ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑๘. กุมุทวรรค
  8. /
  9. ๘. มณิปูชกเถราปทาน (๑๗๘)

๘. มณิปูชกเถราปทาน (๑๗๘)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๑๘๐ · บรรทัด ๔๖๓๒

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

๑๗๘. อรรถกถามณิปูชกเถราปทาน

อปทานของท่านพระมณิปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า โอเรน หิมวนฺตสฺส ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส เห็นโทษในเพศฆราวาสนั้น จึงละเพศฆราวาสออกบวชเป็นดาบส สร้างบรรณศาลาอยู่ใกล้แม่น้ำแห่งหนึ่ง ในส่วนภายใต้ภูเขาหิมวันต์ ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ซึ่งเสด็จเข้าไปในที่นั้น เพราะทรงมีพระประสงค์จะสงบสงัด และเพราะเพื่อจะทรงอนุเคราะห์แก่เขา มีใจเลื่อมใส ได้เอาบัลลังก์แก้วมณีบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งบนบัลลังก์นั้น เพื่อจะทรงเจริญความเลื่อมใสแก่เขา เขามีความเลื่อมใสโดยประมาณยิ่ง ได้กระทำความปรารถนาเพื่อบรรลุพระนิพพาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุโมทนาแล้วก็เสด็จหลีกไป.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้รับแต่การบูชาในที่ทั้งปวง ได้เสวยความสุขแล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติในกรุงสาวัตถี ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส.

วันหนึ่งได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.

วันหนึ่ง ท่านได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนกระทำไว้ได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า โอเรน หิมวนฺตสฺส ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่าโอเรน ความว่า ภายใต้ส่วนอื่นแห่งภูเขาหิมวันต์.

คำนั้นเป็นตติยาวิภัตติลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ ได้แก่ ในทิสาภาคภายใต้.

บทว่า นทิกา สมฺปวตฺตถ ความว่า แม้น้ำสายหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏชื่อไหลเป็นไป คือได้หลั่งไหลไปเป็นสายด้วยดี.

บทว่า สตฺสา จานุปเขตฺตมฺหิ ความว่า ในเขตใกล้แม่น้ำนั้น คือใกล้ฝั่ง.

บทว่า สยมฺภู วสเต ตทา ความว่า ในคราวใด เราเอาบัลลังก์แก้วมณีบูชา ในคราวนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้มีอาจารย์ ทรงเป็นพระพุทธเจ้าด้วยพระองค์เองทีเดียวประทับอยู่.

บทว่า มณี ในบทว่า มณึ ปคฺคยฺห ปลฺลงฺกํ นี้มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่ามณี เพราะทำให้เกิดความดีใจ คือทำความโสมนัสใจให้.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามณี เพราะนับประมาณค่า ทำให้เป็นเครื่องอาภรณ์.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามณี เพราะอิสรชนมีพระราชาและพระยุพราชเป็นต้น ถึงแม้จะตายก็ไม่ยอมสละแก้วมณีนั้น คือย่อมทำสงครามกันเพื่อต้องการแก้วมณีอันนั้น.

อธิบายว่า เราได้ประคองบัลลังก์ที่ทำด้วยแก้วมณีอันน่ารื่นรมย์ใจวิจิตรงดงามอย่างดีนั้น ยกขึ้นบูชาแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ.

คำที่เหลือทั้งหมดนั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถามณิปูชกเถราปทาน

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๘๐ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. เอกทีปิยเถราปทาน (๑๗๗)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑๘. กุมุทวรรคหัวข้อถัดไป๙. ติกิจฉกเถราปทาน (๑๗๙)