ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๓. สุภูติวรรค
  8. /
  9. ๒. อุปวาณเถราปทาน (๒๒)

๒. อุปวาณเถราปทาน (๒๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๒๔ · บรรทัด ๑๕๙๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. อุปวาณเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอุปวาณเถระ

(พระอุปวาณเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๕๒]

พระสัมพุทธชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงถึงความสำเร็จ ๑- แห่งธรรมทั้งปวง

รุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

[๕๓]

มหาชนมาประชุมกันบูชาพระตถาคต

สร้างจิตกาธานอย่างงดงามแล้วช่วยกันยกสรีระขึ้นวางไว้

[๕๔]

ชนเหล่านั้นทั้งหมดพร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์

ทำพระสรีรกิจแล้วได้รวบรวมพระธาตุ

พากันสร้างพระพุทธสถูปไว้ ณ ที่นั้น

[๕๕]

สถูปชั้นที่ ๑ ทำด้วยทองคำ

ชั้นที่ ๒ ทำด้วยแก้วมณี ชั้นที่ ๓ ทำด้วยเงิน

ชั้นที่ ๔ ทำด้วยแก้วผลึก

@เชิงอรรถ :

@๑ ถึงความสำเร็จ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๕๒/๔๕)

[๕๖]

ที่พระสถูปนั้น ชั้นที่ ๕ ทำด้วยแก้วทับทิม

ชั้นที่ ๖ ทำด้วยแก้วลาย ชั้นบนทำด้วยรัตนะทุกอย่าง

[๕๗]

ร่างร้านทำด้วยแก้วมณี แท่นไพทีทำด้วยรัตนะ

พระสถูปทำด้วยทองคำล้วนสูง ๑ โยชน์

[๕๘]

ครั้งนั้น หมู่เทวดาได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นั้นว่า

แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระโลกนาถผู้คงที่บ้าง

[๕๙]

พระสารีริกธาตุ ไม่แยกกัน คือรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน

พวกเราจักสร้างพระสถูปครอบไว้ที่พระพุทธสถูปนี้

[๖๐]

หมู่เทวดาได้ขยายพระสถูป

ให้สูงขึ้นไปอีกหนึ่งโยชน์ด้วยแก้ว ๗ ประการ

พระสถูปนั้นจึงมีความสูง ๒ โยชน์

ซึ่งส่องแสงสว่างขจัดความมืดได้

[๖๑]

พวกนาคได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นี้ว่า

มนุษย์และเทวดาเหล่านั้นได้สร้างพระพุทธสถูปแล้ว

[๖๒]

พวกเราอย่าได้ประมาทเลย

พวกมนุษย์กับเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระโลกนาถผู้คงที่บ้าง

[๖๓]

พวกนาคเหล่านั้นพากันรวบรวมแก้วอินทนิล

แก้วมหานิล และแก้วมณีโชติ ช่วยกันประดับพระพุทธสถูปไว้

[๖๔]

พระพุทธเจดีย์ประมาณเท่านั้น

สร้างด้วยแก้วมณีล้วนสูง ๓ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสวในเวลานั้น

[๖๕]

ฝูงครุฑได้มาร่วมประชุมปรึกษากันในครั้งนั้นว่า

มนุษย์ เทวดา และนาคเหล่านั้นได้สร้างพระพุทธสถูปแล้ว

[๖๖]

พวกเราอย่าได้ประมาทเลย

พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระผู้มีพระภาค

ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้คงที่บ้าง

[๖๗]

ฝูงครุฑแม้เหล่านั้นได้สร้างพระสถูป

สำเร็จด้วยแก้วมณีล้วน และผ้าคลุมก็เหมือนกัน

ได้สร้างพระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปให้สูงอีก ๑ โยชน์

[๖๘]

พระพุทธสถูปสูงขึ้นไป ๔ โยชน์

รุ่งเรืองอยู่ ส่องทิศทั้งปวงให้สว่างไสว

เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น

[๖๙]

ครั้งนั้น พวกกุมภัณฑ์ได้มาร่วมประชุมปรึกษากันว่า

พวกมนุษย์ เทวดา นาค และครุฑก็เป็นเหมือนกันหมด

ต่างก็ได้พากันสร้างพระสถูปที่อุดม

บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๗๐]

พวกเราอย่าได้ประมาทเลย

พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง

จักใช้รัตนะทั้งหลายประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไป

[๗๑]

พวกกุมภัณฑ์แม้เหล่านั้น

ได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก ๑ โยชน์

ในครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๕ โยชน์ สว่างไสวอยู่

[๗๒]

ครั้งนั้น พวกยักษ์ได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นั้นว่า

พวกมนุษย์ เทวดา นาค กุมภัณฑ์ และครุฑ

[๗๓]

ต่างได้พากันสร้างสถูปที่ประเสริฐที่สุด

บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

พวกเราอย่าได้ประมาทเลย

พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

[๗๔]

แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง

นำแก้วผลึกมาประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก

[๗๕]

ยักษ์แม้เหล่านั้นได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก ๑ โยชน์

ครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๖ โยชน์ สว่างไสวอยู่

[๗๖]

ครั้งนั้น พวกคนธรรพ์มาร่วมประชุมปรึกษากันว่า

พวกมนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ และยักษ์ก็เหมือนกัน

[๗๗]

