ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๑. เมตเตยยวรรค
  8. /
  9. ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน (๔๐๙)

๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน (๔๐๙)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๑๑ · บรรทัด ๙๓๕๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระชตุกัณณิกเถระ

(พระชตุกัณณิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๗๖]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรเศรษฐีอยู่ในกรุงหงสวดี

เพียบพร้อมห้อมล้อมอยู่ด้วยกามคุณทั้งหลาย

[๒๗๗]

ลำดับนั้น ข้าพเจ้าขึ้นสู่ปราสาท

ใช้สอยโภคสมบัติมากมาย

แวดล้อมด้วยการฟ้อนรำขับร้องอยู่ในปราสาทนั้น ในครั้งนั้น

[๒๗๘]

นักดนตรีมีเครื่องประโคมอย่างดีมาประโคมให้ข้าพเจ้า

หญิงทั้งปวงยั่วยวน ทำใจของข้าพเจ้าให้ลุ่มหลง

[๒๗๙]

พวกนางเจลาวกา พวกนางวามนิกา

พวกนางมัชฌิตา พร้อมด้วยนางกุญชวาสี

พวกนางลังฆิกา และพวกนางโสกัชฌายี

ต่างแวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

[๒๘๐]

คนตีฉิ่ง คนตีกลอง นักฟ้อน นักรำ

ตัวละครและพวกนาฏศิลป์จำนวนมาก

แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

[๒๘๑]

ช่างกัลบก คนจัดแจงเครื่องอาบน้ำ

พ่อครัว ช่างร้อยดอกไม้

คนทิ้งมูล(คนทิ้งอุจจาระ) นักกายกรรมและนักมวยเหล่านั้น

ทั้งหมดแวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

[๒๘๒]

เมื่อคนเหล่านั้นเล่นอยู่

เมื่อข้าพเจ้าชื่นชมการบำเรอที่คนเหล่านั้นทำ

ข้าพเจ้าย่อมไม่รู้วันและคืน

เปรียบเหมือนพระอินทร์ในเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๒๘๓]

คนเดินทาง คนกำพร้า

คนขอทาน นักสืบ จำนวนมาก

เข้ามาขอข้าพเจ้าจนถึงเรือนเป็นนิตย์

[๒๘๔]

สมณะและพราหมณ์ทั้งหลายผู้เป็นเนื้อนาบุญอย่างยอดเยี่ยม

เมื่อจะให้ข้าพเจ้าเจริญบุญ มาจนถึงเรือนข้าพเจ้า

[๒๘๕]

พวกนิครนถ์นุ่งผ้า ใช้มูลไถทา ใช้ดอกไม้กรองนุ่ง

ถือไม้ ๓ อัน ไว้ผมหนึ่งปอย มาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๘๖]

พวกอาชีวก พวกโจรปล้น

พวกประพฤติวัตรเหมือนโค

พวกประพฤติเทวธรรม

พวกคนทิ้งขยะเหล่านั้นต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๘๗]

พวกนักสวด พวกรักสิทธิ (เสรีภาพ)

พวกโกธปุคคนิกะ พวกบำเพ็ญตบะ

และพวกฤๅษีเที่ยวอยู่ป่าจำนวนมาก

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๘๘]

ชาวแคว้นอันธกะ (โอฑฑกะ) ชาวทมิฬ

ชาวสากุฬะ ชาวมะละยาฬกะ ชาวสะวะระ

และชาวโยนก ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๘๙]

ชาวแคว้นอันธกะ พวกสมณะโล้นทั้งหมด

ชาวกุฏฐละ ชาวสานุวินทกะ ชาวอาฬวีจีนรัฐ

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๐]

ชาวอลสันทกะ ชาวปัลลวกะ ชาวปัพพตะ

ชาวนัคคมารุหะ ชาวพาหิกะ และชาวแคว้นเจตปุตตะ

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๑]

ชาวแคว้นมธุระ ชาวแคว้นโกศล ชาวแคว้นกาสี

ชาวหัตถิบุรี ชาวแคว้นอิสินทะ ชาวแคว้นมักกละ

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๒]

ชาวเจลาวกะ ชาวอารัมพะ ชาวโอภาสะ

ชาวเมฆละ ชาวขุททกะ ชาวสุททกะ จำนวนมาก

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๓]

ชาวโรหกชนบท ชาวลุ่มแม่น้ำสินธุ ชาวจิตกา

ชาวเอกกัณณิกนิคม ชาวสุรัฏฐา และชาวอปรันตชนบท

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๔]

ชาวสุปปารกะ ชาวกุมาร (ชาวมะละกา) ชาวมะลัยชนบท

ชาวสุวรรณภูมิ และชาววัชชี เหล่านั้นทั้งหมด

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๕]

ช่างสาน ช่างหูก ช่างหนัง

ช่างถาก คนงาน และช่างหม้อ

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๖]

ช่างแก้ว ช่างเหล็ก ช่างทอง ช่างเย็บผ้า

และช่างดีบุกเหล่านั้นทั้งหมด

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๗]

ช่างศร ช่างกลึง คนส่งของ

ช่างปรุงของหอม ช่างย้อม และช่างชุน

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๘]

พวกคนขายน้ำมัน คนหาบฟืน คนหาบน้ำ

คนรับใช้ คนหุงต้ม คนตักน้ำ

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๒๙๙]

พวกคนเฝ้าประตู ทหาร

ช่างร้อยดอกไม้ คนทิ้งขยะดอกไม้

ควาญช้าง คนเลี้ยงช้าง

ต่างพากันมาหาข้าพเจ้าจนถึงเรือน

[๓๐๐]

ข้าพเจ้าได้ทูลถวายของทุกอย่าง

แก่พระราชาพระนามว่าอานันทะ ผู้พร้อมเพรียง

ข้าพเจ้าทำความพร่องให้เต็มด้วยรัตนะ ๗ สี

[๓๐๑]

ข้าพเจ้ารู้จิตของชนจำนวนมากมีวรรณะต่างกัน

ที่ข้าพเจ้ายกย่องทั้งหมดให้พึงพอใจแม้ด้วยรัตนะ

[๓๐๒]

เมื่อดนตรีมีเสียงไพเราะบรรเลงอยู่

เมื่อกลองดังก้องอยู่ เมื่อสังข์เขาเป่าอยู่

ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเรือนของตน

[๓๐๓]

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ

พร้อมด้วยภิกษุขีณาสพจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ รูป

[๓๐๔]

พระองค์ ผู้มีจักษุพร้อมด้วยภิกษุทั้งหลาย

เสด็จดำเนินไปตามถนน

ทรงทำทิศทั้งปวงให้สว่างโชติช่วง

เหมือนต้นพฤกษาประทีป

[๓๐๕]

เมื่อพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกกำลังเสด็จดำเนินไป

กลองทั้งปวงยังดังก้องอยู่

รัศมีของพระองค์พวยพุ่งดุจดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น

[๓๐๖]

ขณะนั้น แสงสว่างจ้าส่องเข้าไปภายในเรือนของข้าพเจ้า

ด้วยพระรัศมีที่ส่องเข้าไปทางช่องหน้าต่าง

[๓๐๗]

ข้าพเจ้าเห็นพระรัศมีของพระพุทธเจ้าแล้ว

ได้กล่าวกับพวกบริวารว่า

พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดเสด็จมาถึงถนนนี้แน่แล้ว

[๓๐๘]

ข้าพเจ้ารีบลงจากปราสาทแล้ว ได้ไปยังระหว่างทาง

ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กราบทูลคำนี้ว่า

[๓๐๙]

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

โปรดทรงอนุเคราะห์ข้าพระองค์ด้วยเถิด

พระมุนีพระองค์นั้นพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๑๐๐,๐๐๐ องค์

ทรงรับนิมนต์

[๓๑๐]

ครั้นข้าพเจ้านิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

ได้นำเสด็จพระองค์มายังเรือนของตน

อังคาสพระมหามุนีให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำในเรือนนั้น

[๓๑๑]

ข้าพเจ้ารู้เวลาที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ผู้คงที่ กำลังเสวย

ได้บำรุงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ด้วยการขับร้องและดนตรี

[๓๑๒]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา

ประทับนั่งอยู่ภายในเรือน

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๓๑๓]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่บำรุงเราด้วยดนตรี

และได้ถวายข้าวน้ำแก่เรา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๓๑๔]

คนผู้นี้จักเป็นผู้มีอาหารมาก มีเงิน มีโภชนะ

ครองเอกราชในทวีปทั้ง ๔

[๓๑๕]

จักสมาทานศีล ๕ ยินดีในกรรมบถ ๑๐

ครั้นสมาทานแล้ว ก็ประพฤติ ให้บริวารศึกษาด้วย

[๓๑๖]

เครื่องดนตรี ๑๐๐,๐๐๐ ชิ้น

กลองที่ประดับตกแต่งสวยงาม

จักบรรเลงให้ผู้นี้อยู่เป็นนิตย์

นี้เป็นผลแห่งการบำรุง

[๓๑๗]

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป

จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๖๔ ชาติ

[๓๑๘]

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๔ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๓๑๙]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๓๒๐]

ผู้นี้เกิดในกำเนิดใด

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ในกำเนิดนั้น เขาจักเกิดเป็นมนุษย์มีโภคะไม่บกพร่อง

[๓๒๑]

จักเป็นผู้คงแก่เรียน จบไตรเพท

เที่ยวแสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุดอยู่ทั่วแผ่นดินนี้

[๓๒๒]

และภายหลัง เขาถูกกุศลมูลตักเตือนออกบวชแล้ว

จักยินดียิ่งในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

[๓๒๓]

ผู้นี้จักให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ

ผู้ประเสริฐทรงพอพระทัย

เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว จักเป็นพระอรหันต์

[๓๒๔]

วันนี้ ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่ครั่นคร้ามอยู่

ในศาสนาของพระศากยะผู้ประเสริฐ

ดุจพญาเสือโคร่งและราชสีห์ พญาเนื้อในป่าใหญ่

[๓๒๕]

ข้าพเจ้าไม่เห็นการบังเกิดของข้าพเจ้าในตระกูลที่ขัดสน

หรือยากจนในเทวโลก หรือในมนุษยโลก

นี้เป็นผลแห่งการบำรุง

[๓๒๖]

ข้าพเจ้าเป็นผู้ขวนขวายในวิเวก สงบระงับ ไม่มีอุปธิ

ตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๒๗]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๒๘]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๓๒๙]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระชตุกัณณิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ชตุกัณณิกเถราปทานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๑. เมตเตยยวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐)