ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๑. พุทธวรรค
  8. /
  9. ๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)

๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๕ · บรรทัด ๗๑๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. มหากัสสปเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระมหากัสสปเถระ

(พระมหากัสสปเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๙๘]

ประชาชนพากันทำการบูชาพระผู้มีพระภาค

ผู้ศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่

ในเมื่อพระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

[๓๙๙]

หมู่ชนมีจิตร่าเริง บันเทิงเบิกบาน ทำการบูชา

เมื่อหมู่ชนนั้นเกิดความสังเวช แต่ข้าพเจ้าเกิดความปีติยินดี

[๔๐๐]

ข้าพเจ้าได้เชิญญาติมิตรมาประชุมกันแล้วได้กล่าวคำนี้ว่า

พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมากได้ปรินิพพานแล้ว

ขอเชิญพวกเรามาทำการบูชาเถิด

[๔๐๑]

ญาติมิตรของข้าพเจ้าเหล่านั้นรับคำแล้ว

ก็ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความร่าเริงเป็นอย่างยิ่งว่า

พวกเราจักทำการสั่งสมบุญ

ในพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

[๔๐๒]

ข้าพเจ้าได้ช่วยกันสร้างอัคฆิยเจดีย์

เป็นเจดีย์ที่สร้างอย่างดี สูง ๑๐๐ ศอก กว้าง ๑๕๐ ศอก

เป็นดังวิมานสูงเสียดฟ้า สั่งสมบุญไว้แล้ว

[๔๐๓]

ข้าพเจ้าครั้นสร้างอัคฆิยเจดีย์ ซึ่งงดงามด้วยแนวแห่งต้นตาล

ไว้ใกล้สถานที่ที่ทำการบูชาเจดีย์นั้นแล้ว

ทำจิตของตนให้เลื่อมใส บูชาเจดีย์อันสูงสุด

[๔๐๔]

พระเจดีย์นั้นรุ่งเรืองอยู่(ด้วยรัตนะทั้ง ๗)

ดุจกองไฟลุกโพลงอยู่ ส่องสว่างทั่วทั้ง ๔ ทิศ

ดุจต้นพญาไม้สาละออกดอกบานสะพรั่ง และดุจสายรุ้งในอากาศ

[๔๐๕]

ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น

สร้างกุศลเป็นอันมากแล้วระลึกถึงบุพกรรมแล้ว

จึงไปเกิดยังสวรรค์ชั้นไตรทิพย์

[๔๐๖]

ข้าพเจ้าอธิษฐานยานทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัว

วิมานของข้าพเจ้า สูงตระหง่าน ๗ ชั้น

[๔๐๗]

(ในวิมานนั้น) มีเรือนยอด ๑,๐๐๐ หลัง ทำด้วยทองคำล้วน

รุ่งเรืองด้วยเดชของตน ส่องสว่างทั่วทุกทิศ

[๔๐๘]

ครั้งนั้น มีศาลาหน้ามุขทำด้วยแก้วทับทิมแม้เหล่าอื่นอยู่

ศาลาหน้ามุขแม้เหล่านั้นมีรัศมีโชติช่วงรอบๆ ทั้ง ๔ ทิศ

[๔๐๙]

เรือนยอดซึ่งเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม

ที่บุญกรรมเนรมิตไว้อย่างดี

ทำด้วยแก้วมณี โชติช่วงโดยรอบทั่วทุกทิศ

[๔๑๐]

แสงสว่างแห่งเรือนยอดซึ่งโชติช่วงอยู่เหล่านั้นได้สว่างเจิดจ้า

ข้าพเจ้าปกครองเทวดาทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม

[๔๑๑]

ในกัปที่ ๖๐,๐๐๐ (นับแต่กัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์นามว่าอุพพิทธะ มีชัยชนะ

มีทวีปทั้ง ๔ เป็นขอบเขต ครองแผ่นดิน

[๔๑๒]

ในภัทรกัปก็อย่างนั้นเหมือนกัน

ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้มีพลานุภาพมาก

ยินดีพอใจในกรรมของตน ๑- ถึง ๓๐ ชาติ

@เชิงอรรถ :

@๑ กรรมของตน ในที่นี้หมายถึงทศพิธราชธรรม ธรรมสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน ๑๐ ประการ คือ ทาน (การ

@ให้สิ่งของ) ศีล (ประพฤติดีงาม) ปริจจาคะ (ความเสียสละ) อาชชวะ (ความซื่อตรง) มัททวะ (ความอ่อนโยน)

@ตบะ (ไม่หมกมุ่นในความสุขสำราญ) อักโกธะ (ความไม่โกรธ) อวิหิงสา (ความไม่ข่มเหงเบียดเบียน)

@ขันติ (ความอดทน) อวิโรธนะ (ความไม่คลาดธรรม) (ขุ.อป.อ. ๑/๔๑๒-๔๑๓/๓๒๒)

[๔๑๓]

ข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ

ในคราวเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้น

ปราสาทของข้าพเจ้าสูงตระหง่านดังสายรุ้ง

[๔๑๔]

ปราสาทนั้นยาว ๒๔ โยชน์ กว้าง ๑๒ โยชน์

มีกรุงชื่อว่ารัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคง

[๔๑๕]

นครนั้น มีกำแพงและค่ายยาว ๕๐๐ โยชน์

กว้าง ๒๕๐ โยชน์ มีหมู่ชนพลุกพล่านขวักไขว่

ดังเมืองสวรรค์ชั้นไตรทิพย์

[๔๑๖]

เข็ม ๒๕ เล่มที่ใส่ไว้ในกล่องเข็มแล้ว

ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิตย์ ฉันใด

[๔๑๗]

แม้กรุงของข้าพเจ้าก็ฉันนั้น

พลุกพล่านขวักไขว่ไปด้วยช้าง ม้า และรถ

มีมนุษย์ ขวักไขว่น่ารื่นรมย์ เป็นกรุงอันอุดม

[๔๑๘]

ข้าพเจ้า ดื่ม กิน อยู่ในกรุงนั้น แล้วกลับไปเกิดเป็นเทวดาอีก

ในภพสุดท้าย กุศลสมบัติได้มีแก่ข้าพเจ้า

[๔๑๙]

ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลพราหมณ์ สะสมรัตนะไว้เป็นอันมาก

สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิ แล้วออกบวช

[๔๒๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

มหากัสสปเถราปทานที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๑. พุทธวรรคหัวข้อถัดไป๖. อนุรุทธเถราปทาน (๔)