ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๒. สีหาสนิวรรค
  8. /
  9. ๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)

๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๔ · บรรทัด ๑๒๓๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. เอกถัมภิกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเอกถัมภิกเถระ

(พระเอกถัมภิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๓]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ

มีคณะอุบาสกหมู่ใหญ่ และอุบาสกเหล่านั้น

ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง เชื่อฟังพระตถาคต

[๑๔]

อุบาสกทั้งหมดมาประชุมปรึกษาหารือกัน

จะสร้างศาลาโรงฉันถวายพระศาสดา

แต่ยังหาเสาอีกหนึ่งต้นไม่ได้

จึงเที่ยวแสวงหาในป่าใหญ่

[๑๕]

ข้าพเจ้าได้พบอุบาสกเหล่านั้นในป่า

จึงเข้าไปหาคณะอุบาสกแล้วยกมือไหว้

ได้สอบถามคณะอุบาสกในครั้งนั้น

[๑๖]

หมู่อุบาสกผู้มีศีลที่ข้าพเจ้าถามได้ชี้แจงให้ข้าพเจ้าทราบว่า

พวกเราต้องการจะสร้างศาลาโรงฉัน

แต่ยังหาเสาอีกหนึ่งต้นไม่ได้

[๑๗]

(ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า) ท่านทั้งหลาย

จงให้เสาต้นหนึ่ง(เป็นภาระ)ของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจักถวายพระศาสดา ข้าพเจ้าจักนำเสามาให้

ท่านทั้งหลายไม่ต้องขวนขวายหรอก

[๑๘]

อุบาสกเหล่านั้นเลื่อมใส พอใจ

ให้เสาแก่ข้าพเจ้า แล้วกลับจากที่นั้นไปเรือนของตน

[๑๙]

เมื่อคณะอุบาสกไปได้ไม่นาน

ข้าพเจ้าจึงได้ถวายเสา มีจิตร่าเริง เบิกบาน

ได้ยกเสานั้น เป็นต้นที่หนึ่ง

[๒๐]

ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าได้เกิดยังวิมาน

วิมานของข้าพเจ้าสูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น

[๒๑]

เมื่อกลองตีดังกระหึ่มอยู่

ข้าพเจ้าได้รับการบำเรออยู่ทุกเมื่อ

ในกัปที่ ๕๕ ข้าพเจ้าได้เป็นพระราชามีนามว่ายโสธระ

[๒๒]

แม้ในสถานที่นั้น วิมานของข้าพเจ้าก็สูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น

ประกอบด้วยเรือนยอดอย่างดี มีเสาต้นเดียวน่ารื่นรมย์ใจ

[๒๓]

ในกัปที่ ๒๑ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นกษัตริย์มีนามว่าอุเทน

แม้ในสถานที่นั้น วิมานของข้าพเจ้าก็สูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น

[๒๔]

ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ข้าพเจ้าก็ได้เสวยความสุขนั้นทั้งหมด

นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นหนึ่ง

[๒๕]

ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ถวายเสาไว้ ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นหนึ่ง

[๒๖]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเอกถัมภิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เอกถัมภิกเถราปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๒. สีหาสนิวรรคหัวข้อถัดไป๓. นันทเถราปทาน (๑๓)