ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๔. กัจจายวรรค
  12. /
  13. ๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๒๕ · บรรทัด ๓๐๐๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระกุมารกัสสปเถระ

(พระกุมารกัสสปเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๕๐]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ทรงบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ เป็นนักปราชญ์

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๑๕๑]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์มีชื่อเสียงเลื่องลือ

เรียนจบไตรเพท เที่ยวพักสำราญในเวลากลางวัน

ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๑๕๒]

กำลังทรงประกาศสัจจะ ๔

ช่วยมนุษย์พร้อมด้วยเทวดาให้ตรัสรู้

กำลังสรรเสริญสาวกของพระองค์

ผู้กล่าวธรรมีกถาอย่างวิจิตรอยู่ในหมู่มหาชน

[๑๕๓]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเบิกบานใจจึงทูลนิมนต์พระตถาคต

แล้วประดับมณฑปด้วยผ้าที่ย้อมด้วยสีต่างๆ

[๑๕๔]

ให้โชติช่วงด้วยรัตนะต่างๆ ทูลนิมนต์พระตถาคต

พร้อมทั้งพระสงฆ์ให้เสวยและฉันโภชนะ

มีรสเลิศต่างๆ ตลอด ๗ วัน ในมณฑปนั้น

[๑๕๕]

ได้บูชาพระตถาคตพร้อมทั้งสาวก

ด้วยดอกไม้อันสวยงามนานาชนิด

แล้วหมอบลงแทบพระบาท ปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๑๕๖]

ครั้งนั้น พระมุนีผู้ประเสริฐ ทรงมีพระกรุณา

ได้ตรัสว่า ‘จงดูพราหมณ์ผู้ประเสริฐนี้

ผู้มีปากและดวงตาเหมือนดอกปทุม

[๑๕๗]

ผู้มากด้วยความปรีดาปราโมทย์

มีโลมชาติชูชันและมีใจฟูขึ้น มีนัยน์ตากลมโต

นำความร่าเริงมา มีความอาลัยในศาสนาของเรา

[๑๕๘]

ผู้มีใจดี มีผ้าผืนเดียวหมอบอยู่แทบเท้าของเรา

เขาปรารถนาตำแหน่งคือการกล่าวธรรมได้อย่างวิจิตรนั้น

[๑๕๙]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๖๐]

ผู้นี้จักมีนามว่ากุมารกัสสปะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

[๑๖๑]

เพราะอานุภาพแห่งดอกไม้และผ้า

อันวิจิตรและรัตนะทั้งหลาย

เขาจักถึงความเป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย

ผู้กล่าวธรรมได้อย่างวิจิตร’

[๑๖๒]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๖๓]

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

เหมือนตัวละครเต้นรำหมุนเวียนอยู่กลางเวที

ข้าพเจ้าเป็นลูกของเนื้อชื่อสาขะ

ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของแม่เนื้อ

[๑๖๔]

ครั้งนั้น เมื่อข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์

ถึงวาระที่จะต้องถูกฆ่า

มารดาของข้าพเจ้าถูกเนื้อชื่อสาขะทอดทิ้ง

จึงยึดเนื้อชื่อนิโครธเป็นที่พึ่ง

[๑๖๕]

มารดาของข้าพเจ้าได้พญาเนื้อชื่อนิโครธนั้น

สละชีวิตของตนช่วยให้พ้นจากความตายแล้ว

ตักเตือนข้าพเจ้าผู้เป็นลูกของตนในครั้งนั้นอย่างนี้ว่า

[๑๖๖]

‘ควรคบแต่เนื้อชื่อนิโครธเท่านั้น

ไม่ควรเข้าไปคบหาเนื้อชื่อสาขะ

การตายในสำนักของเนื้อชื่อนิโครธยังประเสริฐกว่า

การมีชีวิตอยู่ในสำนักของเนื้อชื่อสาขะ จะประเสริฐอย่างไร ๑-

[๑๖๗]

ข้าพเจ้า มารดาของข้าพเจ้าและพวกเนื้อนอกนี้

ได้เนื้อชื่อนิโครธผู้เป็นนายฝูงนั้นพร่ำสอน

อาศัยโอวาทของเนื้อชื่อนิโครธนั้น

จึงได้ไปยังที่อยู่อาศัยคือสวรรค์ชั้นดุสิตที่รื่นรมย์

ประหนึ่งว่าได้ไปยังเรือนของตนที่ทิ้งจากไป

[๑๖๘]

เมื่อศาสนาของพระกัสสปธีรเจ้า

กำลังถึงความสิ้นไป ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปยังภูเขา

บำเพ็ญเพียรตามคำสอนของพระชินเจ้า

[๑๖๙]

ก็บัดนี้ เกิดในตระกูลเศรษฐีในกรุงราชคฤห์

มารดาของข้าพเจ้ามีครรภ์ ออกบวชเป็นบรรพชิต

[๑๗๐]

ภิกษุณีทั้งหลายรู้ว่ามารดาของข้าพเจ้ามีครรภ์

จึงนำไปหาพระเทวทัต พระเทวทัตนั้นกล่าวว่า

‘จงนาสนะภิกษุณีชั่วรูปนี้เสีย’

[๑๗๑]

แม้ในบัดนี้ มารดาผู้ให้กำเนิดของข้าพเจ้า

อันพระชินเจ้าผู้เป็นจอมมุนี ทรงอนุเคราะห์ไว้

จึงได้มีความสุขอยู่ในสำนักของภิกษุณี

@เชิงอรรถ :

@๑ ขุ.ชา.(แปล) ๒๗/๑๒/๖

[๑๗๒]

พระเจ้าแผ่นดินพระนามว่าโกศล

ได้ทรงทราบเรื่องนั้นแล้วจึงทรงชุบเลี้ยงข้าพเจ้าไว้

ด้วยเครื่องบริหารพระกุมาร

และตัวข้าพเจ้าก็มีชื่อว่ากัสสปะ

[๑๗๓]

เพราะอาศัยท่านพระมหากัสสปเถระ

ข้าพเจ้าจึงมีชื่อว่ากุมารกัสสปะ

เพราะได้ฟังพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า

กายเช่นกับจอมปลวก

[๑๗๔]

จากนั้นจิตของข้าพเจ้าก็หลุดพ้น

ไม่ถือมั่นโดยประการทั้งปวง

ข้าพเจ้าได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ ก็เพราะทรมานพระเจ้าปายาสิ

[๑๗๕]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๗๖]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๗๗]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระกุมารกัสสปเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

กุมารกัสสปเถราปทานที่ ๕ จบ

ภาณวารที่ ๒๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๔. กัจจายวรรคหัวข้อถัดไป๖. พาหิยเถราปทาน