ธรรมใดย่อมอยู่ ฉะนั้น ธรรมนั้นชื่อว่าวิหาระ, หรือว่าพระโยคีบุคคลย่อมอยู่ด้วยธรรมนั้น ฉะนั้น ธรรมนั้นชื่อว่าวิหาระ เป็นเครื่องอยู่ของพระโยคีบุคคล, ธรรมใดอันพระโยคีบุคคลย่อมถึงทับคือย่อมบรรลุ ฉะนั้น ธรรมนั้นชื่อว่าอธิคมะ - ธรรมอันพระโยคีบุคคลบรรลุ, วิหารธรรมนั่นแหละเป็นองค์คุณที่บรรลุ ฉะนั้น จึงชื่อว่าวิหาราธิคมะ - วิหารธรรมที่บรรลุ.

ก็วิหาราธิคมนั้นเป็นนิพพุตะดับสนิทเพราะเว้นจากการเบียดเบียนของกิเลส ฉะนั้น จึงชื่อว่าสันตะ - สงบ.

ก็สันตะนั้นคืออรหัตผลสมาปัตติปัญญา.

เพราะอรรถว่าสูงสุดและเพราะอรรถว่าไม่ทำให้เร่าร้อน จึงชื่อว่าปณีตะ.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑๙๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “มาติกา”