ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๔. กัจจายวรรค
  12. /
  13. ๗. มหาโกฏฐิตเถราปทาน

๗. มหาโกฏฐิตเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๒๗ · บรรทัด ๓๑๕๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระมหาโกฏฐิกเถระ

(พระมหาโกฏฐิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๒๑]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง ๑- เป็นพระมุนี มีพระจักษุ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๒๒๒]

พระองค์เป็นผู้ตรัสสอน ทรงแสดงธรรมให้สัตว์รู้ชัดได้

ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น

ทรงฉลาดในเทศนา เป็นพระพุทธเจ้า

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๒๒๓]

พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา

ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลเพื่อสรรพสัตว์

ทรงทำเดียรถีย์ที่มาเฝ้าทั้งหมดให้ดำรงอยู่ในศีล ๕

[๒๒๔]

เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาสนาจึงหมดความอากูล

ว่างจากพวกเดียรถีย์

และงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้ได้วสี ผู้คงที่

[๒๒๕]

พระมหามุนีพระองค์นั้น ทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก

มีพระฉวีวรรณคล้ายทองคำที่ล้ำค่า

มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ๒-

@เชิงอรรถ :

@๑ รู้แจ้งโลกทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงรู้แจ้งโลกตามสภาวะ เหตุเกิดโลก ความดับโลก วิธีปฏิบัติให้ลุถึง

@ความดับโลก คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และทรงรู้แจ้งโลกทั้ง ๓ คือ (๑) สังขารโลก (๒) สัตวโลก

@(๓) โอกาสโลก (ขุ.พุทฺธ.อ. ๖๐/๑๔๓)

@๒ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้

[๒๒๖]

ขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี

พระชินสีห์พระองค์นั้น

ก็ดำรงพระชนมายุอยู่ประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๒๒๗]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสวดี เรียนจบไตรเพท

ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง

แล้วได้ฟังพระธรรมเทศนา

[๒๒๘]

ครั้งนั้น พระธีรเจ้าพระองค์นั้น

ทรงตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา

ฉลาดในอรรถ ธรรม นิรุตติ

และปฏิภาณไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

[๒๒๙]

ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัสนั้นแล้วก็พลอยยินดี

จึงได้ทูลนิมนต์พระชินเจ้าผู้ประเสริฐ

พร้อมทั้งสาวกให้เสวยและฉันตลอด ๗ วัน

[๒๓๐]

ข้าพเจ้าทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าผู้ดังสาคร

พร้อมทั้งสาวกให้ครองผ้าชุดใหม่

แล้วหมอบลงแทบพระบาท ปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๒๓๑]

ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลผู้เลิศในโลก

ได้ตรัสว่า ‘จงดูพราหมณ์ผู้ประเสริฐ

ซึ่งหมอบอยู่แทบเท้าเรานี้ มีรัศมีเหมือนกลีบบัว

[๒๓๒]

พราหมณ์นี้ปรารถนาตำแหน่งประเสริฐสุดของภิกษุ

เพราะการบริจาคทานด้วยศรัทธานั้น

และเพราะการฟังพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้า

[๒๓๓]

พราหมณ์นี้จักเป็นผู้มีความสุขในทุกภพ

เวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่

จักได้ตำแหน่งนั้นตามใจปรารถนาในอนาคตกาล

[๒๓๔]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๒๓๕]

พราหมณ์นี้จักมีนามว่าโกฏฐิกะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น’

[๒๓๖]

ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว

เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา

บำรุงพระชินเจ้าจนตลอดชีวิตในครั้งนั้น

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา

[๒๓๗]

ด้วยวิบากกรรมนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๒๓๘]

ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๐๐ ชาติ

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ

[๒๓๙]

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น

ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีความสุขในทุกภพ

[๒๔๐]

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ

คือ (๑) เทวดา (๒) มนุษย์

คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดีแล้ว

[๒๔๑]

ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล

คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์

จะไม่เกิดในตระกูลที่ต่ำ

นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดีแล้ว

[๒๔๒]

เมื่อถึงภพสุดท้าย

ข้าพเจ้าได้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

เกิดในตระกูลพราหมณมหาศาล

ที่มีทรัพย์มากในกรุงสาวัตถี

[๒๔๓]

มารดาของข้าพเจ้าชื่อจันทวดี

บิดาของข้าพเจ้าชื่ออัสสลายนะ

ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำบิดาของข้าพเจ้า

เพื่อความบริสุทธิ์ทุกอย่าง

[๒๔๔]

ข้าพเจ้าเลื่อมใสในพระสุคต

ได้บวชเป็นบรรพชิต

พระโมคคัลลานะเป็นพระอาจารย์

พระสารีบุตรเป็นพระอุปัชฌาย์

[๒๔๕]

ในขณะกำลังปลงผม ข้าพเจ้าก็ตัดทิฏฐิพร้อมทั้งรากได้

และขณะนุ่งผ้ากาสาวะ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๒๔๖]

ข้าพเจ้ามีปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ

เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้เลิศในโลก

จึงทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

[๒๔๗]

ข้าพเจ้าถูกท่านพระอุปติสสะ

ไต่ถามในปฏิสัมภิทาก็แก้ได้ไม่ขัดข้อง

เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้เลิศในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๒๔๘]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๔๙]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๕๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระมหาโกฏฐิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

มหาโกฏฐิกเถราปทานที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. พาหิยเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๔. กัจจายวรรคหัวข้อถัดไป๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทาน