ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๑. เมตเตยยวรรค
  8. /
  9. ๕. อุปสีวเถราปทาน (๔๐๕)

๕. อุปสีวเถราปทาน (๔๐๕)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๐๗ · บรรทัด ๙๐๖๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. อุปสีวเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอุปสีวเถระ

(พระอุปสีวเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๐๐]

ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่ออโนมะ

เขาได้สร้างอาศรมและสร้างบรรณศาลาไว้อย่างดีเพื่อข้าพเจ้า

[๑๐๑]

ในที่ไม่ไกลอาศรมของข้าพเจ้านั้น

มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลอยู่

มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจ

มีกอปทุมและกออุบลจำนวนมาก

เกิดอยู่ที่ท่าน้ำซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยน้ำ

[๑๐๒]

ในแม่น้ำนั้น ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก

ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า ฝูงปลาตะเพียน

แม่น้ำมีปลาและเต่าชุกชุมไหลอยู่เสมอ

[๑๐๓]

มีต้นดีหมี ต้นอโศก ต้นเข็ม

ต้นบุนนาค ต้นบุนนาคเขา มีดอกบานสะพรั่ง

ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วอาศรมของข้าพเจ้า

[๑๐๔]

มีต้นอัญชันเขียว ต้นมะลิซ้อน

ต้นสาละ ต้นช้างน้าว ต้นจำปา

ขึ้นอยู่เป็นหมู่ๆ มากด้วยกัน มีดอกบานสะพรั่ง

[๑๐๕]

ต้นรกฟ้าขาว ต้นลำดวน ต้นกระท้อน

ต้นประดู่ และต้นมะซางหอม

มีดอกบานสะพรั่งมีอยู่ในที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๑๐๖]

ต้นราชพฤกษ์ ต้นหงอนไก่

ต้นคัดเค้า ต้นประยงค์ ต้นมะกล่ำหลวง

มีอยู่ดาษดื่นโดยรอบตลอดกึ่งโยชน์

[๑๐๗]

ต้นโพธิ์ ต้นชบาซ้อน ต้นแคฝอย ต้นย่านทราย

ต้นปรู ต้นงิ้ว มีดอกบานสะพรั่ง มีอยู่มาก

ใกล้แม่น้ำนั้น ต้นกำยาน มีดอกบานสะพรั่ง

มีอยู่มากใกล้อาศรมของข้าพเจ้า ณ ใกล้ฝั่งแม่น้ำนั้น

[๑๐๘]

เมื่อต้นไม้เหล่านี้มีดอก ต้นไม้จำนวนมากก็งาม

อาศรมของข้าพเจ้าโดยรอบ

หอมตลบไปด้วยกลิ่นดอกไม้นั้น

[๑๐๙]

มีต้นสมอไทย ต้นมะขามป้อม ต้นมะม่วง

ต้นหว้า ต้นสมอพิเภก ต้นกระเบา ต้นรกฟ้า

ต้นมะตูม และต้นมะปราง มีผลมาก ในที่นั้น

[๑๑๐]

ต้นมะพลับ ต้นมะหาด ต้นมะซาง

ต้นหมากเม่า ต้นขนุนสำปะลอ ต้นขนุน

ต้นกล้วย ต้นจันทน์ มีผลมาก ในที่นั้น

[๑๑๑]

ต้นมะกอกและต้นเครือเถา มีผลมากในที่นั้น

และเผล็ดผลมีรสหวานทุกฤดูกาล

อยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๑๑๒]

ถั่วดำ ถั่วเหลือง มีฝักดกมาก

ต้นไทรย้อย และต้นไม้เลียบ

ต้นมะเดื่อ มีผลสุกงอมเต็มต้น

[๑๑๓]

ดีปลี พริก ต้นไทร ต้นมะขวิด ต้นมะเดื่อ

มีผลสุกงอมมากเต็มต้นใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น

[๑๑๔]

ต้นไม้เหล่านี้และชนิดอื่นอีกมาก

กำลังมีผลใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

แม้ไม้ดอกก็มีมาก

มีดอกบานสะพรั่งใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๑๑๕]

มันเทศ มันอ้อน มันมือเสือ

หอม กระเทียม และคนทา

อาลกา ต้นตาล มีอยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๑๑๖]

ในที่ไม่ไกลอาศรมของข้าพเจ้า

มีสระใหญ่ธรรมชาติสระหนึ่ง

มีน้ำใส เย็นสนิท มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ

[๑๑๗]

ในสระนั้น มีบัวหลวง บัวขาบ สะพรั่งด้วยบัวขาว

ดารดาษด้วยบัวเผื่อน

ลมพัดพากลิ่นหอมต่างๆ โชยมา

[๑๑๘]

ปทุมบางกอ มีดอกตูม บางกอมีดอกบาน

บางกอมีเกสรร่วงหล่น คงมีแต่ฝักบัวจำนวนมาก

[๑๑๙]

น้ำหวานไหลออกจากก้านบัว

นมสดและเนยใสไหลออกจากเหง้าบัว

อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมต่างๆ ด้วยกลิ่นหอมนั้นโดยรอบ

[๑๒๐]

ต้นโกมุท ต้นจงกลนี และต้นตาเสือ

ปรากฏมีมากที่ใกล้ขอบสระธรรมชาติ

ต้นการะเกดจำนวนมากก็มีดอกบานสะพรั่ง

[๑๒๑]

ต้นชบามีดอกบานสะพรั่ง สาหร่ายมีกลิ่นหอม

จระเข้ ตะโขง นาก เกิดอยู่ในสระนั้น

[๑๒๒]

ในสระนั้นมีงูหลาม งูเหลือม ปลาสลาด ปลากระบอก

ปลาสวาย ปลาเค้า ปลาตะเพียน จำนวนมาก

[๑๒๓]

มีปลา เต่า และตะพาบน้ำ นกพิราบ นกเป็ดน้ำ

นกกวัก นกกาน้ำ ชุกชุม

[๑๒๔]

นกต้อยตีวิด นกจักรพาก นกช้อนหอย นกโพระดก

กระแต นกเขา เหยี่ยว และนาก มีอยู่มาก

[๑๒๕]

สุนัขจิ้งจอก ลูกนกแขกเต้า ไก่ป่า จามรี มีอยู่มาก

กา เหยี่ยว และเสือดาว ก็อาศัยสระนั้นเลี้ยงชีวิต

[๑๒๖]

ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี หมาใน เสือดาว

ลิง กินนร ปรากฏอยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๑๒๗]

ข้าพเจ้าสูดกลิ่นหอมเหล่านั้น บริโภคผลไม้

และดื่มน้ำหอม อยู่ในอาศรมของข้าพเจ้า

[๑๒๘]

ฝูงเนื้อทราย ฝูงสุกร ฝูงเนื้อฟาน

นกเขาชวา นกเขาไฟ และนกกะปูด

อยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๑๒๙]

หงส์ นกกระเรียน นกยูง นกสาลิกา นกดุเหว่า

นกเค้าแมว นกแสก นกหัวขวาน มีอยู่มากในที่นั้น

[๑๓๐]

พวกปีศาจทานพ (อสูร) กุมภัณฑ์ ผีเสื้อน้ำ

ครุฑ งูมีมาก อยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๑๓๑]

ฤๅษีทั้งหลาย มีอานุภาพมาก มีจิตสงบ มีใจมั่นคง

ทั้งหมดล้วนถือคนโทน้ำ นุ่งห่มหนังสัตว์

เพียบพร้อมด้วยชฎาและบริขาร

อยู่ในอาศรมของข้าพเจ้า

[๑๓๒]

ฤๅษีเหล่านั้น ทอดตาดูประมาณชั่วแอก

มีปัญญารักษาตน มีความประพฤติสงบ

สันโดษตามมีตามได้ อยู่ในอาศรมของข้าพเจ้า

[๑๓๓]

ฤๅษีเหล่านั้น สลัดผ้าคากรอง

เคาะหนังสัตว์อาศัยพลังของตน

เหาะไปได้ในอากาศ ในครั้งนั้น

[๑๓๔]

ฤๅษีเหล่านั้นไม่ต้องนำน้ำหรือฟืนสำหรับก่อไฟมา

สิ่งเหล่านั้นสมบูรณ์ขึ้นเอง

นี้เป็นผลแห่งปาฏิหาริย์

[๑๓๕]

ฤๅษีเหล่านั้นนำรางเหล็กมา อยู่ท่ามกลางป่า

เปรียบเหมือนช้างกุญชรมหานาค

(และ) พญาราชสีห์ผู้ไม่ครั่นคร้ามฉะนั้น

[๑๓๖]

