ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๕. อุปาลีวรรค
  8. /
  9. ๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙)

๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๕๑ · บรรทัด ๒๓๓๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. สุภัททเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสุภัททเถระ

(พระสุภัททเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๐๑]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงพระยศยิ่งใหญ่

รื้อถอนหมู่ชน(ออกจากสังสารวัฏ) แล้วเสด็จดับขันธปรินิพพาน

[๑๐๒]

ก็เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธปรินิพพาน

โลกธาตุมีหมื่นจักรวาลหวั่นไหวแล้ว

หมู่ชนและเทวดาจำนวนมากประชุมกันแล้ว ในครั้งนั้น

[๑๐๓]

ข้าพเจ้าบรรจุกฤษณาและดอกมะลิ

จนเต็มผอบไม้จันทน์ แล้วมีจิตร่าเริงเบิกบาน

บูชาพระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน

[๑๐๔]

พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ยอดเยี่ยมในโลก

ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว

บรรทมอยู่นั่นแลได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๐๕]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่ใช้มาลัยของหอม

บังร่มให้เราในกาลสุดท้าย

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๑๐๖]

บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้ว จักไปเกิดยังหมู่เทวดาชั้นดุสิต

ได้ครองราชสมบัติในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้ว

จักไปเกิดยังสวรรค์ชั้นนิมมานรดี

[๑๐๗]

เขาถวายมาลัยที่ประเสริฐด้วยอุบายนี้นั่นเอง

จักพอใจกรรมของตน เสวยสมบัติ

[๑๐๘]

บุคคลผู้นี้จักเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นอีก

จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้วจักไปเกิดเป็นมนุษย์

[๑๐๙]

พระผู้มีพระภาคผู้มหานาคศากยบุตร

ผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงมีพระจักษุ

ทรงให้หมู่สัตว์จำนวนมากตรัสรู้แล้วจักเสด็จดับขันธปรินิพพาน

[๑๑๐]

ครั้งนั้น เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักเข้าเฝ้า

ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจักทูลถามปัญหาในครั้งนั้น

[๑๑๑]

พระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ทรงให้เขาร่าเริงแล้ว ทรงทราบบุพกรรม

จักทรงเปิดเผยสัจจะทั้งหลาย

[๑๑๒]

ปัญหานี้เขาพอใจแล้ว เขายินดี มีใจแน่วแน่

จักถวายอภิวาทพระศาสดาแล้วทูลขอบวช

[๑๑๓]

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรงฉลาดในธรรมอันเลิศ ทรงเห็นเขามีใจเลื่อมใส

ยินดีด้วยกรรมของตน จึงยอมให้บวช

[๑๑๔]

บุคคลผู้นี้เพียรพยายามในศาสนา

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

ภาณวารที่ ๕ จบ

[๑๑๕]

เราประกอบด้วยบุพกรรม

มีใจแน่วแน่ มีจิตตั้งมั่น เป็นโอรสของพระพุทธเจ้า

เป็นบุตรผู้เกิดแต่ธรรมซึ่งธรรมเนรมิตไว้ดีแล้ว

[๑๑๖]

ข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ผู้เป็นธรรมราชาแล้วได้ทูลถามปัญหาสูงสุด

และพระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงพยากรณ์ปัญหาของข้าพเจ้า

จึงทรงนำเข้าไปสู่กระแสธรรม

[๑๑๗]

ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว

ยินดีในศาสนาอยู่

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๑๑๘]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำซึ่งรุ่งเรืองสูงสุด

ผู้ไม่มีอุปาทาน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

ดังประทีปดับไปเพราะหมดน้ำมัน ฉะนั้น

[๑๑๙]

พระสถูปแก้วของพระผู้มีพระภาค สูงประมาณ ๗ โยชน์

ข้าพเจ้าได้นำธงที่สวยงามกว่าธงทั้งปวง

น่ารื่นรมย์ใจ บูชาไว้ที่พระสถูปนั้น

[๑๒๐]

อัครสาวกชื่อว่าติสสะ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

เป็นบุตรเป็นโอรสของข้าพเจ้า เป็นทายาทในศาสนาของพระชินเจ้า

[๑๒๑]

ข้าพเจ้ามีใจเลวทราม กล่าววาจาไม่ไพเราะแก่อัครสาวกนั้น

ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น

ความเจริญจึงได้มีแก่ข้าพเจ้าในภายหลัง

[๑๒๒]

พระชินมุนีผู้ทรงมีความเพียรมาก

ทรงเกื้อกูลประกอบด้วยพระกรุณา

ทรงประทานบรรพชาแก่ข้าพเจ้าบนที่บรรทมครั้งสุดท้าย ณ สาลวัน

ซึ่งเป็นที่แวะเวียนมาแห่งมัลลกษัตริย์ทั้งหลาย

[๑๒๓]

บัดนี้ การบรรพชาอุปสมบท มีแก่ข้าพเจ้า ในวันนี้

การปรินิพพานของพระพุทธชินเจ้าผู้สูงสุด

กว่าเทวดาและมนุษย์ได้มีเฉพาะหน้า

[๑๒๔]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสุภัททเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สุภัททเถราปทานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. จังกมทายกเถราปทาน (๔๘)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๕. อุปาลีวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐)