ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๕. ฉัตตวรรค
  8. /
  9. ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน (๑๔๒)

๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน (๑๔๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๔๔ · บรรทัด ๔๑๐๘

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๑๔๒. อรรถกถาถัมภาโรปกเถราปทาน

อปทานของท่านพระถัมภาโรปกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าธัมมทัสสี ได้เกิดในเรือนอันมีสกุล มีศรัทธาเลื่อมใส.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ได้ปักเสายกธงไว้ที่ห้องพระบรมธาตุ (พระเจดีย์) ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. ได้ร้อยดอกมะลิเป็นอันมากขึ้นไปบนบันไดแล้วบูชา.

เขาดำรงชีวิตอยู่ตลอดอายุ ทำกาละแล้วได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองจนครบถ้วนแล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง ตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่มมาก็เป็นผู้ควรแก่การบูชา มีศรัทธาเกี่ยวเนื่องกับพระศาสนา จึงได้บวชแล้ว ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ความว่า ก็เมื่อพระศาสดาผู้ทรงเป็นนาถะ ทรงเป็นประธาน ทรงเป็นที่พึ่งอาศัยของชาวโลกทั้งสิ้น ปรินิพพานแล้วด้วยขันธปรินิพพาน ล่วงลับดับไปมองไม่เห็น คล้ายกับแสงประทีปที่ดับไปแล้วฉะนั้น.

บทว่า ธมฺมทสฺสีนราสเภ มีรูปวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่าธัมมทัสสี เพราะย่อมได้เห็นสัจธรรม ๔ ประการ (อริยสัจ ๔).

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าธัมมทัสสี เพราะมีปกติได้เห็น ได้เห็นประจักษ์แจ้งซึ่งโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการมีสติปัฏฐานเป็นต้น.

ชื่อว่านราสโภ เพราะอาจหาญ ประเสริฐสูงสุดกว่านรชนทั้งหลาย.

ธัมมทัสสีศัพท์ ๑ นราสภะศัพท์ ๑ รวมเป็นธัมมทัสสีนราสภะ.

ในพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าธัมมทัสสี ผู้ประเสริฐกว่านรชน พระองค์นั้น.

บทว่า อาโรเปสึ ธชํ ถมฺภํ ความว่า เราได้ปักเสาที่ห้องพระเจดีย์ ยกธงไว้ที่เสานั้น ผูกประดิษฐานไว้แล้ว.

บทว่า นิสฺเสณึ มาปยิตฺวาน มีรูปวิเคราะห์ว่า

ชนทั้งหลายย่อมไป ย่อมเดินไป ย่อมขึ้นไปอาศัยบนสิ่งนั้น เหตุนั้น สิ่งนั้นจึงชื่อว่าบันได.

เชื่อมความว่า เราได้ให้ช่างสร้างบันไดสำหรับประชาชนจะได้ขึ้นไปยังสถูปอันประเสริฐได้.

บทว่า ชาติปุปฺผํ คเหตฺวาน มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่าชาติสุมนะ เพราะเมื่อดอกไม้เกิดขึ้นแล้ว ย่อมทำความดีใจให้แก่ชนทั้งหลาย คือดอกมะลินั่นเอง. ในเมื่อควรจะกล่าวว่า ชาติสุมนปุปผะ เพื่อสะดวกแก่การผูกคาถา ท่านจึงกล่าวไว้ว่า ชาติปุปผะ เพราะลบสุมนะศัพท์ออกเสีย.

ความว่า เก็บดอกมะลินั้นร้อยแล้วยกขึ้นไว้บนสถูป ครั้นยกขึ้นแล้วก็บูชา.

คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้เองแล. จบอรรถกถาถัมภาโรปกเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๔๔ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. อธิฉัตติยเถราปทาน (๑๔๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๕. ฉัตตวรรคหัวข้อถัดไป๓. เวทิการกเถราปทาน (๑๔๓)