ฤๅษีเหล่านั้นทราบกำลังของตนแล้ว

พวกหนึ่งไปอปรโคยานทวีป

พวกหนึ่งไปปุพพวิเทหทวีป

พวกหนึ่งไปอุตตรกุรุทวีป

[๑๓๗]

ฤๅษีเหล่านั้น ต่างนำอาหาร

จากทวีปนั้นๆ มาบริโภคร่วมกัน

เมื่อฤๅษีเหล่านั้นผู้มีเดชแผ่ไป

ผู้คงที่ ทั้งหมดหลีกไปอยู่

[๑๓๘]

เพราะเสียงหนังสัตว์ของพวกฤๅษี

ป่าย่อมมีเสียงดังลั่นในครั้งนั้น

ข้าแต่พระมหาวีระ พวกศิษย์ของข้าพเจ้าเหล่านั้น

มีตบะแก่กล้าเช่นนี้

[๑๓๙]

ข้าพเจ้ามีฤๅษีเหล่านั้นแวดล้อม

อยู่ในอาศรมของตน

ฤๅษีเหล่านั้น แม้ถูกแนะนำแล้ว

ก็ยินดีด้วยกรรมของตน มาประชุมพร้อมกันแล้ว

[๑๔๐]

ฤๅษีเหล่านั้น เพลิดเพลินในกรรมของตน

เป็นผู้มีศีล มีปัญญารักษาตน

และฉลาดในอัปปมัญญา ให้ข้าพเจ้ายินดี

[๑๔๑]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก

ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ

ทรงทราบถึงการประชุมแล้วเสด็จเข้ามาใกล้

[๑๔๒]

ครั้นแล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้ทรงตรัสรู้เอง ผู้มีความเพียร

มีปัญญารักษาตน เป็นพระมุนี จึงประคองบาตร

แล้วเสด็จเข้ามาเพื่อภิกษา

[๑๔๓]

ข้าพเจ้าได้เห็นพระมหาวีรเจ้า

พระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จเข้ามา

จึงปูลาดเครื่องลาดหญ้าแล้วโปรยด้วยดอกสาละ

[๑๔๔]

ทูลนิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งแล้ว

ทั้งดีใจและสลดใจ ได้รีบขึ้นไปบนภูเขา

แล้วนำกฤษณามา

[๑๔๕]

ได้เก็บขนุนที่มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นทิพย์

ผลโตประมาณเท่าหม้อ ยกขึ้นคอแบกมา

เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ

[๑๔๖]

ได้ถวายผลขนุนแด่พระพุทธเจ้าแล้ว ใช้กฤษณาไล้ทา

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

ได้กราบไหว้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด

[๑๔๗]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก

ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ฤๅษี

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๔๘]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่ได้ถวายผลขนุน

กฤษณา และอาสนะแก่เรา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๑๔๙]

ในบ้านก็ตาม ในป่าก็ตาม

ที่เงื้อมเขาก็ตาม ในถ้ำก็ตาม

โภชนาหารดังจะรู้จิตของผู้นี้ จักบังเกิดขึ้น

[๑๕๐]

คนผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือในมนุษยโลกก็ตาม

จักให้บริษัทอิ่มเอิบด้วยโภชนาหารและผ้า

[๑๕๑]

ผู้นี้เกิดในกำเนิดใด

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ในกำเนิดนั้น จักมีโภคะนับไม่ถ้วนเวียนว่ายตายเกิดไป

[๑๕๒]

จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

[๑๕๓]

จักครองเทวสมบัติ ๗๑ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ นับชาติไม่ถ้วน

[๑๕๔]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๕๕]

ผู้นี้จักมีนามว่าอุปสีวะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๑๕๖]

การที่ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำ

เป็นลาภที่ข้าพเจ้าได้ดีแล้ว

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๕๗]

ในบ้านก็ตาม ในป่าก็ตาม

ที่เงื้อมเขาก็ตาม ในถ้ำก็ตาม

โภชนาหารดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้า

ย่อมมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

[๑๕๘]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๕๙]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๖๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระอุปสีวเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อุปสีวเถราปทานที่ ๕ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. โธตกเถราปทาน (๔๐๔)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๑. เมตเตยยวรรคหัวข้อถัดไป๖. นันทกเถราปทาน (๔๐๖)