ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๓๔. คันโธทกวรรค
  8. /
  9. ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน (๓๓๔)

๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน (๓๓๔)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๓๓๖ · บรรทัด ๖๙๐๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเอกทุสสทายกเถระ

(พระเอกทุสสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๙]

ข้าพเจ้าเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายอยู่ในกรุงหงสวดี

เลี้ยงชีวิตและเลี้ยงภรรยาด้วยการเกี่ยวหญ้าขายนั้น

[๒๐]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง

เป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จอุบัติขึ้นทำลายความมืดให้พินาศไป

[๒๑]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้านั่งอยู่ในเรือนของตนคิดอย่างนี้ว่า

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

แต่ไทยธรรมของเราไม่มีเลย

[๒๒]

เรามีแต่ผ้าสาฎกผืนเดียวนี้ ไม่มีใครให้(อะไร)แก่เรา

การสัมผัสถูกต้องนรก(ตกนรก) เป็นทุกข์

เราจักปลูกฝังทักษิณาทานไว้

[๒๓]

ครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส

ได้ถือผ้าผืนหนึ่งไปถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๒๔]

ครั้นถวายผ้าผืนนั้นแล้วได้ประกาศก้องขึ้นว่า

ข้าแต่พระมหามุนีวีรเจ้า ถ้าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า

ขอได้ทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้ข้าม(วัฏสงสาร) ด้วยเถิด

[๒๕]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา

เมื่อจะทรงสรรเสริญทานของข้าพเจ้า

ได้ทรงทำอนุโมทนาแก่ข้าพเจ้าว่า

[๒๖]

ด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวนี้

และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้

ผู้นี้จะไม่ตกวินิบาตนรกเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป

[๒๗]

จักเกิดเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๖ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๓ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ นับชาติไม่ถ้วน

[๒๘]

ท่านเมื่อเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในเทวโลกหรือในมนุษยโลก

จักเป็นผู้มีรูปงาม สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ

มีกายน่าใคร่ยิ่งนัก ผ้านับไม่ได้ ประมาณมิได้

จักเกิดมีตามความปรารถนา

[๒๙]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้ว

เสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศ ดุจพญาหงส์ในท้องฟ้า

[๓๐]

ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ในกำเนิดนั้นๆ ความพร่องในโภคสมบัติไม่มีแก่ข้าพเจ้าเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนหนึ่ง

[๓๑]

ผ้าย่อมบังเกิดแก่ข้าพเจ้าทุกๆ ย่างเท้า

เบื้องล่างข้าพเจ้ายืนอยู่บนผ้า

เบื้องบนข้าพเจ้ามีผ้าเป็นหลังคา

[๓๒]

วันนี้ ถ้าข้าพเจ้าปรารถนา ก็จะพึงใช้ผ้าปกปิด

กระทั่งจักรวาลพร้อมทั้งป่า พร้อมทั้งภูเขาได้

[๓๓]

ด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวนั้นนั่นแล

เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

เป็นผู้มีผิวพรรณดังทองคำ

จะเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่

[๓๔]

ผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวไม่ถึงความสิ้นไปในที่ไหนๆ

ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของข้าพเจ้า

ผ้าย่อมให้ผลแก่ข้าพเจ้าแม้ในชาตินี้

[๓๕]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว

[๓๖]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างไม่มีอาสวะ

ดุจช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๗]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเอกทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เอกทุสสทายกเถราปทานที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๓๓๓)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๓๔. คันโธทกวรรคหัวข้อถัดไป๕. ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน (๓๓๕)