ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๒. ภัททาลิวรรค
  12. /
  13. ๘. ยาคุทายกเถราปทาน

๘. ยาคุทายกเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๘ · บรรทัด ๒๘๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. ยาคุทายกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระยาคุทายกเถระ

(พระยาคุทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๔๙]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้พาแขกมาบ้าน

เห็นแม่น้ำเต็มฝั่ง จึงเข้าไปยังสังฆาราม

[๑๕๐]

ภิกษุทั้งหลายผู้ถือธุดงค์ข้อการอยู่ป่าเป็นวัตร

เข้าฌาน มีจีวรเศร้าหมอง

ยินดีในความสงัด เป็นนักปราชญ์

อาศัยอยู่ในสังฆาราม

[๑๕๑]

ทางไปบิณฑบาตของภิกษุผู้หลุดพ้นดีแล้ว

ผู้คงที่เหล่านั้น ถูกตัดขาดแล้ว

ในเวลาต่อมาเมื่อน้ำท่วม

ท่านไปบิณฑบาตไม่ได้

[๑๕๒]

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี

เกิดปีติปราโมทย์ ประนมมือ

ถือข้าวสาร (ต้ม) ข้าวยาคูแล้วถวาย

[๑๕๓]

ข้าพเจ้าเลื่อมใส ถวายข้าวยาคูที่ต้มด้วยมือทั้ง ๒ ของตน

เมื่อปรารภถึงกรรมของตนแล้วจึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๕๔]

วิมานแก้วมณีได้เกิดแก่ข้าพเจ้าในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์

ข้าพเจ้าประกอบด้วยหมู่เทพนารี บันเทิงอยู่ในวิมานที่อุดม

[๑๕๕]

ข้าพเจ้าได้เป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๓๓ ชาติ

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครองมหาราชสมบัติ ๓๐ ชาติ

[๑๕๖]

ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

เสวยยศในเทวโลกบ้าง ในมนุษยโลกบ้าง

[๑๕๗]

เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าได้สละทรัพย์สมบัติทั้งปวง

ออกบวชเป็นบรรพชิต ขณะที่ปลงผมเสร็จ

[๑๕๘]

ข้าพเจ้าพิจารณาร่างกายโดยความสิ้นไปและความเสื่อมไป

ก็ได้บรรลุอรหัตตผลก่อนการรับสิกขาบท

[๑๕๙]

ทานอันประเสริฐที่เกิดจากมือเรา

ซึ่งเราประกอบดีแล้ว ชื่อว่าเป็นอันให้ดีแล้ว

เพราะการถวายข้าวยาคูนั้นเอง

ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว ๑-

[๑๖๐]

ข้าพเจ้าไม่รู้สึกว่ามีความเศร้าโศก ความร่ำไร

ความป่วยไข้ ความกระวนกระวาย

ความเดือดร้อนใจเกิดขึ้นเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวยาคู

[๑๖๑]

โอหนอ ข้าวยาคูข้าพเจ้าได้ถวายดีแล้วหนอ

ข้าพเจ้าได้ถวายข้าวยาคูแด่หมู่พระสงฆ์

ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม

จึงได้รับอานิสงส์ ๕ ประการ

[๑๖๒]

คือ (๑) ไม่มีความเจ็บไข้ (๒) มีรูปงาม

(๓) ตรัสรู้ธรรมเร็วพลัน (๔) ได้ข้าวและน้ำ (๕) มีอายุยืน

[๑๖๓]

บุคคลใดๆ ยังโสมนัสให้เกิดอยู่

ถวายข้าวยาคูแด่หมู่พระสงฆ์

บุคคลนั้นเป็นบัณฑิตพึงได้รับอานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้

[๑๖๔]

กิจทุกอย่างที่ควรทำ ๒- ข้าพเจ้าก็ได้ทำเสร็จแล้ว

ภพทั้งหลายข้าพเจ้าก็เพิกถอนได้แล้ว

อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

@เชิงอรรถ :

@๑ บทที่ไม่หวั่นไหว หมายถึงพระนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๒๖๖/๒๗๖)

@๒ กิจทุกอย่างที่ควรทำ ในที่นี้หมายถึงการกำจัดกิเลสให้สิ้นไป (ขุ.อป.อ. ๑/๓๕๔/๒๘๔)

[๑๖๕]

ข้าพเจ้าจักเที่ยวไปนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

และพระธรรมอันดี

จากบ้านหนึ่งไปยังบ้านหนึ่ง จากเมืองหนึ่งไปยังเมืองหนึ่ง

[๑๖๖]

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

การที่ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวยาคู

[๑๖๗]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๖๘]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๖๙]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระยาคุทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ยาคุทายกเถราปทานที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๒. ภัททาลิวรรคหัวข้อถัดไป๙. ปัตโถทนทายกเถราปทาน