สุตมยญาณ, สีลมยญาณและภาวนามยญาณที่เป็นบาทแห่งวัฏสงสาร ย่อมไม่ชื่อว่าสัลเลขะ - ธรรมเป็นเครื่องขัดเกลา.

ญาณเหล่านี้ก็ดี ญาณเหล่าอื่นก็ดี เฉพาะที่เป็นบาทแห่งโลกุตระ ท่านเรียกว่า สัลเลขะ - ธรรมเป็นเครื่องขัดเกลา ฉะนั้นเพื่อที่จะแสดงญาณทั้งหลายที่เป็นไปโดยอาการขัดเกลาปัจนิกธรรม พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรจึงยกเอาสัลเลขัฏฐญาณขึ้นแสดงต่อจากสมสีสัฏฐญาณ ณ บัดนี้.

ในสัลเลขัฏฐญาณนั้น คำว่า ปุถุนานตฺตเตชปริยาทาเน ปญฺญา - ปัญญาในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนามีสภาพต่างๆ และเดช.

ความว่า ปัญญาในความสิ้นไปหมดไปแห่งกิเลสหนาทั้งหลายมีราคะเป็นต้น และนานัตตกิเลสอันเป็นสภาวะต่างๆ มีกามฉันทะเป็นต้น กับทั้งกิเลสมีความเป็นผู้ทุศีลเป็นต้นอันได้ชื่อว่าเดช เพราะอรรถว่าเร่าร้อนเพราะอรรถว่าไม่เจือด้วยโลกุตระ.

เล่มที่ ๓๑ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๒๒๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “มาติกา”