ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๑. กณิการวรรค
  12. /
  13. ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน

๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๙๑ · บรรทัด ๒๑๑๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕๑. กณิการวรรค

หมวดว่าด้วยกรรณิการ์วิมานเป็นต้น

๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระตีณิกณิการปุปผิยเถระ

(พระตีณิกณิการปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ๑- ตรัสรู้เอง

ทรงประสงค์วิเวก จึงเสด็จเข้าไปยังป่าหิมพานต์

[๒]

ครั้นเสด็จเข้าไปยังป่าหิมพานต์แล้ว

พระองค์ผู้เป็นมุนี ผู้เลิศ ทรงประกอบด้วยพระกรุณา

เป็นบุรุษผู้สูงสุด ก็ประทับนั่งขัดสมาธิ

[๓]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นวิทยาธรสัญจรไปในอากาศ

ข้าพเจ้าถือหอกอันคม ซึ่งทำไว้ดีแล้ว เหาะไปในท้องฟ้า

[๔]

พระพุทธเจ้าทรงทำป่าใหญ่ให้สว่างไสว

เหมือนไฟบนยอดภูเขา เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญ

และเหมือนต้นพญาไม้สาละซึ่งมีดอกบานสะพรั่ง

[๕]

ข้าพเจ้าเห็นพุทธรังสี มีสีคล้ายเปลวไฟ

ที่ไหม้ไม้อ้อ พวยพุ่งออกจากป่า จึงทำจิตให้เลื่อมใส

[๖]

ข้าพเจ้าเลือกเก็บดอกไม้อยู่

ได้เห็นดอกกรรณิการ์ที่มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นทิพย์

จึงเก็บมา ๓ ดอก ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้

[๗]

ครั้งนั้น ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า

ดอกไม้ของข้าพเจ้าทั้ง ๓ ดอก

กลับขั้วขึ้นหันกลีบดอกลงทำเป็นร่มเงาเพื่อพระศาสดา

[๘]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๙]

ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น มีวิมานสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์

ซึ่งบุญกรรมสร้างขึ้นอย่างสวยงามเพื่อข้าพเจ้า

รู้จักกันว่ากรรณิการ์วิมาน

[๑๐]

ปราสาท ๗ ชั้น สูง ๑,๐๐๐ ชั่วลูกธนู

สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว

และป้อม ๑๐๐,๐๐๐ ป้อม ปรากฏในวิมานของข้าพเจ้า

[๑๑]

บัลลังก์ทองคำ บัลลังก์แก้วมณี

บัลลังก์แก้วทับทิม และบัลลังก์แก้วผลึก

เกิดขึ้นตามปรารถนาตามประสงค์

[๑๒]

ที่นอนมีราคามาก ยัดด้วยนุ่น มีลวดลายต่างๆ

มีขนตั้งขึ้นด้านเดียวและหมอนพร้อม

[๑๓]

ข้าพเจ้ามีหมู่เทวดาห้อมล้อม

ออกจากวิมานเที่ยวจาริกไปในเทวโลก

ในเวลาที่ปรารถนาจะไป

[๑๔]

ยืนอยู่ภายใต้ดอกไม้

ข้าพเจ้ามีดอกไม้เป็นเครื่องมุงบังอยู่เบื้องบน

สถานที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์มุงบังไปด้วยดอกกรรณิการ์

[๑๕]

เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น บรรเลงกล่อมข้าพเจ้า

ทั้งเช้าและเย็น ไม่หยุดหย่อน แวดล้อมข้าพเจ้าเป็นนิตย์

ตลอดคืนตลอดวัน

[๑๖]

ในวิมานนั้นข้าพเจ้ารื่นรมย์ด้วยการฟ้อน

การขับร้อง การเคาะกังสดาล และการประโคม

เป็นผู้หมกมุ่นในกาม บันเทิงอยู่ด้วยความยินดีในการเล่น

[๑๗]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบริโภคและดื่มอยู่ในวิมานนั้น

บันเทิงอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ข้าพเจ้าพร้อมด้วยหมู่นางอัปสรบันเทิงอยู่ในวิมานอันอุดม

[๑๘]

ข้าพเจ้าครองเทวสมบัติตลอด ๕๐๐ ชาติ

เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ชาติ

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๑๙]

เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ย่อมได้โภคะมากมาย

ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๐]

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ

คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์

คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๑]

ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล

คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์

ตระกูลต่ำข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๒]

ยานคือช้าง ยานคือม้า วอ และคานหาม

ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๓]

หมู่ทาสหญิง ทาสชาย และเหล่านารี

ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๔]

ผ้าไหม ผ้ากัมพล ผ้าเปลือกไม้ และผ้าฝ้าย

ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๕]

ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะที่มีรสเลิศใหม่ๆ

ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๖]

(คำเชื้อเชิญเช่นนี้ว่า) เชิญเคี้ยวกินสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้

เชิญนอนบนที่นอนนี้ ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๗]

ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่เขาบูชาในที่ทุกสถาน

มียศสูงส่ง มีพวกมาก มีบริวารไม่แตกแยกกันทุกเมื่อ

บรรดาญาติทั้งหลาย ข้าพเจ้าเป็นผู้ประเสริฐที่สุด

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๘]

ข้าพเจ้าไม่รู้จักความหนาว ความร้อน

ทั้งไม่มีความเร่าร้อน

อนึ่ง ทุกข์ทางใจก็ไม่มีในหทัยของข้าพเจ้า

[๒๙]

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีผิวพรรณดุจทองคำ

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ความเป็นผู้มีผิวพรรณทรามข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๓๐]

ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลก

มาเกิดในตระกูลพราหมณมหาศาลที่มั่งคั่งในกรุงสาวัตถี

[๓๑]

ข้าพเจ้าได้ละกามคุณ ๕ ออกบวชเป็นบรรพชิต

มีอายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๓๒]

พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ

ทรงทราบคุณวิเศษของข้าพเจ้า จึงให้ข้าพเจ้าอุปสมบท

ข้าพเจ้ายังมีอายุน้อยก็ได้เป็นปูชนียบุคคล

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๓๓]

ทิพยจักษุของข้าพเจ้าบริสุทธิ์

ข้าพเจ้าฉลาดในสมาธิ

ถึงความสำเร็จในอภิญญา

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๓๔]

ข้าพเจ้าบรรลุปฏิสัมภิทา ฉลาดในอิทธิบาท

ถึงความสำเร็จในพระสัทธรรม

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๓๕]

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๓๖]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๗]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๓๘]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระตีณิกณิการปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทานที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๑. กณิการวรรคหัวข้อถัดไป๒. เอกปัตตทายกเถราปทาน