ. ๙/๔๒๑-๕๘๙/

@๑๕๑-๒๐๙) และดูเทวทูตสูตรใน ม.อุ. ๑๔/๒๖๑-๒๗๑/๒๓๐-๒๔๐, ม.อุ.อ. ๓/๒๖๑-๒๗๑/๑๖๗-๑๗๓)

[๘๕]

เป็นนรกที่โหดร้าย เผาผลาญเหล่าสัตว์

ผู้ตระหนี่เหนียวแน่นให้เร่าร้อน

เป็นมหาภัย มีเปลวไฟลุกโพลง น่าขนพองสยองเกล้า

น่าสะพรึงกลัว มีภัยเฉพาะหน้า มีแต่ทุกข์

[๘๖]

มี ๔ มุม มีประตู ๔ ด้าน จัดไว้เหมาะสมตามสัดส่วน

มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ มีเหล็กครอบไว้ด้วย

[๘๗]

ภาคพื้นของนรกเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นเหล็ก มีไฟลุกโชน

มีความร้อนแผ่ซ่านไปตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

ตั้งอยู่ในกาลทุกเมื่อ

[๘๘]

คนผู้กล่าวล่วงเกินฤๅษีทั้งหลาย ผู้สำรวม ผู้มีตบะเหล่านั้น

ย่อมตกนรก มีเท้าชี้ขึ้นเบื้องบน มีศีรษะปักลงเบื้องล่าง

[๘๙]

คนเหล่านั้นผู้มีปกติกระทำกรรมหยาบช้า

มีความเจริญถูกขจัดแล้ว เหมือนปลาที่ถูกเฉือนออกเป็นชิ้นๆ

ย่อมหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีนับไม่ถ้วน

[๙๐]

มีกายถูกไฟเผาไหม้ทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่เป็นนิตย์

แสวงหาทางออกจากนรก ก็ไม่พบประตูที่จะออก

[๙๑]

จึงวิ่งไปทางประตูด้านทิศตะวันออก

จากนั้นก็วิ่งกลับไปทางประตูด้านทิศตะวันตก

วิ่งไปแม้ทางประตูด้านทิศเหนือ

จากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังประตูด้านทิศใต้

วิ่งไปถึงประตูใดๆ ประตูนั้นๆ ก็ปิดทันที

[๙๒]

นับเป็นเวลาหลายพันปี ชนทั้งหลายที่ตกนรก

ต้องประคองแขนคร่ำครวญ เสวยทุกข์มิใช่น้อย

[๙๓]

เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่ควรระรานคนดี

เพราะท่านมีความสำรวม มีตบะ

ประดุจอสรพิษมีพิษกล้าที่โกรธแล้วหลีกเลี่ยงได้ยาก

[๙๔]

พระเจ้าอัชชุนะทรงเป็นใหญ่ในแคว้นเกตกะ

มีพระวรกายกำยำล่ำสัน

ทรงเป็นนายขมังธนูผู้ยิ่งใหญ่ มีพระพาหาตั้งพัน

ก็หายสาบสูญไปเพราะระรานโคตมฤๅษี

[๙๕]

พระเจ้าทัณฑกีได้ทรงเอาธุลีโปรยใส่กีสวัจฉฤๅษี

ผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังธุลี

พระองค์ทรงถึงความพินาศเหมือนต้นตาลถูกตัดราก

[๙๖]

พระเจ้ามัชฌะคิดร้ายมาตังคฤๅษีผู้เรืองยศ

จึงได้หายสาบสูญไปพร้อมทั้งบริษัท

แคว้นของพระองค์ก็กลายเป็นป่าไม้ในกาลนั้น

[๙๗]

ชาวเมืองอันธกเวณฑยะระรานกัณหทีปายนฤๅษี

ต่างถือไม้พลองตีกันและกัน

ก็พากันไปถึงสถานที่ชำระโทษของพญายม

[๙๘]

ส่วนพระเจ้าเจจจะพระองค์นี้

เมื่อก่อนทรงเหาะไปในอากาศได้

ถูกกบิลดาบสสาปมีอัตภาพเสื่อมสิ้นฤทธิ์แล้ว

ถูกแผ่นดินสูบถึงสิ้นพระชนม์

[๙๙]

เพราะเหตุนั้นแหละ บัณฑิตทั้งหลายจึงไม่สรรเสริญ

การถึงความลำเอียงเพราะความชอบ

บุคคลไม่พึงมีจิตคิดประทุษร้าย

พึงกล่าววาจาที่ประกอบด้วยความจริง

[๑๐๐]

ถ้าว่าคนใดมีใจประทุษร้าย

เพ่งเล็งมุนีผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ

เขาก็จะไปสู่นรกเบื้องต่ำ

[๑๐๑]

ชนเหล่าใดพยายามพูดคำหยาบคาย ด่าว่าผู้เฒ่า

ชนเหล่านั้นจะไม่มีที่พึ่ง ไม่มีทายาท

เป็นเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคน

[๑๐๒]

อนึ่ง คนใดฆ่าบรรพชิตผู้ทำกิจเสร็จแล้ว

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

คนนั้นย่อมหมกไหม้อยู่ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน

[๑๐๓]

อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดไม่ตั้งอยู่ในธรรม

ทรงมีอคติ เที่ยวกำจัดแคว้น ทำชนบทให้เดือดร้อน

สิ้นพระชนม์แล้วจะหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก

[๑๐๔]

และท้าวเธอจะต้องหมกไหม้อยู่ตลอดแสนปีทิพย์ ๑-

จะถูกกลุ่มเปลวเพลิงห้อมล้อมเสวยทุกขเวทนา

[๑๐๕]

เปลวเพลิงจะเปล่งรัศมีพวยพุ่งออกจากพระกายของท้าวเธอ

สรรพางค์กายพร้อมทั้งขนและเล็บทั้งหลายของสัตว์

ผู้มีไฟเป็นอาหารจะลุกโชนเป็นอันเดียวกัน

[๑๐๖]

สัตว์นรกมีกายถูกไฟครอกทั้งภายในและภายนอกอยู่เป็นนิตย์

ถูกความทุกข์ย่ำยีร้องครวญครางอยู่เหมือนช้างถูกสับด้วยตะขอ

[๑๐๗]

คนใดเป็นคนต่ำช้า ฆ่าบิดาเพราะความโลภหรือความโกรธ

คนนั้นย่อมหมกไหม้ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน

[๑๐๘]

คนผู้ฆ่าบิดาเช่นนั้นจะต้องหมกไหม้อยู่ในโลหกุมภีนรก

และนายนิรยบาลทั้งหลายจะใช้หอกแทงเขาผู้ถูกต้มจนไม่มีหนัง

ทำให้ตาบอด ให้กินปัสสาวะและอุจจาระเป็นอาหาร

แล้วกดคนเช่นนั้นให้จมลงในน้ำกรด

[๑๐๙]

นายนิรยบาลบังคับให้สัตว์นรกกินน้ำอุจจาระ

ที่ร้อนจนเดือดพล่าน และก้อนเหล็กแดงที่มีไฟลุกโชน

ถือเอาผาลที่ยาวและร้อนอยู่ตลอดราตรีนาน

งัดปาก เมื่อปากเปิดอ้าจึงใช้เบ็ด

ที่ผูกสายเชือก(ดึงลิ้นออกมา) แล้วจึงยัด(เหล็กแดง)เข้าไป

@เชิงอรรถ :

@๑ หนึ่งแสนปีทิพย์ ประมาณ ๕๕,๘๗๒ ล้านปีมนุษย์ (คำนวณตามประมาณอายุ)(อภิ.วิ.อ. ๑/๑๐๒๓/๕๖๖-๕๖๙)

[๑๑๐]

ฝูงสุนัขดำ ฝูงสุนัขด่าง ฝูงนกแร้ง ฝูงกาป่า

และฝูงนกปากเหล็ก

พากันรุมจิกกัดสัตว์นรกผู้กำลังดิ้นทุรนทุราย

แบ่งกันกินเป็นอาหารพร้อมทั้งเลือด

[๑๑๑]