พวกเขาทั้งหมดได้พากันสร้างพระพุทธสถูปแล้ว

ในเรื่องพระสถูปนี้ พวกเรายังไม่ได้สร้างเลย

แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง

[๗๘]

ครั้งนั้น พวกคนธรรพ์เหล่านั้น

ได้สร้างแท่นไพที ๗ แห่ง จนถึงทางเดิน

พวกคนธรรพ์สร้างพระสถูปด้วยทองคำล้วน

[๗๙]

ในครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๗ โยชน์

ส่องแสงสว่างไสว จนไม่รู้กลางคืนหรือกลางวัน

เพราะมีแสงสว่างตลอดเวลา

[๘๐]

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์พร้อมทั้งดวงดาว

ครอบงำรัศมีของพระสถูปนั้นไม่ได้

ในที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ แม้ประทีปก็ไม่โชติช่วง

[๘๑]

โดยกาลนั้น มนุษย์พวกใดพวกหนึ่งจะบูชาพระสถูป

พวกเขาไม่ต้องขึ้นพระสถูป เพียงโยนเครื่องสักการะขึ้นไปบนอากาศ

[๘๒]

ยักษ์ตนหนึ่งชื่อว่าอภิสัมมตะ ที่พวกเทวดาแต่งตั้งไว้

คอยรับธงหรือพวงดอกไม้ไปบูชาให้ยิ่งขึ้น

[๘๓]

ชนเหล่านั้นมองไม่เห็นยักษ์ตนนั้น

เห็นแต่พวงดอกไม้ของยักษ์ที่ลอยไปอยู่

ครั้นเห็นเช่นนี้แล้วจึงไป มนุษย์ทั้งหมดย่อมไปเกิดยังสุคติ

[๘๔]

พวกมนุษย์ที่ไม่เชื่อในคำสอน

และพวกที่เลื่อมใสในศาสนา

มีความต้องการจะเห็นปาฏิหาริย์ จึงพากันบูชาพระสถูป

[๘๕]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างอยู่ในกรุงหงสวดี

เห็นชนพากันรื่นเริงบันเทิงใจ จึงคิดอย่างนี้ในครั้งนั้นว่า

[๘๖]

ชุมชนเหล่านี้ พากันดีใจ ไม่อิ่มถึงสักการะที่ควรทำ

ซึ่งปรากฏที่เรือนแห่งพระธาตุของพระผู้มีพระภาคผู้ยิ่งใหญ่

[๘๗]

แม้เราก็จักทำสักการะแด่พระโลกนาถ ผู้คงที่

จักเป็นธรรมทายาทของพระองค์ในอนาคต

[๘๘]

ข้าพเจ้าจึงเอาผ้าห่มของข้าพเจ้าที่ช่างย้อมซักไว้อย่างดี

คล้องไว้ที่ปลายไม้ไผ่ แล้วยกเป็นธงไว้ในท้องฟ้า

[๘๙]

ยักษ์อภิสัมมตะจับธงของข้าพเจ้านำไปในท้องฟ้า

ข้าพเจ้าเห็นแต่ธงถูกลมสะบัดได้ทำให้เกิดความร่าเริงอย่างยิ่ง

[๙๐]

ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในธงนั้นแล้ว

เข้าไปหาภิกษุผู้เป็นสมณะรูปหนึ่ง

อภิวาทท่านแล้วได้สอบถามถึงผลในการถวายธง

[๙๑]

ภิกษุรูปนั้นกล่าวถึงการที่ข้าพเจ้า

เกิดความเอิบอิ่มใจในการถวายธงให้ข้าพเจ้าฟังว่า

ท่านจักได้เสวยวิบากแห่งการถวายธงนั้นในกาลทุกเมื่อ

[๙๒]

กองทัพ ๔ เหล่า

คือพลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า

จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์

นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

[๙๓]

เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น

กลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม แวดล้อมท่านเป็นนิตย์

นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

[๙๔]

สาวรุ่น ๘๖,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

สวมใส่ผ้าอาภรณ์อันงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี

[๙๕]

มีตากลมโต มีปกติร่าเริง รูปร่างงาม เอวเล็กเอวบาง

จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์

นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

[๙๖]

ท่านจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป

จักเกิดเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๘๐ ชาติ

[๙๗]

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๙๘]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๙๙]

ท่านจุติจากเทวโลกแล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือน

ประกอบด้วยบุญกรรม

จักเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์

[๑๐๐]

ท่านจักละสมบัติประมาณ ๘๐ โกฏิ

ทั้งทาสและกรรมกรจำนวนมาก

บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

[๑๐๑]

ท่านจักให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ

ผู้ประเสริฐ ทรงพอพระทัยแล้ว

เป็นสาวกมีนามว่าอุปวาณะ ของพระศาสดา

[๑๐๒]

กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐

ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้

ข้าพเจ้าพ้นดีแล้ว (จากกิเลส)

ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่หลุดจากแล่งไปดีแล้ว ฉะนั้น

เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว

[๑๐๓]

เมื่อข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔

ธงทั้งหลายจักตั้งขึ้นรอบๆ ตลอด ๓ โยชน์ ในกาลทุกเมื่อ

[๑๐๔]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

[๑๐๕]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระอุปวาณเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อุปวาณเถราปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๓. สุภูติวรรคหัวข้อถัดไป๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓)