ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๐. ปิลินทวรรค
  8. /
  9. ๒. เสลเถราปทาน (๓๙๒)

๒. เสลเถราปทาน (๓๙๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๓๙๔ · บรรทัด ๘๒๘๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. เสลเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเสลเถระ

(พระเสลเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๐๘]

ข้าพเจ้าเป็นเจ้าของถนนอยู่ในกรุงหงสวดี

เรียกประชุมบรรดาญาติของตนแล้ว ได้กล่าวดังนี้ว่า

[๒๐๙]

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก

เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยม

พระองค์เป็นผู้สมควรรับเครื่องบูชาของชาวโลกทั้งปวง

[๒๑๐]

กษัตริย์ก็ดี ชาวนิคมก็ดี พราหมณมหาศาลก็ดี

ล้วนมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมาก

[๒๑๑]

พลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า

ล้วนมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมาก

[๒๑๒]

นายทหารระดับสูงก็ดี ราชบุตรก็ดี พ่อค้าก็ดี

พราหมณ์ก็ดี ล้วนมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมาก

[๒๑๓]

คนทำขนมก็ดี พ่อครัวก็ดี

คนจัดแจงเครื่องอาบน้ำก็ดี ช่างดอกไม้ก็ดี

ล้วนมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมาก

[๒๑๔]

ช่างย้อมก็ดี ช่างหูกก็ดี ช่างเย็บผ้าก็ดี ช่างกัลบกหญิงก็ดี

ล้วนมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมาก

[๒๑๕]

ช่างศรก็ดี ช่างกลึงก็ดี ช่างหนังก็ดี ช่างถากก็ดี

ล้วนมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมาก

[๒๑๖]

ช่างเหล็กก็ดี ช่างทองก็ดี ช่างดีบุกก็ดี ช่างทองแดงก็ดี

ล้วนมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมาก

[๒๑๗]

ลูกจ้างก็ดี คนเชิญธงก็ดี

ทาสก็ดี กรรมกรก็ดี จำนวนมาก

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมากตามกำลังของตนๆ

[๒๑๘]

คนตักน้ำขายก็ดี คนหาฟืนขายก็ดี

ชาวนาก็ดี คนขนหญ้าก็ดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมากตามกำลังของตนๆ

[๒๑๙]

คนขายดอกไม้ก็ดี คนขายพวงมาลัยก็ดี

คนขายใบไม้ก็ดี คนขายผลไม้ก็ดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมากตามกำลังของตนๆ

[๒๒๐]

หญิงแพศยาก็ดี นางกุมภทาสีก็ดี

คนขายขนมก็ดี คนขายปลาก็ดี

ได้พากันประพฤติธรรมจำนวนมากตามกำลังของตนๆ

[๒๒๑]

พวกเราทั้งหมดนี้มาประชุม

รวมเป็นพวกเดียวกันแล้ว

จักทำบุญกุศลในพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยม

[๒๒๒]

ญาติเหล่านั้นฟังคำของข้าพเจ้าแล้ว

รวมกันเป็นคณะในขณะนั้นกล่าวว่า

พวกเราควรให้สร้างโรงฉันที่สร้างอย่างสวยงามถวายแด่ภิกษุสงฆ์

[๒๒๓]

ข้าพเจ้าจึงให้สร้างโรงฉันนั้นสำเร็จแล้ว

เป็นผู้เบิกบาน มีใจยินดี

มีญาติทั้งหมดนั้นห้อมล้อม

เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๒๒๔]

ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

ทรงองอาจกว่านรชน

กราบพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้วได้กราบทูลคำนี้ว่า

[๒๒๕]

ข้าแต่พระมุนีวีรเจ้า บุรุษประมาณ ๓๐๐ คนนี้

รวมกันเป็นคณะ

ขอมอบถวายโรงฉันที่สร้างอย่างสวยงามแด่พระองค์

[๒๒๖]

ขอพระองค์ผู้มีพระจักษุ

เป็นประธานหมู่ภิกษุ โปรดทรงรับเถิด

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้

ต่อหน้าบุรุษ ๓๐๐ คนว่า

[๒๒๗]

บุรุษทั้ง ๓๐๐ คนและผู้เป็นหัวหน้า

ประพฤติตามเป็นหนึ่งเดียวกัน

ท่านทั้งปวงพากันทำแล้ว จักได้เสวยสมบัติ

[๒๒๘]

เมื่อถึงภพสุดท้าย ท่านทั้งหลายจักเห็นนิพพาน

ซึ่งมีภาวะเย็นยอดเยี่ยม ไม่แก่ ไม่ตาย เป็นแดนเกษม

[๒๒๙]

พระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมกว่าสมณะ

ทรงพยากรณ์อย่างนี้แล้ว

ข้าพเจ้าได้ฟังพระพุทธดำรัสแล้ว ได้เสวยโสมนัส

[๒๓๐]

ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป

เป็นใหญ่ในหมู่เทวดา ครองเทวสมบัติตลอด ๕๐๐ ชาติ

[๒๓๑]

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๒๓๒]

ในรัชสมบัติในมนุษยโลกนี้

มีพวกญาติเป็นบริวาร

ในภพสุดท้ายที่มาถึงนี้ มีพราหมณ์ชื่อวาเสฏฐะ

[๒๓๓]

ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพราหมณ์นั้น

สะสมสมบัติไว้ ๘๐ โกฏิ

ข้าพเจ้ามีนามว่าเสละถึงความสำเร็จในองค์ ๖ ๑-

[๒๓๔]

มีพวกศิษย์ของตนแวดล้อม

เดินเที่ยวพักผ่อนอิริยาบถ ดาบสชื่อเกนิยะ

ผู้เพียบพร้อมด้วยชฎาและบริขาร จัดแจงเครื่องบูชา

[๒๓๕]

ข้าพเจ้าได้เห็นท่านแล้วได้กล่าวคำนี้ว่า

ท่านจักทำอาวาหมงคลและวิวาหมงคล

หรือว่าท่านเชื้อเชิญพระราชา

[๒๓๖]

ดาบสชื่อเกนิยะตอบว่า

ข้าพเจ้าใคร่จะใช้เครื่องบูชา

@เชิงอรรถ :

@๑ องค์ ๖ ในที่นี้หมายถึงมนตร์พรหมจินดา ๖ คือ (๑) กัปปศาสตร์ (๒) พยากรณ์ศาสตร์ (๓) นิรุตติ-

@ศาสตร์ (๔) สิกขาศาสตร์ (๕) ฉันโทวิจิติศาสตร์ (๖) โชติสัตถศาสตร์ (ขุ.วิ.อ. ๙๙๖/๓๐๙,

@ที.สี.อ. ๒๕๖/๒๒๓)

บูชาพราหมณ์ที่สมมติกันว่าประเสริฐ

ข้าพเจ้าไม่ได้เชื้อเชิญพระราชา ไม่มีการบวงสรวง

[๒๓๗]

อาวาหมงคลและวิวาหมงคลของข้าพเจ้าก็ไม่มี

พระพุทธเจ้าผู้ให้เกิดความยินดีแก่ศากยะทั้งหลาย

ประเสริฐที่สุดในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

[๒๓๘]

ทรงทำประโยชน์เกื้อกูลแก่โลกทั้งปวง

นำสุขมาให้แก่สรรพสัตว์

วันนี้ ข้าพเจ้าทูลนิมนต์พระองค์

จึงจัดแจงเครื่องบูชานี้เพื่อพระองค์

[๒๓๙]

พระพุทธเจ้ามีพระรัศมีดุจสีมะพลับ

มีพระคุณหาประมาณมิได้

ไม่มีผู้เปรียบปาน ไม่มีใครเหมือนด้วยพระรูป

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้

[๒๔๐]

พระองค์มีรัศมีเรืองรองดุจถ่านเพลิงไม้ตะเคียน

กระทบปากเบ้าทองคำ เปรียบด้วยสายฟ้า

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก เป็นที่พึ่ง

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๑]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นดุจไฟบนยอดภูเขา

ดุจดวงจันทร์ในวันเพ็ญ และดุจสีแห่งเปลวไฟไม้อ้อ

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๒]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ไม่ทรงครั่นคร้าม

ทรงล่วงพ้นภัยแล้ว ทรงทำภพให้สิ้นไป

เป็นพระมุนีดุจราชสีห์ ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๓]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงฉลาดในพุทธธรรม

ไม่มีใครอื่นข่มได้ ดุจพญาช้างเชือกประเสริฐ

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๔]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงฉลาดในฝั่งคือพระสัทธรรม

เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ไม่มีใครเหมือน ดุจโคอุสภราช

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๕]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น มีพระคุณที่พรรณนาไม่สิ้นสุด

มีพระยศนับมิได้ มีพระลักษณะทั้งหมดงดงาม

ดุจท้าวสักกเทวราช

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๖]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีความชำนาญ

เป็นผู้นำหมู่ มีความเพียร มีเดช

หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก ดุจพระพรหม

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๗]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระธรรมล้ำเลิศ

น่าบูชา เป็นพระทศพล

ทรงถึงความสำเร็จพลธรรมเหนือพลธรรม(ของคนทั่วไป)

