ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๑. เมตเตยยวรรค
  8. /
  9. ๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐)

๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๑๒ · บรรทัด ๙๔๓๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. อุเทนเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอุเทนเถระ

(พระอุเทนเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๓๐]

ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อปทุม

ข้าพเจ้าสร้างอาศรมสร้างบรรณศาลาอย่างดีไว้

[๓๓๑]

ที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น

แม่น้ำไหลอยู่มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจ

แม่น้ำมีน้ำใสสะอาด เย็นสนิท ไหลอยู่เป็นนิตย์

[๓๓๒]

ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก

ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า

และฝูงปลาตะเพียน อยู่ประจำในแม่น้ำ

ทำให้แม่น้ำงามทุกเมื่อ

[๓๓๓]

ดาษดื่นไปด้วยต้นมะม่วง ต้นหว้า

อนึ่ง ต้นกุ่ม ต้นหมากเม่า

ต้นราชพฤกษ์ ต้นแคฝอย

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๓๔]

ต้นปรู ต้นมะกล่ำหลวง

ต้นกาหลง มีดอกบานสะพรั่ง

ส่งกลิ่นหอมอบอวลประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๓๕]

ต้นลำดวน ต้นชบา ต้นกากะทิง

และต้นสาละ มีดอกบานสะพรั่ง

ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๓๖]

ต้นคำ ต้นช้างน้าว ต้นกระทุ่ม ต้นมะเฟือง มีดอกบาน

ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๓๗]

ต้นสมอ ต้นมะขามป้อม ต้นมะม่วง ต้นหว้า

ต้นสมอพิเภก ต้นพุทรา ต้นรกฟ้า ต้นมะตูม

มีผลดกอยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๓๓๘]

มันอ้อน ต้นมะเขือพวง กำลังผลิดอกออกผล

ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น

ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๓๙]

ต้นอโศก ต้นวารี และต้นสะเดา มีดอกบานสะพรั่ง

ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๐]

ต้นบุนนาค ต้นบุนนาคเขา

ต้นดีหมี ในที่ใกล้อาศรมนั้น มีดอกบานสะพรั่ง

ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๑]

ต้นย่านทราย ต้นคนทีเขมา และต้นจำปา

ในที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น มีดอกบานสะพรั่ง

ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๒]

ในที่ไม่ไกลมีสระโบกขรณี

มีนกจักรพากส่งเสียงร้องอยู่

ดารดาษด้วยบัวเผื่อน บัวหลวง และบัวขาบ

[๓๔๓]

มีน้ำใส เย็นสนิท มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ

น้ำใสสะอาด เสมอด้วยแก้วผลึก

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๔]

ในสระนั้น มีบัวหลวง บัวขาว

บัวขาบ ดารดาษด้วยบัวเผื่อน มีดอกบานสะพรั่ง

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๕]

ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า

และฝูงปลาตะเพียนว่ายเวียนอยู่ในสระนั้น

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๖]

จระเข้ ตะโขง เต่า นาก งูหลาม

และงูเหลือมจำนวนมาก

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๗]

นกพิราบ นกเป็ดน้ำ นกจักรพาก

นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด และนกสาลิกา

อยู่ในที่ใกล้อาศรมนั้น

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๘]

ต้นตาเสือ ต้นจงกลนี

ต้นการะเกด ในที่ใกล้อาศรมนั้น

มีดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๔๙]

ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง

หมี หมาป่า หมาใน เสือดาว

เที่ยวสัญจรอยู่ในป่าใหญ่

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๕๐]

ฤๅษีทั้งหลาย เพียบพร้อมด้วยชฎา

และบริขาร นุ่งห่มหนังสัตว์

เที่ยวสัญจรอยู่ในป่าใหญ่

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๕๑]

บางพวกนุ่งห่มหนังสัตว์ มีปัญญารักษาตน

มีความประพฤติสงบและบริโภคอาหารแต่น้อยเหล่านั้นทั้งหมด

ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

[๓๕๒]

ครั้งนั้น ฤๅษีทั้งหลายหาบบริขารเข้าไปสู่ป่า

กินหัวมันและผลไม้อยู่ในอาศรม

[๓๕๓]

ครั้งนั้น ฤๅษีเหล่านั้นไม่ต้องนำฟืนมา

น้ำสำหรับล้างเท้าก็ไม่ต้องนำมา

ด้วยอานุภาพแห่งฤๅษีทั้งปวง ฟืนและน้ำย่อมมาเอง

[๓๕๔]

ฤๅษี ๘๔,๐๐๐ ตน

ประชุมกันอยู่ในอาศรมนั้น ทั้งหมดนี้

เป็นผู้เข้าฌาน แสวงหาประโยชน์สูงสุด

[๓๕๕]

ฤๅษีเหล่านั้นเป็นผู้มีตบะ ประพฤติพรหมจรรย์

ตักเตือนกันและกัน เป็นผู้แน่นแฟ้น

เหาะไปในอากาศได้ทุกตนอยู่ในอาศรมในครั้งนั้น

[๓๕๖]

ประชุมกันทุก ๕ วัน

ไม่ระส่ำระสาย มีความประพฤติสงบ

กราบไหว้กันและกันแล้ว

จึงบ่ายหน้าหลีกไปตามทิศ (ที่ตนอยู่)

[๓๕๗]

ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง

พระองค์เสด็จอุบัติขึ้น กำจัดความมืดมนอนธการ

[๓๕๘]

ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

มียักษ์ตนหนึ่ง ผู้มีฤทธิ์มาก

ยักษ์ตนนั้นได้บอกข่าวพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงพระนามว่าปทุมุตตระ แก่ข้าพเจ้าว่า

[๓๕๙]

พระพุทธเจ้าองค์นี้พระนามว่าปทุมุตตระ

เป็นพระมหามุนี เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ท่านจงรีบไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด ท่านผู้นิรทุกข์

[๓๖๐]

ข้าพเจ้าได้ฟังคำของยักษ์แล้วก็มีจิตผ่องใสยิ่งนัก

จึงปิดอาศรมแล้วออกจากป่าในขณะนั้น

[๓๖๑]

เมื่อไฟกำลังไหม้ผ้าอยู่

ข้าพเจ้าออกจากอาศรม

พักอยู่กลางทางคืนหนึ่งแล้ว

เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ

[๓๖๒]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา

ทรงประกาศสัจจะ ๔ แสดงอมตบทอยู่

[๓๖๓]

ข้าพเจ้าถือดอกปทุมซึ่งบานเต็มที่

เข้าเฝ้าพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ถวายอภิวาทพระพุทธเจ้า

[๓๖๔]

บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ทรงเป็นผู้นำแล้วห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่า

สรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

[๓๖๕]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ

ประทับอยู่ที่นี้ด้วยพระญาณใด

ข้าพระองค์จักสรรเสริญพระญาณนั้น

ขอพระองค์จงสดับข้าพระองค์กราบทูล

[๓๖๖]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตัดกระแสวัฏสงสารแล้ว

ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น

สรรพสัตว์นั้นฟังธรรมของพระองค์แล้ว

ย่อมข้ามพ้นกระแสตัณหาได้

[๓๖๗]

ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดแห่งเทวดา

และมนุษย์ พระองค์เป็นพระศาสดา

เป็นธงชัย เป็นหลัก เป็นจุดมุ่งหมาย เป็นที่พึ่ง

และเป็นประทีปของสัตว์ทั้งหลาย

[๓๖๘]

คณาจารย์ผู้นำหมู่ประมาณเท่าใด ที่ถูกกล่าวถึงในโลก

พระองค์เป็นสัพพัญญูผู้เลิศกว่าคณาจารย์เหล่านั้น

คณาจารย์เหล่านั้นนับว่าอยู่ในคำสอนของพระองค์

[๓๖๙]

พระองค์ผู้สัพพัญญูทรงช่วยหมู่ชนจำนวนมาก

ให้ข้ามพ้น(จากวัฏสงสาร)

ด้วยพระญาณของพระองค์

หมู่ชนอาศัยการได้เฝ้าพระองค์แล้ว จักทำที่สุดทุกข์ได้

[๓๗๐]

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ

คันธชาติเหล่าใดเหล่าหนึ่งหอมฟุ้งไปในโลก

ข้าแต่พระมหามุนีผู้เป็นนาบุญ

กลิ่นหอมที่จะเสมอด้วยกลิ่นหอมของพระองค์ไม่มี

[๓๗๑]

ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีพระจักษุ

ขอพระองค์ทรงเปลื้อง

กำเนิดดิรัจฉานและนรกเถิด

พระองค์ทรงแสดงบทที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ สงบระงับ

[๓๗๒]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๓๗๓]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใสได้บูชาญาณของเรา

ด้วยมือของตน เธอทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๓๗๔]

ผู้นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป

และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

[๓๗๕]

ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้ลาภอย่างดีแล้ว

ข้าพเจ้าให้พระพุทธเจ้าผู้มีวัตรงามทรงพอพระทัย

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๓๗๖]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๗๗]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๓๗๘]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระอุเทนเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อุเทนเถราปทานที่ ๑๐ จบ

เมตเตยยวรรคที่ ๔๑ จบบริบูรณ์

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน ๒. ปุณณกเถราปทาน

๓. เมตตคูเถราปทาน ๔. โธตกเถราปทาน

๕. อุปสีวเถราปทาน ๖. นันทกเถราปทาน

๗. เหมกเถราปทาน ๘. โตเทยยเถราปทาน

๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน ๑๐. อุเทนเถราปทาน

และในวรรคนี้มีคาถา ๓๙๓ คาถา

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ สุตตันตปิฎกที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน (๔๐๙)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๑. เมตเตยยวรรค