ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๖. พันธุชีวกวรรค
  8. /
  9. ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๖)

๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๖)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๕๘ · บรรทัด ๔๓๑๓

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๑๕๖. อรรถกถากทัมพปุปผิยเถราปทาน

อปทานของท่านพระกทัมพปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.

เมื่อโลกกำลังสูญจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วอยู่ครองเรือน มองเห็นโทษในการอยู่ครองเรือนนั้น จึงละเพศฆราวาสบวชเป็นดาบส สร้างอาศรมอยู่ที่ภูเขาชื่อว่ากุกกุฏะ ใกล้ภูเขาหิมวันต์.

เขาได้พบเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๗ พระองค์ในสถานที่นั้นแล้ว มีใจเลื่อมใส เลือกเก็บเอาดอกกระทุ่มที่บานแล้วมาบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นแล้ว.

แม้พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นก็ได้กระทำอนุโมทนาแล้วด้วยคำว่า อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ดังนี้เป็นต้น.

ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองแล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุลในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.

คำนั้นมีเนื้อความดังที่ได้กล่าวไว้แล้วนั่นแล.

บทว่า กุกฺกุโฏ นาม ปพฺพโต ความว่า ภูเขาที่เรียกกันว่ากุกกุฏะ เพราะยอดภูเขาทั้งหลายมีลักษณะคล้ายกับหงอนไก่ตรงที่ข้างทั้งสองของภูเขานั้น.

ชื่อว่าปัพพตะ เพราะตั้งมั่นโดยอาการปิดขวาง.

บทว่า ตมฺหิ ปพฺพตปาทมฺหิ แปลว่า ในที่ใกล้ภูเขาลูกนั้น.

บทว่า สตฺต พุทฺธา วสนฺติ ความว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์นั้นย่อมอยู่ ณ บรรณศาลาใกล้เชิงภูเขากุกกุฏะนั้น.

บทว่า ทีปราชํว อุคฺคตํ ได้แก่ พระราชาแห่งทวีปทั้งหลาย ชื่อว่าทีปราชา.

อธิบายว่า พระราชาเป็นใหญ่แห่งทวีปทั้งสิ้น แต่พระจันทร์เป็นใหญ่แห่งหมู่ดาวที่ส่องแสงทั้งหมด จึงเรียกว่าทีปราชา.

อีกอย่างหนึ่ง พระราชาเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ คือชมพูทวีป ปุพพวิเวหทวีป อปรโคยานทวีปและอุตตรกุรุทวีป กับทวีปเล็กๆ อีก ๒,๐๐๐ ทวีป.

อธิบายว่า เราได้เห็นต้นกระทุ่มซึ่งมีดอกเบ่งบานสะพรั่ง คล้ายกับพระจันทร์ลอยเด่นท่ามกลางท้องฟ้าฉะนั้น แล้วเลือกเก็บดอกไม้จากต้นกระทุ่มนั้นแล้ว เอามือทั้งสองข้างประคอง คือถือเอาโดยวิธีอย่างหนึ่ง เกลี่ยด้วยดีคือได้บูชาโดยเอื้อเฟื้อซึ่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์นั้นแล้ว.

คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถากทัมพปุปผิยเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๕๘ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน (๑๕๕)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๖. พันธุชีวกวรรคหัวข้อถัดไป๗. ติณสูลกเถราปทาน (๑๕๗)