๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน (๑๓๗)
เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๓๙ · บรรทัด ๔๐๒๓
คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอัตถสันทัสสกเถระ
(พระอัตถสันทัสสกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้านั่งอยู่ในโรงกว้างใหญ่
ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
สิ้นอาสวะแล้ว บรรลุพลธรรม ๑- มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม
ภิกษุสงฆ์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป
บรรลุวิชชา ๓ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก
แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
การเปรียบเทียบในพระญาณ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด
ไม่มีในโลกพร้อมทั้งเทวโลก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระญาณไม่สิ้นสุด
ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
@เชิงอรรถ :
@๑ พลธรรม ได้แก่ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ (ที.ปา. ๑๑/๓๑๑/๒๐๔)
อนึ่ง พระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสดงธรรมกาย
ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้น
ชนทั้งหลายไม่สามารถจะให้กำเริบได้
ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
นารทพราหมณ์นั้น ชมเชยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
ด้วย ๓ คาถาเหล่านี้แล้ว ได้เดินไปข้างหน้า
ด้วยจิตที่เลื่อมใสและด้วยการชมเชยพระพุทธเจ้านั้น
ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดในทุคติเลย ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑๓๐ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุมิตตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอัตถสันทัสสกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อัตถสันทัสสกเถราปทานที่ ๗ จบ
ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที