ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๗. สุปาริจริยวรรค
  8. /
  9. ๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน (๑๖๕)

๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน (๑๖๕)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๖๗ · บรรทัด ๔๔๔๙

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๑๖๕. อรรถกถากริการฉทนิยเถราปทาน

อปทานของท่านพระกณิการฉทนิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า เวสฺสภู นาม สมฺพุทฺโธ ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าเวสสภู ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธา.

ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าเวสสภู ทรงมีพระประสงค์จะเพิ่มพูนความวิเวก จึงเสด็จเข้าไปประทับนั่งยังป่าใหญ่.

ลำดับนั้น แม้อุบาสกคนนั้นก็ไปในป่าใหญ่นั้นด้วยการงานบางอย่าง ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งโพลงดุจกองไฟฉะนั้น มีใจเลื่อมใส เก็บดอกกรรณิการ์มาทำเป็นฉัตรแล้ว กั้นเป็นเพดานบูชาเบื้องบนพระแท่นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับแล้ว ด้วยอานุภาพแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เพดานดอกไม้นั้นตั้ง ๗ วันผ่านมาก็ยังไม่เหี่ยวแห้ง คงดำรงอยู่เหมือนเดิมทุกอย่าง.

แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ยังคงเข้าผลสมบัติและนิโรธสมาบัติอยู่.

เขามองเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้ว เกิดความโสมนัสใจ ไหว้พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วได้ยืนประคองอัญชลีอยู่.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงออกจากสมาบัติแล้ว ได้เสด็จไปยังพระวิหารเดิมนั้นนั่นแล.

ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้เสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษยโลกเสร็จแล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธา ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ไม่ติดใจในเพศฆราวาส บวชแล้วทำพระศาสนาของพระชินเจ้าให้งดงามด้วยข้อวัตรปฏิบัติ ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนนั้น จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า เวสฺสภู นาม สมฺพุทฺโธ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวสฺสภู มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่าเวสสภู เพราะย่อมข่มคือครอบงำพวกแพศย์ ได้แก่ผู้เป็นพ่อค้าได้.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเวสสภู เพราะย่อมครอบงำท่วมทับพวกแพศย์ คือมารทั้ง ๕ อย่างเสียได้.

ชื่อว่าสัมพุทธะ เพราะทรงตรัสรู้สัจจะทั้งหลายด้วยพระองค์เอง.

อธิบายว่า พระสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าเวสสภู โดยพระนาม.

บทว่า ทิวาวิหาราย มุนี มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่าทิวา เพราะย่อมรุ่งเรือง ส่องสว่างคือทำวัตถุนั้นๆ ให้ปรากฏชัดเจน.

การอยู่คือความเป็นไปด้วยอิริยบถ ๔ ชื่อว่าวิหาร.

กำหนดเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน, การอยู่ในเวลากลางวัน ชื่อว่าทิวาวิหาร.

อธิบายว่า พระพุทธมุนีเจ้าผู้องอาจกว่านระ ประเสริฐที่สุดในโลก เสด็จเข้าไปยังป่าใหญ่เพื่อประทับในเวลากลางวัน.

คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถากณิการฉทนิยเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๖๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. เทสปูชกเถราปทาน (๑๖๔)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๗. สุปาริจริยวรรคหัวข้อถัดไป๖. สัปปิทายกเถราปทาน (๑๖๖)