ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๑. เมตเตยยวรรค
  8. /
  9. ๔. โธตกเถราปทาน (๔๐๔)

๔. โธตกเถราปทาน (๔๐๔)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๐๖ · บรรทัด ๙๐๐๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. โธตกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระโธตกเถระ

(พระโธตกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๗๒]

ครั้งนั้น แม่น้ำภาคีรถี เกิดจากภูเขาหิมพานต์

ไหลผ่านไปทางประตูกรุงหงสวดี

[๗๓]

อารามชื่อโสภิตะ มหาชนสร้างไว้อย่างสวยงามใกล้ฝั่งแม่น้ำ

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ประทับอยู่ในอารามนั้น

[๗๔]

พระผู้มีพระภาคมีหมู่มนุษย์ห้อมล้อม

ดังพระอินทร์จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ประทับนั่งในอารามนั้น ไม่ครั่นคร้ามดุจราชสีห์

[๗๕]

ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์มีนามว่าฉฬังคะ

อยู่ในกรุงหงสวดี พระมหามุนีก็มีนามอย่างนั้น

[๗๖]

ครั้งนั้น ศิษย์ ๑๑๘ คน แวดล้อมข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าพร้อมด้วยศิษย์เหล่านั้นไปยังฝั่งแม่น้ำ

[๗๗]

ณ ที่นั้น ข้าพเจ้าได้เห็นสมณะหลายรูป

ผู้ไม่คดโกง ผู้ชำระบาปแล้ว

ในครั้งนั้น ข้าพเจ้ากำลังข้ามแม่น้ำภาคีรถีคิดอย่างนี้ว่า

[๗๘]

บุตรของพระพุทธเจ้าผู้มียศมากเหล่านี้

ข้ามแม่น้ำทั้งในเวลาเย็นและในเวลาเช้า

ย่อมทำตนให้ลำบาก ทำตนให้เดือดร้อน

[๗๙]

บัณฑิตย่อมกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า

เป็นผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

เครื่องสักการะสำหรับชำระทางคือคติในทักษิณาของเราก็ไม่มี

[๘๐]

ทางที่ดี เราพึงให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ

ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดเถิด

ครั้นให้สร้างสะพานนี้แล้ว จะข้ามภพนี้ไปได้

[๘๑]

ข้าพเจ้าเชื่อว่ากุศลที่ข้าพเจ้าทำแล้วนี้ จักไพบูลย์

จึงได้ให้ทรัพย์ ๑๐๐ (บ้าง) ๑,๐๐๐ (บ้าง)

แล้วให้สร้างสะพาน

[๘๒]

ข้าพเจ้าให้สร้างสะพานนั้นเสร็จแล้ว

ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ประนมมือเหนือศีรษะแล้วได้กราบทูลคำนี้ว่า

[๘๓]

ข้าพเจ้าได้จ่ายทรัพย์ ๑๐๐ (บ้าง) ๑,๐๐๐ (บ้าง)

แล้วให้สร้างสะพานใหญ่ เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

ข้าแต่พระมหามุนี ขอได้โปรดทรงรับเถิด

[๘๔]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๘๕]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใส ซึ่งได้ให้สร้างสะพาน

ถวายเราด้วยมือของตน

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๘๖]

ผู้นี้แม้ตกจากซอกเขาก็ดี จากภูเขาก็ดี จากต้นไม้ก็ดี

แม้จุติแล้วก็จักได้ที่ตั้งมั่น (คือที่พึ่ง)

นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน

[๘๗]

ศัตรูทั้งหลายข่มไม่ได้ เปรียบเหมือนลมข่มต้นไทร

ที่มีรากและย่านงอกงามไม่ได้ฉะนั้น

นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน

[๘๘]

พวกโจรข่มเหงไม่ได้ กษัตริย์ทั้งหลายไม่ดูหมิ่น

ผู้นี้จักผ่านศัตรูทั้งปวงไปได้

นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน

[๘๙]

ผู้นี้ประกอบด้วยบุญกรรม

ถึงจะอยู่ในโอกาสกลางแจ้งถูกแดดกล้าจัดแผดเผา

ก็จักไม่มีเวทนา

[๙๐]

ในเทวโลกก็ดี ในมนุษยโลกก็ดี ยานพาหนะคือช้าง

ที่บุญกรรมเนรมิตดีแล้ว

ดังจะรู้ความดำริของผู้นั้น จักบังเกิดในทันที

[๙๑]

ม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัวซึ่งเป็นพาหนะวิ่งเร็วปานกำลังลม

จักคอยรับใช้ทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น

นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน

[๙๒]

ผู้นี้มาเกิดเป็นมนุษย์ จักเป็นผู้มีความสุข

แม้ในการเกิดเป็นมนุษย์นี้ ก็จักมียานพาหนะคือช้าง

[๙๓]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๙๔]

ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๙๕]

ช่างน่าปลื้มใจ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ดีแล้ว

ในพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ข้าพเจ้ากระทำสักการะไว้ในพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

จึงบรรลุความสิ้นอาสวะ

[๙๖]

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเด็ดเดี่ยว เพื่อบำเพ็ญเพียร

เป็นผู้สงบระงับ ไม่มีอุปธิ

ตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๙๗]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๙๘]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๙๙]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ได้ทราบว่า ท่านพระโธตกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

โธตกเถราปทานที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. เมตตคูเถราปทาน (๔๐๓)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๑. เมตเตยยวรรคหัวข้อถัดไป๕. อุปสีวเถราปทาน (๔๐๕)