ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๔. กัจจายวรรค
  12. /
  13. ๙. ราธเถราปทาน

๙. ราธเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๒๙ · บรรทัด ๓๒๙๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. ราธเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระราธเถระ

(พระราธเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๙๖]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง เป็นพระมุนี มีพระจักษุ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๒๙๗]

พระองค์เป็นผู้ตรัสสอน ทรงแสดงธรรมให้สัตว์รู้ชัดได้

ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น

ทรงฉลาดในเทศนา เป็นพระพุทธเจ้า

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๒๙๘]

พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา

ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลเพื่อสรรพสัตว์

ทรงทำเดียรถีย์ที่มาเฝ้าทั้งหมดให้ดำรงอยู่ในศีล ๕

[๒๙๙]

เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาสนาจึงหมดความอากูล

ว่างจากพวกเดียรถีย์

และงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้ได้วสี ผู้คงที่

[๓๐๐]

พระมหามุนีพระองค์นั้น ทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก

มีพระฉวีวรรณคล้ายทองคำที่ล้ำค่า

มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ๑-

[๓๐๑]

ขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี

พระชินสีห์พระองค์นั้น

ก็ดำรงพระชนมายุอยู่ประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๓๐๒]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสวดี เรียนจบมนตร์

ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐกว่านรชน

[๓๐๓]

ทรงมีความเพียรมาก ทรงแกล้วกล้าในบริษัท

ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ทรงกำลังตั้งภิกษุผู้มีปฏิภาณไว้

ในตำแหน่งเอตทัคคะแล้วได้ฟังพระธรรมเทศนา

[๓๐๔]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าทำสักการะในพระองค์ผู้เป็นผู้นำสัตว์โลก

พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์ แล้วหมอบลงแทบพระบาทด้วยเศียรเกล้า

ปรารถนาตำแหน่งนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้

[๓๐๕]

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค

ผู้มีพระรัศมีซ่านออกจากพระวรกายดุจแท่งทอง

ได้ตรัสกับข้าพเจ้าด้วยพระสุรเสียงอันน่ายินดี

มีปกตินำมลทินคือกิเลสออกไปว่า

[๓๐๖]

‘จงเป็นผู้มีความสุข

มีอายุยืนเถิด ปณิธาน(ความปรารถนา) ของเธอก็จงสำเร็จเถิด

สักการะที่เธอทำในเราพร้อมทั้งพระสงฆ์ก็จงมีผลไพบูลย์อย่างยิ่งเถิด

[๓๐๗]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๓๐๘]

พราหมณ์นี้จักมีนามว่าราธะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

[๓๐๙]

พระผู้ทรงเป็นผู้นำพระองค์นั้น

เป็นพระราชโอรสของเจ้าศากยะ ทรงองอาจกว่านรชน

ทรงยินดีในคุณที่เป็นเหตุของท่านแล้ว จักทรงแต่งตั้งท่านว่า

เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีปฏิภาณ’

[๓๑๐]

ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว

เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา

บำรุงพระชินเจ้าจนตลอดชีวิต ในครั้งนั้น

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา

[๓๑๑]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๓๑๒]

ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๐๐ ชาติ

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ

[๓๑๓]

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอย่างไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น

ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีความสุขในทุกภพ

[๓๑๔]

เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลที่ยากจน

ขาดเครื่องนุ่งห่มและอาหาร

ในกรุงราชคฤห์ที่อุดมสมบูรณ์

[๓๑๕]

ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแก่พระสารีบุตรผู้คงที่

ในเวลาที่ข้าพเจ้าแก่เฒ่า ได้อาศัยอารามนั้นอยู่

[๓๑๖]

ครั้งนั้น ไม่มีภิกษุรูปใดบวชให้ข้าพเจ้าผู้แก่เฒ่า

ผู้มีกำลังและเรี่ยวแรงถดถอย

เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นคนตกยาก

มีผิวพรรณไม่ผ่องใสและเศร้าโศก

[๓๑๗]

พระมหามุนีผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา

ทอดพระเนตรเห็นเข้าจึงตรัสถามข้าพเจ้าว่า

‘ลูก ไฉนจึงเศร้าโศก จงบอกถึงความเสียดแทงที่เกิดในใจของเธอ’

[๓๑๘]

ข้าพเจ้าได้กราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร

ข้าพระองค์ไม่ได้บวชในศาสนาของพระองค์ ซึ่งพระองค์ตรัสดีแล้ว

เพราะความเศร้าโศกนั้น ข้าพระองค์จึงเป็นคนตกยาก

ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นผู้นำ

ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ด้วยเถิด’

[๓๑๙]

ครั้งนั้น พระมุนีผู้ประเสริฐ

ได้รับสั่งให้เรียกภิกษุมาประชุมพร้อมแล้วตรัสถามว่า

‘ผู้ที่นึกถึงสักการะยิ่งใหญ่ของพราหมณ์นี้ได้ มีอยู่หรือจงบอกมา’

[๓๒๐]

ครั้งนั้น พระสารีบุตรได้กราบทูลว่า

‘ข้าพระองค์ระลึกถึงสักการะของเขาได้อยู่

พราหมณ์นี้ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง

แก่ข้าพระองค์ผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า’

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

[๓๒๑]

สาธุ สาธุ สารีบุตร เธอเป็นคนกตัญญู

เธอจงให้พราหมณ์เฒ่านี้บวชเถิด

เขาจักเป็นปูชนียบุคคล’

[๓๒๒]

ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้รับการบรรพชาอุปสมบท

ด้วยกรรมวาจา และไม่นานนักก็ได้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ

[๓๒๓]

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้เพลิดเพลิน

ฟังพุทธดำรัสโดยความเคารพ

ฉะนั้น พระชินเจ้าจึงทรงตั้งข้าพเจ้าว่า

เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายปฏิภาณ

[๓๒๔]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๒๕]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๓๒๖]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระราธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ราธเถราปทานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๔. กัจจายวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. โมฆราชเถราปทาน