ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๕. อุปาลีวรรค
  8. /
  9. ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒)

๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๔ · บรรทัด ๒๑๗๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระโสณโกฬิวิสเถระ

(พระโสณโกฬิวิสเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๕]

ข้าพเจ้าได้ให้ก่อสร้างที่จงกรมฉาบทาด้วยปูนขาว

ถวายพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี

ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่

[๒๖]

ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้สีต่างๆ ลาดที่จงกรม

และทำให้เป็นเพดานไว้ในอากาศ

แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดให้ทรงใช้สอย

[๒๗]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าประคองอัญชลีถวายอภิวาทพระองค์

ผู้มีวัตรดีงาม แล้วมอบถวายศาลายาวแด่พระผู้มีพระภาค

[๒๘]

พระผู้มีพระภาคผู้ศาสดา ผู้ยอดเยี่ยมในโลก

ผู้มีพระจักษุ ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า

แล้วทรงรับไว้ด้วยความอนุเคราะห์

[๒๙]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลในโลก

พร้อมทั้งเทวโลก ครั้นทรงรับแล้ว

จึงประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๓๐]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเบิกบาน ซึ่งได้ถวายศาลายาวแก่เรา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๓๑]

รถเทียมด้วยม้า ๑,๐๐๐ ตัว จักปรากฏสำหรับผู้นี้

ซึ่งเพียบพร้อมด้วยบุญกรรม ในเวลาใกล้จะตาย

[๓๒]

ผู้นี้จักไปยังเทวโลกโดยยานนั้น

เทวดาทั้งหลายจักพลอยบันเทิง ในเมื่อผู้นี้ถึงภพที่ดีแล้ว

[๓๓]

เขาจักครองวิมานซึ่งมีค่ามาก ประเสริฐที่สุด

ฉาบทาด้วยดินคือแก้ว ประกอบด้วยเรือนยอดที่ล้ำเลิศ

[๓๔]

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกถึง ๓๐,๐๐๐ กัป

จักเป็นเทวราชตลอด ๒๕ กัป

[๓๕]

และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๗ ชาติ

พระเจ้าจักรพรรดิเหล่านั้นแม้ทั้งหมด

มีพระนามว่ายโสธระ ๑-

[๓๖]

ผู้นี้ได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว สร้างสั่งสมบุญ

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในกัปที่ ๒๘

[๓๗]

แม้ในภพนั้นจักมีวิมานอย่างประเสริฐ

ที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้

ผู้นี้จักครองบุรีนั้น ซึ่งไม่ว่างเว้นจากเสียง ๑๐ ประการ ๒-

[๓๘]

ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป

เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินในแว่นแคว้น

มีฤทธิ์มาก มีพระนามว่าโอกกากราช โดยพระโคตร

[๓๙]

นางกษัตริย์ ผู้มีวัยประเสริฐ ๓-

สูงชาติกว่าหญิงทั้งหมด ๑๖,๐๐๐ คน

จักประสูติพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๙ พระองค์

@เชิงอรรถ :

@๑ ชื่อว่า ยโสธระ เพราะทรงไว้ซึ่งยศคือบริวารสมบัติและทรัพย์สมบัติ (ขุ.อป.อ. ๒/๓๕/๘๑)

@๒ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๑๓ ในเล่มนี้

@๓ ฉบับพม่าและเถรคาถาอรรถกถาภาค ๒/๒๕๖ เป็น ปวรา จ สา นางนั้นประเสริฐ (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๘)

[๔๐]

นางกษัตริย์ ครั้นประสูติพระราชบุตร

และพระราชบุตรี ๙ พระองค์แล้วจักสวรรคต

และพระเจ้าโอกกากราชจักทรงอภิเษกนางกัญญา

ผู้เป็นที่รักแรกรุ่นดรุณีเป็นพระมเหสี

[๔๑]

พระนางกัญญาจักทำให้พระเจ้าโอกกากราช

ทรงพอพระทัยแล้วได้พร

พระนางได้พรแล้วจักให้เนรเทศ

พระราชบุตรและพระราชบุตรี

[๔๒]

พระราชบุตรและพระราชบุตรีทั้งหมดนั้น

ถูกเนรเทศแล้วจักไปยังภูเขาสูงสุด

พระราชบุตรทั้งหมดจักสมสู่กับพระกนิษฐภคินี

เพราะกลัวว่าชาติตระกูลจะระคนกัน

[๔๓]

ส่วนพระเชษฐกัญญาพระองค์หนึ่งจักถูกพยาธิกลุ้มรุม

กษัตริย์ทั้งหลายจักซ่อนไว้ด้วยคิดว่า

ชาติตระกูลของพวกเราอย่าแตกสลายเลย

[๔๔]

กษัตริย์องค์หนึ่งจึงนำพระเชษฐกัญญานั้นมาสมสู่อยู่ด้วยกัน

ความเกิดแห่งวงศ์โอกกากราชจักแยกกันในครั้งนั้น

[๔๕]

โอรสของกษัตริย์เหล่านั้นจักมีพระนามว่าโกลิยะ โดยพระชาติ

จักได้เสวยโภคสมบัติ อันเป็นของมนุษย์มิใช่น้อยในภพนั้น

[๔๖]

ผู้นี้จุติจากกายนั้นแล้วจักไปเกิดยังเทวโลก

แม้ในเทวโลกนั้นจักได้วิมานอย่างประเสริฐ น่ารื่นรมย์ใจ

[๔๗]

เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากเทวโลก

มาเกิดเป็นมนุษย์ มีชื่อว่าโสณะ

[๔๘]

จักบำเพ็ญเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว

บำเพ็ญเพียรในศาสนาของพระศาสดา

จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๔๙]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดมศากยะ

ผู้ประเสริฐ ทรงรู้วิเศษ มีความเพียรมาก ทรงเห็นคุณไม่มีที่สุด

จักทรงตั้งเขาไว้ในตำแหน่งอันเลิศ

[๕๐]

เมื่อฝนตกแล้ว หญ้ายาวประมาณ ๔ องคุลี

ยืนต้นอยู่ที่พื้นถูกลมพัดโชย

สำหรับพระโยคาวจรผู้ประกอบความเพียร ผู้คงที่

ไม่มีอะไรจะยอดเยี่ยมยิ่งไปกว่าต้นหญ้านั้น ๑-

[๕๑]

ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนตน ในการฝึกอย่างสูงสุด

จิตข้าพเจ้าก็ตั้งไว้ดีแล้ว

ภาระทั้งหมดข้าพเจ้าก็ปลงลงแล้ว

ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีอาสวะ นิพพานแล้ว

[๕๒]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอังคีรสมหานาค ๒-

ทรงเป็นอภิชาตบุตร ผู้ดุจพญาราชสีห์

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว

ทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งอันเลิศ

[๕๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระโสณโกฬิวิสเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

โสณโกฬิวิสเถราปทานที่ ๒ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ เดิมแปลว่า “เมื่อฝนตกในที่ประชุม ๔ นิ้ว หญ้าประมาณหนึ่งองคุลีถูกซัดแล้ว พระผู้มีพระภาคผู้คงที่

@ซึ่งประกอบความเพียร ความถึงที่สุด ไม่มียิ่งขึ้นไปกว่านั้น” คำว่า ...องฺคลุมฺห ประมาณหนึ่งองคุลี”

@ฉบับพม่าและ ขุ.เถร.อ. ๒/๒๕๗ เป็น “...องฺคณมฺหิ ที่พื้น (เนิน)” คำว่า “ปารมตา เดิมแปลว่า

@ความถึงที่สุด” แปลใหม่ว่า “ยอดเยี่ยม”

@๒ ชื่อว่าอังคีรส เพราะมีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระ ชื่อว่านาค เพราะไม่ไปยังอบาย ๔ เพราะฉันทาคติ

@โทสาคติ โมหาคติ และภยาคติ หรือเพราะประพฤติชั่ว ชื่อว่ามหานาค เพราะเป็นใหญ่อันบุคคลบูชา

@แล้วและเป็นผู้ประเสริฐ (อังคีรสมหานาค จึงหมายถึงผู้มีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระเป็นผู้ไม่ไปในอบาย ๔

@และเป็นผู้ประเสริฐ)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๕. อุปาลีวรรคหัวข้อถัดไป๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน (๔๓)