สัตว์นรกผู้ฆ่าบิดานั้นมีร่างกายแตกปริไปทั่ว

เหมือนต้นตาลที่ถูกไฟไหม้

นายนิรยบาลทั้งหลายจะเที่ยวติดตามทุบตี

จริงอยู่ นายนิรยบาลเหล่านั้นมีความยินดี

แต่พวกสัตว์นรกนอกนี้ได้รับทุกข์ทรมาน

คนผู้ฆ่าบิดาทุกจำพวกในโลกนี้ต้องตกอยู่ในนรกเช่นนั้น

[๑๑๒]

อนึ่ง บุตรฆ่ามารดา ตายจากโลกนี้ไปแล้ว

เข้าถึงที่อยู่ของพญายม

ต้องเสวยทุกข์อย่างร้ายแรงด้วยผลกรรมของตน

[๑๑๓]

นายนิรยบาลทั้งหลายที่มีพละกำลังอย่างยิ่ง

จะใช้ขนหางสัตว์ที่เป็นลวดเหล็กแดง

มัดบีบคั้นสัตว์นรกที่ฆ่ามารดาผู้ให้กำเนิดอยู่เสมอๆ

[๑๑๔]

บังคับให้สัตว์นรกนั้นผู้ฆ่ามารดาดื่มเลือดที่มีอยู่ในตน

ที่ไหลออกจากร่างกายของตน

ซึ่งร้อนปานประหนึ่งน้ำทองแดงที่ละลายคว้าง

[๑๑๕]

สัตว์นรกนั้นลงสู่ห้วงน้ำที่คล้ายน้ำหนองน้ำเลือด

มีโคลนตม คูถอันน่าเกลียด

มีกลิ่นเหม็นเน่าดุจซากศพ แล้วยืนอยู่

[๑๑๖]

ณ ห้วงน้ำนั้น หมู่หนอนปากเหล็ก

มีร่างกายใหญ่โตเหลือประมาณทำลายผิวหนัง

ชอนไชเข้าไปในเนื้อและเลือด กัดกินสัตว์นรกนั้น

[๑๑๗]

ก็สัตว์นรกนั้นตกถึงนรกแล้ว

ก็จมลงไปประมาณ ๑๐๐ ช่วงคน

ซากศพอันเน่าก็เหม็นฟุ้งตลบไปโดยรอบตลอด ๑๐๐ โยชน์

[๑๑๘]

จริงอยู่ แม้คนที่มีจักษุ

ก็จะเสื่อมจากจักษุทั้ง ๒ ได้เพราะกลิ่นนั้น

ขอถวายพระพรพระเจ้าพรหมทัต

คนฆ่ามารดาย่อมได้รับความทุกข์เช่นนั้นแหละ

[๑๑๙]

หญิงที่รีดลูกทั้งหลายจะต้องย่างเหยียบนรก

บนคมมีดโกนอันคมกริบที่ไม่น่ารื่นรมย์

แล้วตกไปยังแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยาก

[๑๒๐]

ต้นงิ้วทั้งหลายล้วนแต่เป็นเหล็ก มีหนามยาว ๑๖ องคุลี

ห้อยย้อยปกคลุมแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยากทั้ง ๒ ฝั่ง

[๑๒๑]

สัตว์นรกเหล่านั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นไปเบื้องบนหนึ่งโยชน์

มีกายเร่าร้อนด้วยไฟที่เกิดเอง

ยืนอยู่เหมือนกองไฟที่ตั้งอยู่ในที่ไกล

[๑๒๒]

หญิงผู้ประพฤตินอกใจสามีก็ดี

ชายผู้คบชู้กับภรรยาคนอื่นก็ดี

พวกเขาเหล่านั้นต้องตกอยู่ในนรกอันเร่าร้อนมีหนามแหลมคม

[๑๒๓]

สัตว์นรกเหล่านั้นถูกอาวุธทิ่มแทง

ก็กลิ้งกลับเอาศีรษะลงเบื้องล่าง ตกลงไปเป็นจำนวนมาก

ถูกหลาวเหล็กทิ่มแทงร่างกายจนนอน

ตื่นอยู่ตลอดกาลอันยาวนาน

[๑๒๔]

ต่อแต่นั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว

สัตว์นรกทั้งหลายก็ถูกนายนิรยบาลซัดเข้าไปยังโลหกุมภีอันใหญ่

อุปมาดังภูเขามีน้ำร้อนอันเปรียบได้กับไฟ

[๑๒๕]

บุคคลผู้ทุศีลถูกโมหะครอบงำ

ย่อมเสวยกรรมของตนหมกไหม้อยู่

ที่ตนกระทำชั่วไว้แล้วในปางก่อนตลอดวันตลอดคืนอย่างนี้

[๑๒๖]

อนึ่ง ภรรยาที่เขาไถ่มาด้วยทรัพย์

ดูหมิ่นสามี หรือแม่ผัว พ่อผัว

หรือแม้พี่ชาย พี่สาวของสามี

[๑๒๗]

นายนิรยบาลทั้งหลายจะเอาเบ็ดเกี่ยวปลายลิ้นของเธอ

ดึงออกมาพร้อมทั้งสายเบ็ด

เธอเห็นลิ้นของตนยาวประมาณ ๑ วา เต็มไปด้วยหนอน

ไม่อาจจะบอกใครให้ทราบได้

จึงตายไปหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก

[๑๒๘]

พวกคนฆ่าแกะ ฆ่าสุกร จับปลา ดักสัตว์

พวกโจร พวกคนฆ่าวัว พวกนายพราน

และพวกที่กล่าวอ้างโทษว่าเป็นคุณ

[๑๒๙]

พวกเขาจะถูกนายนิรยบาลทั้งหลายเข่นฆ่าด้วยหอก

ด้วยค้อนเหล็ก ด้วยดาบ ด้วยลูกศร

และศีรษะจะปักดิ่งลงไปยังแม่น้ำกรด

[๑๓๐]

ส่วนคนผู้ตัดสินคดีไม่เป็นธรรม

จะถูกพวกนายนิรยบาลทุบตีด้วยค้อนเหล็กทุกเย็นทุกเช้า

ต่อแต่นั้นจะต้องกินอาเจียนที่สัตว์นรกเหล่าอื่นคายออก

ที่มีอัตภาพลำบากทุกเมื่อ

[๑๓๑]

ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอก ฝูงแร้ง

และฝูงกาป่าปากเหล็ก

ก็พากันรุมจิกกัดกินสัตว์นรก

ผู้กระทำกรรมหยาบช้าซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่

[๑๓๒]

เหล่าชนผู้เป็นอสัตบุรุษใช้ธุลีฉาบปกปิดร่างกาย

ฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อหรือฆ่านกด้วยนกต่อ

ชนเหล่านั้นต้องไปตกอุสสทนรก

[๑๓๓]

ส่วนสัตบุรุษทั้งหลายย่อมไปสู่เทวโลกเบื้องบน

เพราะกรรมที่ตนประพฤติดีแล้วในโลกนี้

ขอมหาบพิตรโปรดทอดพระเนตร

ผลกรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้วเถิด

เทพเจ้าทั้งหลายพร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหมก็มีอยู่

[๑๓๔]

ข้าแต่มหาราช เพราะเหตุนั้น

อาตมภาพขอถวายพระพร

ขอพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้น

จงทรงประพฤติธรรม

โดยประการที่บุคคลประพฤติธรรมดีแล้ว

ไม่พึงเดือดร้อนในภายหลังเถิด

สังกิจจชาดกที่ ๒ จบ

รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้

๑. โสณกชาดก ๒. สังกิจจชาดก

สัฏฐินิบาต จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๘ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. โสณกชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๘สัฏฐินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๑. กุสชาดก