ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๕. ภัททิยวรรค
  12. /
  13. ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน

๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๓๑ · บรรทัด ๓๔๓๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕๕. ภัททิยวรรค

หมวดว่าด้วยพระภัททิยะเป็นต้น

๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระลกุณฏกภัททิยเถระ

(พระลกุณฏกภัททิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลกในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๒]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรเศรษฐีผู้มีทรัพย์มากในกรุงหงสวดี

เที่ยวเดินเล่นพักผ่อนอยู่ ได้ไปถึงสังฆาราม

[๓]

ครั้งนั้น พระผู้ทรงเป็นผู้นำ ผู้ส่องโลกให้สว่างไสวพระองค์นั้น

ทรงแสดงธรรม ได้ตรัสสรรเสริญสาวก

ผู้ประเสริฐกว่าภิกษุทั้งหลายที่มีเสียงไพเราะ

[๔]

ข้าพเจ้าได้ฟังการสรรเสริญนั้นแล้วก็พลอยยินดี

จึงได้ทำสักการะแด่พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

กราบพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว

ปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๕]

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ได้ตรัสพยากรณ์ในท่ามกลางสงฆ์ว่า

ในอนาคตกาล ท่านผู้นี้จักได้ตำแหน่งนี้สมความปรารถนา

[๖]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๗]

บุตรเศรษฐีนี้จักมีนามว่าภัททิยะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

[๘]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๙]

ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป

พระชินเจ้าพระนามว่าผุสสะ ทรงเป็นผู้นำ

หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก ยากที่จะข่มได้

ประเสริฐกว่าสัตว์โลกทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๑๐]

และพระองค์ทรงเพียบพร้อมด้วยจรณะ

ทรงเป็นผู้ประเสริฐ เที่ยงตรง ทรงมีความเพียรเผากิเลส

ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลเพื่อสรรพสัตว์

ทรงเปลื้องสัตว์จำนวนมากจากกิเลสเครื่องจองจำ

[๑๑]

ข้าพเจ้าเกิดเป็นนกดุเหว่าขาว

อาศัยอยู่ที่ต้นมะม่วงใกล้พระคันธกุฎี

อันประเสริฐน่าเพลิดเพลินยินดี

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะพระองค์นั้น

[๑๒]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเห็นพระชินเจ้าผู้ประเสริฐสุด

ทรงเป็นทักขิไณยบุคคล กำลังเสด็จบิณฑบาต

จึงทำจิตให้เลื่อมใส แล้วส่งเสียงร้องอย่างไพเราะ

[๑๓]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบินไปที่สวนหลวง

คาบมะม่วงผลที่สุกดีมีเปลือกเหมือนทองคำ

น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๑๔]

ขณะนั้น พระชินเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำ

ประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงทราบวารจิตของข้าพเจ้า

จึงทรงรับบาตรมาจากมือของภิกษุผู้อุปัฏฐาก

[๑๕]

ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริงได้ถวายผลมะม่วงแด่พระมหามุนี

ครั้นใส่บาตรแล้วก็ประนมปีก

[๑๖]

ส่งเสียงร้องด้วยเสียงไพเราะน่ายินดี น่าฟัง

เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า แล้วกลับไปหลับนอน

[๑๗]

ครั้งนั้น นกเหยี่ยวผู้มีใจหยาบช้า

ได้โฉบข้าพเจ้าผู้มีจิตเบิกบาน

มีอัธยาศัยน้อมไปสู่ความรักต่อพระพุทธเจ้าไปฆ่าเสีย

[๑๘]

ข้าพเจ้าจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

ไปเสวยสุขอย่างมากอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต

แล้วมาสู่กำเนิดมนุษย์เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น

[๑๙]

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ มีพระยศยิ่งใหญ่

ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๒๐]

พระองค์นั้นพร้อมสาวกทรงประกาศศาสนาให้รุ่งเรือง

ข่มเดียรถีย์ผู้หลอกลวงเสียแล้ว ทรงแนะนำเวไนยสัตว์

ปรินิพพานแล้ว

[๒๑]

เมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้เลิศในโลก เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

ประชุมชนจำนวนมากที่เลื่อมใส

สร้างพระสถูปเพื่อจะบูชาพระพุทธเจ้าผู้ศาสดา

[๒๒]

พวกเขาปรึกษากันอย่างนี้ว่า

เราทั้งหลายจักช่วยกันสร้างพระสถูปของพระศาสดา

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ให้สูงถึง ๗ โยชน์

ประดับด้วยรัตนะ ๗ ประการ

[๒๓]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นจอมทัพของพระเจ้าแผ่นดิน

แคว้นกาสีพระนามว่ากิกี

ได้พูดถึงขนาดเจดีย์ของพระพุทธเจ้า

ผู้ทรงพระคุณหาประมาณมิได้

[๒๔]

ครั้งนั้น ชนเหล่านั้นได้ช่วยกันสร้างเจดีย์ของพระศาสดา

ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์กว่านรชน สูงเพียงโยชน์เดียว

ประดับด้วยรัตนะนานาชนิดตามคำแนะนำของข้าพเจ้า

[๒๕]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๒๖]

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลเศรษฐี

ที่มั่งคั่ง สมบูรณ์ มีทรัพย์มากในกรุงสาวัตถี

[๒๗]

ข้าพเจ้าได้เห็นพระสุคตในเวลาเสด็จเข้านคร

เป็นผู้มีความอัศจรรย์ใจ บวชแล้วไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๒๘]

ด้วยกรรมคือการลดขนาดของพระเจดีย์ที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้แล้ว

ข้าพเจ้าจึงมีร่างกายต่ำเตี้ย น่าเย้ยหยัน

[๒๙]

ข้าพเจ้าบูชาพระพุทธเจ้าผู้เป็นฤาษีผู้ประเสริฐ ด้วยเสียงที่ไพเราะ

จึงได้ถึงความเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายที่มีเสียงไพเราะ

[๓๐]

ด้วยการถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้า

และด้วยการระลึกถึงพระพุทธคุณ

ข้าพเจ้าจึงสมบูรณ์ด้วยสามัญผลอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๓๑]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๒]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๓๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระลกุณฏกภัททิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ลกุณฏกภัททิยเถราปทานที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๐. โมฆราชเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๕. ภัททิยวรรคหัวข้อถัดไป๒. กังขาเรวตเถราปทาน