ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑. พุทธวรรค
  8. /
  9. ๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)

๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔ · บรรทัด ๖๗๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระมหาโมคคัลลานเถระ

(พระมหาโมคคัลลานเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๗๕]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี

ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน

มีหมู่เทวดาห้อมล้อมประทับอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์

[๓๗๖]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นพญานาคมีนามว่าวรุณ

เนรมิตรูปได้ตามที่ต้องการ แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ

อาศัยอยู่ในทะเลใหญ่

[๓๗๗]

ข้าพเจ้าละหมู่นาคซึ่งเป็นบริวารประจำ ให้เริ่มบรรเลงดนตรี

ในครั้งนั้น หมู่นางนาคแวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

พากันประโคมดนตรี

[๓๗๘]

เมื่อดนตรีประโคมอยู่ เหล่าเทวดาก็ประโคมดนตรี

พระพุทธเจ้าได้ทรงสดับเสียงดนตรีของทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วก็ทรงทราบ

[๓๗๙]

ข้าพเจ้านิมนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑- แล้วเข้าไปยังภพของตน

ปูลาดอาสนะ แล้วจึงกราบทูลเวลา

[๓๘๐]

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

มีพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ รูป แวดล้อม (ทรงเปล่งรัศมี)

ทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสว เสด็จเข้าไปยังภพของข้าพเจ้า

[๓๘๑]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าอังคาสพระผู้มีพระภาค

ผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้องอาจกว่านรชน

และหมู่ภิกษุให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ

@เชิงอรรถ :

@๑ หมายรวมถึงหมู่พระสาวกด้วย เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้น (ขุ.อป.อ. ๑/๓๗๙/๒๘๘)

[๓๘๒]

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก

ผู้เป็นพระสยัมภู เป็นบุคคลผู้เลิศ ทรงอนุโมทนาแล้ว

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๓๘๓]

บุคคลใดได้บูชาพระสงฆ์ และได้บูชาพระพุทธเจ้า

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น

บุคคลนั้นจักไปเกิดยังเทวโลก

[๓๘๔]

จักครองเทวสมบัติ ๗๗ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๑๐๘ ชาติ

[๓๘๕]

และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๕ ชาติ

โภคสมบัตินับจำนวนไม่ถ้วนจักเกิดขึ้นแก่เขาในขณะนั้น

[๓๘๖]

ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๓๘๗]

เขาจุติจากนรกแล้วจักมาเกิดเป็นมนุษย์

เป็นบุตรของพราหมณ์มีนามว่าโกลิตะ

[๓๘๘]

ภายหลัง เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว

จักบวชเป็นสาวกองค์ที่ ๒ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

[๓๘๙]

เป็นผู้บำเพ็ญเพียร ๑- มีใจเด็ดเดี่ยว(เพื่อนิพพาน)

ถึงความสำเร็จแห่งฤทธิ์

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๓๙๐]

(พระเถระครั้นกล่าวคำพยากรณ์ที่ตนได้รับแล้ว

เมื่อจะประกาศความประพฤติชั่วจึงกล่าวว่า)

ข้าพเจ้าคลุกคลีมิตรชั่ว ตกอยู่ในอำนาจกามราคะ

มีใจโกรธเคือง ได้ฆ่ามารดาและบิดาเสียแล้ว

@เชิงอรรถ :

@๑ ผู้บำเพ็ญเพียร หมายถึงมีความเพียรในอิริยาบถทั้งหลายมีการยืนการนั่งเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๑/๓๘๙/๒๘๙)

[๓๙๑]

ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือ จะเป็นนรกหรือมนุษย์ก็ตาม

เพราะเป็นผู้มากด้วยความชั่ว ข้าพเจ้าจึงถูกทุบศีรษะตาย

[๓๙๒]

นี้เป็นกรรมครั้งสุดท้ายของข้าพเจ้า

ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่

กรรมเช่นนี้จักปรากฏแก่ข้าพเจ้าในเวลาจะตายแม้ในชาตินี้

[๓๙๓]

ข้าพเจ้าหมั่นประกอบความสงัด ยินดีในการเจริญสมาธิ

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๓๙๔]

(เมื่อพระเถระจะประกาศผลแห่งความประพฤติในก่อน จึงกล่าวว่า)

ข้าพเจ้าถึงความสำเร็จแห่งฤทธิ์ พึงใช้นิ้วหัวแม่เท้าข้างซ้าย

เขี่ยแผ่นดินซึ่งทั้งลึกทั้งหนาที่อะไรๆ กำจัดได้ยาก ให้ไหวได้

[๓๙๕]

ข้าพเจ้าไม่เห็นอัสมิมานะ(ถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่)

ข้าพเจ้าไม่มีความถือตัว

ข้าพเจ้ากระทำจิตให้มีความเคารพ แม้กระทั่งสามเณร

[๓๙๖]

ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญกรรมใดไว้

ข้าพเจ้าได้บรรลุถึงภูมินั้น ๑- แล้วบรรลุความสิ้นอาสวะ

[๓๙๗]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้

มหาโมคคัลลานเถราปทานที่ ๒ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ภูมินั้น หมายถึงสาวกภูมิ ซึ่งหมายถึงบรรลุพระนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๓๙๖/๓๐๒)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. สารีปุตตเถราปทาน (๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑. พุทธวรรคหัวข้อถัดไป๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)