ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๑. เมตเตยยวรรค
  8. /
  9. ๘. โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)

๘. โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๑๐ · บรรทัด ๙๒๖๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. โตเทยยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระโตเทยยเถระ

(พระโตเทยยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๒๔]

ครั้งนั้น (ข้าพเจ้าเกิดเป็น)พระราชาพระนามว่าวิชิตชัย

ในกรุงเกตุมดี เป็นเมืองชั้นเลิศ เป็นผู้แกล้วกล้า

เต็มเปี่ยมด้วยความกล้าหาญ

ประทับอยู่ท่ามกลางกรุง

[๒๒๕]

เมื่อพระราชาพระองค์นั้น ทรงประมาท

ข้าศึกแห่งแว่นแคว้นก็กำเริบขึ้น

ฝ่ายตรงกันข้ามและพวกยุยงก็ทำลายแว่นแคว้น

[๒๒๖]

เมื่อปัจจันตชนบท(ชนบทปลายแดน)กำเริบ

พระราชาจึงรับสั่งให้พลรบและทหารสื่อสารมาประชุมกัน

รับสั่งให้ปราบข้าศึก ในครั้งนั้น

[๒๒๗]

พลช้าง พลม้า ทหารสวมเกราะกล้าหาญ

ทหารแม่นธนู และพลรถ มาประชุมกันทั้งหมด

[๒๒๘]

พวกพ่อครัว พนักงานเครื่องต้น พนักงานสรงสนาน

ช่างทำดอกไม้ เป็นผู้กล้าหาญ

เคยชนะในสงคราม มาประชุมกันทั้งหมด

[๒๒๙]

พวกชายฉกรรจ์ถือดาบ ถือธนู สวมเกราะหนัง

เป็นคนแข็งแรง เคยชนะในสงคราม

มาประชุมกันทั้งหมด

[๒๓๐]

ช้างมาตังคะตกมัน ๓ แห่ง

เสื่อมกำลังเมื่ออายุ ๖๐ ปี มีสายประโคน ๑-

@เชิงอรรถ :

@๑ สายรัดจากใต้สัปคับคือที่นั่งบนหลังช้าง ใช้รัดสัปคับอกช้าง หลังขาหน้าแล้วลอดมาบรรจบกันโยงใต้

@ท้องช้างและหน้าขาหลังไปจากสายชนักที่คอช้าง

พานหน้าพานหลัง และเครื่องประดับทองคำ

มาประชุมกันทั้งหมด

[๒๓๑]

นักรบอาชีพ อดทนต่อความหนาวความร้อน

อดทนต่ออุจจาระปัสสาวะ เตรียมการสำเร็จแล้ว

มาประชุมกันทั้งหมด

[๒๓๒]

พวกทหารเหล่านั้นร่าเริงด้วยเสียงสังข์ เสียงกลอง

และเสียงแตกตื่นมาประชุมกันทั้งหมด

[๒๓๓]

พวกทหารเหล่านั้นตีรันฟันแทงด้วยหลาว หอก

แหลน ธนู และโตมร กลับมาประชุมกันทั้งหมด

[๒๓๔]

ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าสวมเกราะแล้ว

สั่งให้จับทหาร ๖๐,๐๐๐ คน พร้อมทั้งพระราชาผู้ชนะ

คนที่ไม่เคยชนะเสียบหลาว(ประจาน)

[๒๓๕]

ทหารเหล่านั้นพากันส่งเสียงร้องว่า

โธ่เอ๋ย พระราชาไร้ธรรม เมื่อถูกไฟเผาไหม้อยู่ในนรก

เมื่อไรจักสิ้นสุดกรรม

[๒๓๖]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้านอนอยู่บนที่นอน เห็นไฟนรก

จึงนอนไม่หลับตลอดทั้งวันทั้งคืน

พวกนายนิรยบาลใช้หลาวขู่ข้าพเจ้า

[๒๓๗]

(ข้าพเจ้าคิดว่า) ความมัวเมาราชสมบัติ สัตว์พาหนะ

และพลรบ จะมีประโยชน์อะไร

สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถจะต้านทานเราไว้ได้

มีแต่จะทำให้สะดุ้งอยู่ทุกเมื่อ

[๒๓๘]

บุตร ภรรยา และราชสมบัติทั้งหมด

จะมีประโยชน์อะไรสำหรับเรา

ทางที่ดีเราควรออกบวช ชำระทางที่จะดำเนินไปให้หมดจด

[๒๓๙]

ช้างมาตังคะ ๖๐,๐๐๐ เชือก

ตกแต่งด้วยเครื่องประดับทุกอย่าง

มีสายประโคนพานหน้า พานหลัง

เครื่องประดับศีรษะทองคำ

[๒๔๐]

มีนายควาญช้างถือโตมรและขอขึ้นขี่ประจำ

ข้าพเจ้าไม่มีความห่วงใยละทิ้งไว้ในสนามรบ

เดือดร้อนเพราะกรรมของตน

จึงออกบวชเป็นบรรพชิต

[๒๔๑]

ม้าสินธพชาติอาชาไนย ๖๐,๐๐๐ ตัว

ตกแต่งด้วยเครื่องประดับทุกอย่างเป็นพาหนะวิ่งเร็ว

[๒๔๒]

มีทหารม้าถือธนูสวมเกราะขึ้นขี่ประจำ

ข้าพเจ้าทอดทิ้งม้าเหล่านั้นทั้งหมดแล้ว

ออกบวชเป็นบรรพชิต

[๒๔๓]

รถ ๖๐,๐๐๐ คัน ตกแต่งด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ

เป็นรถที่หุ้มหนังเสือเหลืองบ้าง

หุ้มหนังเสือโคร่งบ้างบรรทุกอาวุธรบ ปักธงไว้หน้ารถ

ข้าพเจ้าละทิ้งรถนั้นทั้งหมดแล้วออกบวชเป็นบรรพชิต

[๒๔๔]

แม่โคนม ๖๐,๐๐๐ ตัว และขันสำริดสำหรับรองน้ำนม

ทั้งหมดข้าพเจ้าละทิ้งแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต

[๒๔๕]

สตรี ๖๐,๐๐๐ นาง

ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง

สวมใส่ผ้าอาภรณ์อย่างงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี

[๒๔๖]

มีตากลมโต มีปกติร่าเริง

รูปร่างงดงาม เอวเล็กเอวบาง

ข้าพเจ้าละสตรีเหล่านั้นผู้พากันคร่ำครวญอยู่แล้ว

ออกบวชเป็นบรรพชิต

[๒๔๗]

หมู่บ้าน ๖๐,๐๐๐ ตำบล ที่บริบูรณ์ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง

ข้าพเจ้าละทิ้งราชสมบัตินั้นแล้ว

ออกบวชเป็นบรรพชิต

[๒๔๘]

ข้าพเจ้าออกจากนครแล้ว เข้าไปยังภูเขาหิมพานต์

ได้สร้างอาศรมไว้ ณ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำภาคีรถี

[๒๔๙]

สร้างบรรณศาลาเสร็จแล้ว สร้างโรงสำหรับบูชาไฟ

บำเพ็ญเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว อยู่ในอาศรม

[๒๕๐]

เมื่อข้าพเจ้าเข้าฌานอยู่ในมณฑปก็ดี ที่โคนต้นไม้ก็ดี

ในเรือนว่างก็ดี ความสะดุ้งกลัวย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าไม่เห็นภัยที่น่าหวาดกลัวเลย

[๒๕๑]

ในขณะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

ผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณา เป็นมุนี

มีแสงสว่างแห่งพระญาณโชติช่วง เสด็จอุบัติขึ้นในโลก

[๒๕๒]

ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า มียักษ์ตนหนึ่งผู้มีฤทธิ์มาก

เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดอุบัติขึ้นแล้ว

ยักษ์บอกกับข้าพเจ้าในครั้งนั้นว่า

[๒๕๓]

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก

พระองค์ทรงพระนามว่าสุเมธะ

ทรงมีจักษุ ทรงช่วยหมู่ชนทั้งปวงให้ข้าม

แม้ท่าน พระองค์ก็จักช่วยให้ข้าม

[๒๕๔]

ขณะนั้น ข้าพเจ้าฟังคำของยักษ์แล้วมีความสลดใจ

คิดอยู่ว่า พุทโธ พุทโธ ปิดอาศรม

[๒๕๕]

ข้าพเจ้าทิ้งฟืนสำหรับบูชาไฟ และเก็บสันถัต

ไหว้อาศรมแล้วออกจากป่าใหญ่ไป

[๒๕๖]

ข้าพเจ้าถือไม้จันทน์จากที่นั้น จากบ้านไปสู่บ้าน

จากเมืองไปสู่เมือง

แสวงหาพระพุทธเจ้าผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพอยู่

ได้เข้าเฝ้าพระองค์ ซึ่งเป็นผู้นำโดยวิเศษ

[๒๕๗]

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ทรงประกาศสัจจะ ๔ ทำหมู่ชนจำนวนมากให้ตรัสรู้

[๒๕๘]

ข้าพเจ้าประนมมือไหว้เหนือเศียรเกล้า

ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

[๒๕๙]

เมื่อต้นมะลิซ้อนมีดอกบานสะพรั่ง

กลิ่นหอมฟุ้งไปในที่ใกล้

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร

พระองค์มีกลิ่นคือคุณหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ

[๒๖๐]

เมื่อต้นจำปา ต้นกระถินพิมาน

ต้นลำดวน ต้นการะเกด และต้นสาละ

กำลังมีดอกบาน กลิ่นหอมฟุ้งไปตามลม

[๒๖๑]

ข้าพระองค์สูดกลิ่นของพระองค์

จึงจากภูเขาหิมพานต์มาจนถึงที่นี่

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก

ผู้เจริญที่สุดในโลก มีพระยศยิ่งใหญ่

ข้าพระองค์ขอบูชาพระองค์

[๒๖๒]

ข้าพเจ้าใช้จุรณจันทน์อย่างดี

ไล้ทาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกทำจิตของตนให้เลื่อมใส

แล้วได้ยืนนิ่งอยู่ในขณะนั้น

[๒๖๓]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธะ

ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน

ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๒๖๔]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่สรรเสริญคุณของเรา

และได้ใช้จุรณจันทน์บูชา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๒๖๕]

ผู้นี้จักเป็นผู้กล่าวถ้อยคำที่เชื่อถือได้

เป็นพรหม ผู้ซื่อตรง มีตบะ

มีรัศมีสว่างไสวตลอด ๒๕ กัป

[๒๖๖]

จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๒,๖๐๐ กัป

จักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

[๒๖๗]

จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๓ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๒๖๘]

ผู้นี้จุติจากเทวโลกนั้นแล้ว จักไปเกิดเป็นมนุษย์

ประกอบด้วยบุญกรรม จักเป็นบุตรของพราหมณ์

[๒๖๙]

พราหมณ์ชื่อพาวรี ผู้คงแก่เรียน

ทรงมนตร์ จบไตรเพท ถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓ ประการ

[๒๗๐]

เขาเป็นศิษย์ของพราหมณ์นั้นเป็นผู้จบมนตร์

จักได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ

[๒๗๑]

ข้าพเจ้าได้ทูลถามปัญหาอย่างละเอียด ทำใจให้ร่าเริง

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๒๗๒]

ไฟ ๓ กองของข้าพเจ้าดับแล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๒๗๓]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๗๔]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๗๕]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระโตเทยยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

โตเทยยเถราปทานที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. เหมกเถราปทาน (๔๐๗)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๑. เมตเตยยวรรคหัวข้อถัดไป๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน (๔๐๙)