ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๐. ปิลินทวรรค
  8. /
  9. ๙. สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙)

๙. สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๐๑ · บรรทัด ๘๗๓๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. สัพพทายกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสัพพทายกเถระ

(พระสัพพทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๔๕๖]

ที่อยู่ของข้าพเจ้าซึ่งบุญกรรมเนรมิตไว้ดีแล้วจดถึงมหาสมุทร

สระโบกขรณีซึ่งบุญกรรมเนรมิตไว้ดีแล้ว

มีนกจักรพากส่งเสียงร้องอยู่

[๔๕๗]

ดารดาษด้วยบัวเผื่อนบัวหลวงและบัวขาบ

ในสระนั้นมีน้ำไหล มีท่าน้ำราบเรียบ เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ

[๔๕๘]

มีปลาและเต่าชุกชุม ชุกชุมไปด้วยเนื้อต่างๆ

มีนกยูง นกกระเรียน และนกดุเหว่า เป็นต้น

ส่งเสียงร้องอย่างไพเราะ

[๔๕๙]

นกเขา นกเป็ดน้ำ นกจักรพาก นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด

นกสาลิกา นกช้อนหอย นกโพระดก

[๔๖๐]

หงส์ นกกระเรียน นกแสก นกขมิ้น

ช่างน่าเพลิดเพลินอยู่มาก

สระโบกขรณีสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ

มีทรายแก้วมณีและแก้วมุกดา

[๔๖๑]

ต้นไม้ทั้งหลายเป็นสีทองทั้งหมด

มีกลิ่นหอมต่างๆ ฟุ้งขจรไป

ส่องที่อยู่ของข้าพเจ้าให้สว่างไสวตลอดกาลทั้งปวง

ทั้งกลางวันกลางคืน

[๔๖๒]

เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น

ประโคมอยู่ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า

สตรีสาวล้วน ๖๐,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

[๔๖๓]

ข้าพเจ้าออกจากที่อยู่แล้ว

ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้ไหว้พระองค์ ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

[๔๖๔]

ถวายอภิวาทแล้วได้ทูลนิมนต์พระองค์พร้อมทั้งพระสาวก

พระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์พระนามว่าสุเมธะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงรับนิมนต์แล้ว

[๔๖๕]

พระมหามุนีตรัสธรรมกถาแก่ข้าพเจ้าแล้วทรงส่งข้าพเจ้าไป

ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

กลับเข้าไปยังที่อยู่ของตน

[๔๖๖]

ข้าพเจ้าเรียกบริวารชนมาบอกว่า ท่านทั้งหมดจงประชุมกัน

เวลาเช้าพระพุทธเจ้าจะเสด็จมายังที่อยู่ของเรา

[๔๖๗]

การที่พวกเราจะได้อยู่ในสำนักของพระองค์

เป็นลาภที่พวกเราได้ดีแล้วหนอ

แม้พวกเราจักทำการบูชาพระพุทธเจ้า

ผู้ประเสริฐที่สุดผู้เป็นศาสดา

[๔๖๘]

ข้าพเจ้าตระเตรียมข้าวและน้ำเสร็จแล้ว จึงกราบทูลภัตกาล

พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

เสด็จเข้ามาพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๒๐๐,๐๐๐ องค์

[๔๖๙]

ข้าพเจ้าได้รับเสด็จด้วยดนตรีเครื่องห้า

พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด

ประทับนั่งบนตั่งทองคำล้วน

[๔๗๐]

ในครั้งนั้น หลังคาเบื้องบนก็มุงด้วยทองคำล้วน

คนทั้งหลายโบกพัดถวายในระหว่างภิกษุสงฆ์

[๔๗๑]

ข้าพเจ้าได้ถวายข้าวน้ำอย่างเพียงพอ

ให้ภิกษุสงฆ์ฉันจนอิ่มหนำแล้ว

ได้ถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์รูปละ ๑ คู่

[๔๗๒]

พระพุทธเจ้าที่ผู้คนเรียกพระนามว่าสุเมธะ

ผู้สมควรรับเครื่องบูชาของโลก

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๔๗๓]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายข้าวน้ำ

ให้ภิกษุทั้งหมดนี้ฉันจนอิ่มหนำ

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๔๗๔]

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๑๑๘ กัป

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

[๔๗๕]

เขาเกิดในกำเนิดใด

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ในกำเนิดนั้นๆ หลังคาทองคำล้วนจักกางกั้นให้ตลอดเวลา

[๔๗๖]

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๔๗๗]

ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๔๗๘]

ผู้นั้นจักนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วบันลือสีหนาท

เขาสิ้นชีวิตแล้วถูกเผาภายใต้ฉัตร

ที่ชนทั้งหลายกั้นไว้ที่เชิงตะกอน

[๔๗๙]

สามัญผลข้าพเจ้าบรรลุแล้วตามลำดับ

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ที่มณฑปหรือที่โคนต้นไม้

ความเร่าร้อนไม่มีแก่ข้าพเจ้า

[๔๘๐]

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการให้ทุกสิ่ง

[๔๘๑]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๔๘๒]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๔๘๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสัพพทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สัพพทายกเถราปทานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน (๓๙๘)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๐. ปิลินทวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐)