ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๔. กัจจายวรรค
  12. /
  13. ๒. วักกลิเถราปทาน

๒. วักกลิเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๒๒ · บรรทัด ๒๗๖๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. วักกลิเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระวักกลิเถระ

(พระวักกลิเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๘]

พระผู้ทรงเป็นผู้นำมีพระนามไม่ต่ำต้อย

มีพระคุณนับไม่ถ้วน

พระนามว่าปทุมุตตระ ตามพระโคตร

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๒๙]

มีพระพักตร์เหมือนดอกปทุม

มีพระฉวีวรรณงดงาม ไม่มีมลทินเหมือนดอกปทุม

ไม่เปื้อนด้วยโลกธรรม เหมือนดอกปทุมไม่เปื้อนด้วยน้ำ

[๓๐]

ทรงเป็นนักปราชญ์ มีพระเนตรเหมือนกลีบบัว

และน่ารักเหมือนดอกปทุม

กลิ่นพระโอษฐ์หอมคล้ายกลิ่นดอกปทุม

เพราะฉะนั้น พระองค์จึงทรงพระนามว่าปทุมุตตระ

[๓๑]

พระองค์ทรงเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก

ไม่ทรงถือพระองค์เปรียบเป็นนัยน์ตาให้คนบอด ๑-

@เชิงอรรถ :

@๑ เป็นนัยน์ตาให้คนบอด หมายความว่า ทรงประทานปัญญาจักษุให้แก่สรรพสัตว์ด้วยพระธรรมเทศนา

@(ขุ.อป.อ. ๒/๓๑/๒๖๗)

มีพระอิริยาบถสงบ เป็นที่สั่งสมคุณ

เป็นดุจสาครที่รองรับพระกรุณาคุณและพระปัญญาคุณ

[๓๒]

ถึงในครั้งไหนๆ พระมหาวีระพระองค์นั้น

ก็เป็นผู้ที่พรหม อสูร และเทวดาบูชา เป็นผู้สูงสุดในหมู่ชน

ในท่ามกลางหมู่ชนที่คับคั่งไปด้วยเทวดาและมนุษย์

[๓๓]

เมื่อจะให้บริษัททั้งปวงยินดีด้วยพระพักตร์มีกลิ่นหอม(เบิกบาน)

และด้วยพระสุรเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้ง

จึงได้ชมสาวกของพระองค์ว่า

[๓๔]

ภิกษุอื่นผู้มุ่งมั่นด้วยศรัทธา มีปัญญาดี

มีความอาลัยในการดูเราเช่นกับวักกลิภิกษุนี้ไม่มีเลย

[๓๕]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพราหมณ์ในกรุงหงสวดี

ได้ฟังพระดำรัสนั้น จึงปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๓๖]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ทูลนิมนต์พระตถาคต

ผู้ไม่มีมลทินพระองค์นั้น พร้อมด้วยพระสาวก

ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วันแล้วให้ครองผ้าชุดใหม่

[๓๗]

ข้าพเจ้าหมอบลงแล้วจมลง(ดื่มด่ำ)ในสาคร

คือพระอนันตคุณของพระตถาคตพระองค์นั้น

เต็มเปี่ยมไปด้วยปีติ ได้กราบทูลคำนี้ว่า

[๓๘]

ข้าแต่พระมหามุนี ผู้เป็นพระฤาษี

ขอข้าพระองค์จงเป็นเช่นกับภิกษุผู้เป็นสัทธาธิมุต (มุ่งมั่นด้วยศรัทธา)

ที่พระองค์ตรัสชมเชยว่า เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีศรัทธา

[๓๙]

เมื่อข้าพเจ้ากราบทูลดังนี้แล้ว

พระมหามุนีผู้มีความเพียรมาก

มีทรรศนะที่หาเครื่องกั้นมิได้

ได้ตรัสพระดำรัสนี้ในชุมนุมชนว่า

[๔๐]

‘จงดูมาณพนี้ ผู้นุ่งผ้าเนื้อเกลี้ยงสีเหลือง

มีสังวาลทองคำคล้องกาย

ดึงดูดดวงตาและดวงใจของหมู่ชนไว้ได้

[๔๑]

ในอนาคตกาล

มาณพนี้ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้สัทธาธิมุต

จักได้เป็นสาวกของพระโคดม

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๔๒]

เขาเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

จักเป็นผู้เว้นจากความเดือดร้อนทั้งปวง

เป็นที่รวมแห่งโภคะทุกอย่าง มีความสุขเวียนว่ายตายเกิดไป

[๔๓]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๔๔]

มาณพผู้นี้จักมีนามว่าวักกลิ ตามโคตร

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นพระสาวกของพระศาสดา’

[๔๕]

ด้วยผลกรรมที่วิเศษนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๔๖]

ข้าพเจ้ามีความสุขในที่ทุกสถาน

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ได้เกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงสาวัตถี

[๔๗]

ข้าพเจ้าผู้ละเอียดอ่อนเหมือนเนยข้น

นุ่มนิ่มเหมือนใบไม้อ่อนซึ่งยังนอนหงายอยู่

[๔๘]

มารดาถูกภัยคือปีศาจคุกคาม

มีใจหวาดกลัวจึงให้นอนลง

แทบพระยุคลบาทของพระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

กราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระโลกนาถ ผู้ทรงเป็นผู้นำ

หม่อมฉันขอถวายทารกนี้แด่พระองค์

ขอพระองค์จงทรงเป็นที่พึ่งของเขาด้วยเถิด’

[๔๙]

ครั้งนั้น พระมุนีพระองค์นั้นผู้ทรงเป็นที่พึ่ง

ของหมู่สัตว์ผู้หวาดกลัว ได้ทรงรับข้าพเจ้า

ด้วยฝ่าพระหัตถ์ที่บริสุทธิ์อ่อนนุ่มมีตาข่ายกำหนดด้วยจักร

[๕๐]

จำเดิมแต่นั้นมา ข้าพเจ้าได้รับการคุ้มครองโดยไม่ต้องเฝ้ารักษา

จึงพ้นจากความป่วยไข้ทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสำราญ

[๕๑]

ข้าพเจ้าห่างจากพระสุคตเพียงครู่เดียว ก็กระวนกระวาย

พออายุได้ ๗ ขวบ ก็บวชเป็นบรรพชิต

[๕๒]

ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่อิ่มอยู่ เพราะเห็นพระรูปกายที่ประเสริฐ

ซึ่งเกิดจากพระบารมีทุกอย่าง

มีดวงตาสีดำสนิท มีผิวพรรณสัณฐานงดงาม

[๕๓]

ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงทราบว่า

ข้าพเจ้ายินดีในพระรูป

จึงได้ตรัสสอนข้าพเจ้าว่า ‘อย่าเลย วักกลิ

ทำไม เธอจึงยินดีในรูปที่ชนพาลชอบเล่า

[๕๔]

ผู้ใดเห็นพระสัทธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเป็นบัณฑิตเห็นเรา

(ส่วน)ผู้ไม่เห็นพระสัทธรรม ถึงจะเห็นเราก็ชื่อว่าไม่เห็น

[๕๕]

ร่างกายมีโทษไม่สิ้นสุดเหมือนต้นไม้มีพิษ

เป็นที่อาศัยของโรคทุกชนิด ล้วนเป็นที่ประชุมของทุกข์

[๕๖]

เพราะฉะนั้น เธอจงเบื่อหน่ายในรูป

พิจารณาเห็นความเกิดขึ้น

และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย

จะถึงที่สุดแห่งสรรพกิเลสได้โดยง่ายเถิด’

[๕๗]

ข้าพเจ้าถูกพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ผู้แสวงหาประโยชน์พระองค์นั้น ทรงพร่ำสอนอย่างนี้

ได้ขึ้นไปยังภูเขาคิชฌกูฏ เพ่งดูอยู่ที่ซอกภูเขา

[๕๘]

พระชินเจ้าผู้มหามุนีประทับยืนอยู่ที่เชิงเขา

เมื่อจะทรงปลอบโยนข้าพเจ้า ได้ตรัสเรียกว่า ‘วักกลิ’

ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัสนั้นจึงเบิกบานใจ

[๕๙]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าวิ่งลงไปที่เงื้อมเขาลึกหลายร้อยชั่วบุรุษ

แต่ก็ถึงแผ่นดินได้โดยสะดวกทีเดียวด้วยพุทธานุภาพ

[๖๐]

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงพระธรรมเทศนา

คือความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลายอีก

ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมนั้นแล้ว จึงได้บรรลุอรหัตตผล

[๖๑]

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงพระปรีชามาก

ทรงบรรลุจรณธรรม ๑- ทรงประกาศข้าพเจ้าว่า

เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายสัทธาธิมุต

ในท่ามกลางบุรุษผู้ควรบูชาอย่างยิ่ง

@เชิงอรรถ :

@๑ จรณธรรม หมายถึงจรณธรรม ๑๕ มีศีลเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๖๑/๒๖๙)

[๖๒]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๖๓]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๖๔]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๖๕]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระวักกลิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

วักกลิเถราปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. มหากัจจายนเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๔. กัจจายวรรคหัวข้อถัดไป๓. มหากัปปินเถราปทาน