เปรียบด้วยแผ่นดิน ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๘]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีศีลและปัญญาแผ่กระจาย

ทรงระบือไปด้วยการรู้แจ้งธรรม เปรียบด้วยท้องทะเล

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๔๙]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก

ใครๆ ไม่อาจจะข่มได้ ไม่ทรงหวั่นไหว

ทรงเลิศกว่าพรหม เปรียบดังภูเขาเนรุราช

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๐]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระญาณไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่มีใครเสมอเหมือน ไม่มีใครเทียมเท่า

ทรงบรรลุถึงความเป็นยอด เปรียบดังท้องฟ้า

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

ภาณวารที่ ๑๕ จบ

[๒๕๑]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเป็นที่พึ่งของบรรดาผู้กลัวภัย

เป็นที่ต้านทานของบรรดาผู้ถึงสรณะ เป็นที่เบาใจ

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๒]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเป็นที่อาศัยแห่งท่านผู้มีความรู้

เป็นเนื้อนาบุญของผู้แสวงหาความสุข เป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะ

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๓]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นผู้ปลอบโยนให้เบาใจ

เป็นผู้ทำให้เป็นเทพ เป็นผู้ประทานสามัญผล เปรียบดังเมฆ

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๔]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ที่เขายกย่องในโลก ทรงแกล้วกล้า

เป็นผู้บรรเทาความมืดทั้งปวง เปรียบดังดวงอาทิตย์

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๕]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงแสดงสภาวะในอารมณ์

และความหลุดพ้น เป็นพระมุนี เปรียบดังดวงจันทร์

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๖]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นตรัสรู้แล้ว

อันบัณฑิตยกย่องในโลก

ทรงประดับด้วยพระลักษณะทั้งหลาย

ใครๆ ประมาณมิได้

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๗]

พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระญาณหาประมาณมิได้

ทรงมีศีลที่ไม่มีอะไรเปรียบได้

เครื่องทรงจำที่ไม่มีอะไรเหมือน

ทรงมีพลังซึ่งเป็นอจินไตย(ไม่ควรคิด)

ทรงมีความบากบั่นอย่างยอดเยี่ยม

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๕๙]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงถอนพิษ

คือราคะ โทสะ โมหะได้หมดแล้ว ทรงเปรียบดังยา

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๖๐]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรงบรรเทาพยาธิคือกิเลสและความทุกข์มาก

ดุจดังโอสถ เปรียบดังหมอ

ทรงเป็นผู้มีความเพียรมาก

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์แล้ว

[๒๖๑]

เกนิยพราหมณ์ประกาศว่าพุทโธ

เสียงประกาศนั้น ข้าพเจ้าได้ฟังแสนยาก

เพราะได้ฟังเสียงประกาศว่าพุทโธ

ข้าพเจ้าก็เกิดปีติซาบซ่าน

[๒๖๒]

ข้าพเจ้ามิได้มีปีติอยู่เฉพาะภายใน

แต่แผ่ซ่านออกมาภายนอก

ข้าพเจ้ามีใจอิ่มเอิบ ได้กล่าวคำนี้ว่า

[๒๖๓]

พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ทรงเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก

ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จประทับอยู่ ณ ที่ไหนหนอ

ข้าพเจ้าจักไปนอบน้อมพระองค์

ผู้ทรงประทานสามัญผล ณ ที่นั้น

[๒๖๔]

ขอท่านผู้เกิดโสมนัสซึ่งประนมมืออยู่

โปรดยกมือข้างขวาขึ้นชี้บอกพระผู้มีพระภาค

ผู้ทรงเป็นพระธรรมราชา

ผู้ทรงบรรเทาลูกศรคือความเศร้าโศกให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด

[๒๖๕]

(เกนิยพราหมณ์ กล่าวว่า)

ท่านคงเห็นป่าใหญ่ เขียว

ดุจดังก้อนมหาเมฆตั้งขึ้น

เปรียบด้วยดอกอัญชัน ซึ่งปรากฏดุจท้องทะเล

[๒๖๖]

พระพุทธเจ้า ผู้ทรงฝึกฝนคนที่ยังมิได้รับการฝึกฝน

ทรงเป็นมุนี ทรงแนะนำเวไนยสัตว์ให้ตรัสรู้โพธิปักขิยธรรม

พระองค์ทรงประทับอยู่ที่ป่านั้น

[๒๖๗]

ข้าพเจ้าเที่ยวค้นหาพระชินเจ้า

เปรียบเหมือนคนกระหายน้ำแสวงหาน้ำดื่ม

เปรียบเหมือนคนหิวข้าวแสวงหาข้าวกิน

เปรียบเหมือนแม่โครักลูกโคเที่ยวค้นหาลูกโค

[๒๖๘]

ข้าพเจ้ารู้จักอาจาระและอุปจาระ

สำรวมระวังเหมาะสมแก่เหตุ

ให้บรรดาศิษย์ของตนซึ่งจะไปยังสำนักพระชินเจ้า ศึกษาว่า

[๒๖๙]

พระผู้มีพระภาคทั้งหลาย หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก

เสด็จเที่ยวไปเพียงพระองค์เดียว ดุจดังราชสีห์

มาณพทั้งหลาย พวกท่านควรเข้าแถวกันมา

[๒๗๐]

พระพุทธเจ้าทั้งหลายหาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก

ดุจอสรพิษกล้า

ดุจพญาเนื้อไกรสรราชสีห์

ดุจช้างกุญชรตกมันที่ได้รับการฝึกแล้ว

[๒๗๑]

มาณพทั้งหลาย พวกท่านจงอย่าไอ อย่าจาม

เดินเข้าแถวพากันเข้าไปยังสำนักของพระพุทธเจ้าเถิด

[๒๗๒]

พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงเป็นผู้หนักในการอยู่ในที่เร้น

ชอบสถานที่เงียบเสียง

หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก ยากที่จะเข้าเฝ้า

ทรงเป็นครูในมนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลก

[๒๗๓]

ข้าพเจ้าทูลถามปัญหาข้อใด หรือได้ปราศรัยโต้ตอบอยู่

ขณะนั้น ขอให้ท่านทั้งหลายจงเงียบเสียงนิ่งเฉยอยู่

[๒๗๔]

พระองค์ทรงแสดงพระสัทธรรมใด

ซึ่งเป็นธรรมปลอดโปร่ง เพื่อบรรลุนิพพาน

ขอท่านทั้งหลายจงพิจารณาเนื้อความแห่งพระสัทธรรมนั้น

เพราะการฟังพระสัทธรรมเป็นเหตุนำสุขมาให้

[๒๗๕]

ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

ได้สนทนาปราศรัยกับพระมุนี

ให้การสนทนานั้นผ่านไปแล้วจึงตรวจดูพระลักษณะ

[๒๗๖]

ข้าพเจ้าสงสัยพระลักษณะ ๒ ประการ

ได้เห็นเพียงพระลักษณะ ๓๐ ประการ

พระมุนีจึงได้ทรงแสดงพระคุยหฐาน

ซึ่งเร้นอยู่ในฝักให้ปรากฏด้วยฤทธิ์

[๒๗๗]

อนึ่ง พระชินเจ้าได้ทรงแลบพระชิวหา

สอดเข้าในช่องพระกรรณและเข้าในช่องพระนาสิก

แล้วปกปิดไปถึงสุดพระนลาฏทั้งสิ้น

[๒๗๘]

ข้าพเจ้าได้เห็นพระลักษณะของพระองค์

ครบถ้วนบริบูรณ์พร้อมทั้งพระอนุพยัญชนะ

จึงแน่ใจได้ว่าเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว

ได้บวชพร้อมกับบรรดาศิษย์

[๒๗๙]

ข้าพเจ้าพร้อมด้วยบรรดาศิษย์ ๓๐๐ คน

ได้บวชเป็นบรรพชิต ยังไม่ทันถึงครึ่งเดือน

พวกเราทั้งหมดก็ได้บรรลุนิพพาน

[๒๘๐]

ศิษย์ทั้งหลายร่วมกันทำกรรมในนาบุญที่ยอดเยี่ยม

ท่องเที่ยวไปร่วมกัน คลายกิเลสได้ร่วมกัน

[๒๘๑]

ข้าพเจ้าได้ถวายไม้กลอนทั้งหลาย

จึงได้อยู่ในธรรมเป็นอันมาก

ด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

ข้าพเจ้าย่อมได้เหตุ ๘ ประการ

[๒๘๒]

คือข้าพเจ้าเป็นผู้ที่เขาบูชาในทิศทั้งหลาย ๑

มีโภคสมบัตินับไม่ถ้วน ๑

เป็นที่พึ่งของคนทั้งปวง ๑ ไม่มีความสะดุ้งกลัว ๑

[๒๘๓]

ข้าพเจ้าไม่มีความเจ็บไข้ ๑ รักษาอายุได้ยืนยาว

มีผิวพรรณละเอียดอ่อน ๑ อยู่ในที่อยู่ที่ปรารถนาได้ ๑

[๒๘๔]

เพราะได้ถวายไม้กลอน ๘ อัน

ข้าพเจ้าจึงได้อยู่ในธรรมเป็นอันมาก

ความเป็นพระอรหันต์ถึงพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา

เป็นข้อที่ ๘ อีกข้อหนึ่งของข้าพเจ้า

[๒๘๕]

ข้าแต่พระมหามุนี

ข้าพระองค์มีธรรมเครื่องอยู่ทั้งปวงอยู่จบหมดแล้ว

ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ มีชื่อว่าอัฏฐโคปานสี

เป็นบุตรของพระองค์

[๒๘๖]

เพราะได้ถวายเสา ๕ ต้น

ข้าพเจ้าจึงได้อยู่ในธรรมเป็นอันมาก

ด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

ข้าพเจ้าจึงได้เหตุ ๕ ประการ

[๒๘๗]

คือข้าพเจ้าเป็นผู้มีเมตตาไม่หวั่นไหว ๑

มีโภคสมบัติไม่รู้จักพร่อง ๑

มีถ้อยคำที่ควรเชื่อถือได้ โดยที่ข้าพเจ้าไม่พูดกำจัด ๑

[๒๘๘]

ข้าพเจ้ามีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ๑

ไม่เป็นเสี้ยนหนามต่อใครๆ ๑

ด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้ปราศจากมลทินในศาสนา

[๒๘๙]

ข้าแต่พระมุนีผู้มีความเพียรมาก

ภิกษุสาวกของพระองค์มีความเคารพ

มีความยำเกรง ได้ทำกิจเสร็จแล้ว

ไม่มีอาสวะ ขอกราบไหว้พระองค์

[๒๙๐]

ข้าพเจ้าได้ทำบัลลังก์ที่ทำอย่างสวยงามแล้วจัดตั้งไว้ในศาลา

ด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

ข้าพเจ้าจึงได้เหตุ ๕ ประการ

[๒๙๑]

คือเกิดในตระกูลสูง ๑ มีโภคะมาก ๑

มีสมบัติทุกอย่าง ๑ ไม่มีความตระหนี่ ๑

[๒๙๒]

เมื่อข้าพเจ้าปรารถนาจะไป บัลลังก์ก็ตั้งขึ้น

ข้าพเจ้าย่อมไปพร้อมกับบัลลังก์อันประเสริฐ

ตามที่ข้าพเจ้าปรารถนา ๑

[๒๙๓]

เพราะการถวายบัลลังก์นั้น

ข้าพเจ้ากำจัดความมืดทั้งหมดได้แล้ว

ข้าแต่พระมหามุนี

พระเถระผู้บรรลุอภิญญาและพลธรรมทั้งปวง

ขอกราบไหว้พระองค์

[๒๙๔]

ข้าพเจ้าทำกิจทั้งปวงทั้งที่เป็นกิจ

ของผู้อื่นและกิจของตนสำเร็จแล้ว

ด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

ข้าพเจ้าจึงได้เข้าไปยังบุรีที่ไม่มีภัย

[๒๙๕]

ข้าพเจ้าได้ถวายเครื่องบริโภคในศาลาที่สร้างสำเร็จแล้ว

ด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุความเป็นผู้ประเสริฐ

[๒๙๖]

ผู้ฝึกเหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลก

ผู้ฝึกเหล่านั้นย่อมฝึกช้างและม้า

พวกเขาให้ทำเหตุต่างๆ แล้วฝึกอย่างหนัก

[๒๙๗]

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก

พระองค์หาทรงฝึกเหล่าชายหญิงเช่นนั้นไม่

พระองค์ทรงฝึกในวิธีฝึกอย่างสูงสุด

โดยไม่ต้องใช้อาชญาไม่ต้องใช้ศัสตรา

[๒๙๘]

พระมุนีทรงฉลาดในเทศนา ทรงสรรเสริญคุณแห่งทาน

และตรัสปัญหาข้อเดียว

ก็ให้เวไนยสัตว์ ๓๐๐ ตรัสรู้ได้

[๒๙๙]

ข้าพระองค์ทั้งหลาย อันพระองค์ผู้เป็นสารถีฝึกแล้ว

จึงพ้นวิเศษด้วยดี ไม่มีอาสวะ

บรรลุอภิญญาและพลธรรมทั้งปวง

ดับแล้วในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ

[๓๐๐]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น

ภัยทั้งปวงล่วงพ้นไปแล้ว

นี้เป็นผลแห่งการถวายศาลา

[๓๐๑]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าเผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๐๒]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๓๐๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเสลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เสลเถราปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๓๙๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๐. ปิลินทวรรคหัวข้อถัดไป๓. สรรพกิตติกเถราปทาน (๓๙๓)