ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๕. ภัททิยวรรค
  12. /
  13. ๒. กังขาเรวตเถราปทาน

๒. กังขาเรวตเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๓๒ · บรรทัด ๓๔๙๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. กังขาเรวตเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระกังขาเรวตเถระ

(พระกังขาเรวตเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๔]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๓๕]

พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มีพระหนุเหมือนคางราชสีห์

พระดำรัสเหมือนเสียงพรหม

พระดำรัสที่เปล่งออกดุจเสียงหงส์และเสียงมโหระทึก

เสด็จดำเนินประดุจการก้าวย่างของพญากุญชร

มีพระรัศมีประหนึ่งรัศมีของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เป็นต้น

[๓๖]

ทรงพระปรีชามาก มีความเพียรมาก

มีความเพ่งพินิจมาก ทรงรู้คติของเหล่าสัตว์จำนวนมาก

ประกอบด้วยพระมหากรุณา

เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ ทรงขจัดความมืดใหญ่

[๓๗]

บางคราว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศในโลกทั้ง ๓ เป็นมุนี

ทรงทราบวารจิตของสัตว์ทั้งหลายพระองค์นั้น

เมื่อจะทรงแนะนำเวไนยสัตว์หมู่ใหญ่จึงทรงแสดงธรรม

[๓๘]

พระชินเจ้าตรัสสรรเสริญภิกษุผู้มีปกติเข้าฌาน

ยินดีในฌาน มีความเพียร สงบระงับ

มีจิตไม่ขุ่นมัว ทรงทำหมู่ชนผู้เป็นบริษัทให้ยินดี

[๓๙]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสาวดี จบไตรเพท

ได้ฟังพระธรรมแล้วก็พลอยยินดี

จึงปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๔๐]

ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ได้ตรัสพยากรณ์ในท่ามกลางสงฆ์ว่า

จงยินดีเถิด พราหมณ์ เธอจักได้ตำแหน่งนั้นสมความปรารถนา

[๔๑]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๔๒]

เขาจักมีนามว่าเรวตะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

[๔๓]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๔๔]

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลกษัตริย์

ที่มั่งคั่งสมบูรณ์ มีทรัพย์มาก ในกรุงโกลิยะ

[๔๕]

ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมในกรุงกบิลพัสดุ์

ข้าพเจ้าเลื่อมใสในพระสุคต จึงออกบวชเป็นบรรพชิต

[๔๖]

ความสงสัยของข้าพเจ้าในสิ่งที่ควรและไม่ควรนั้นๆ มีมาก

พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมที่ประเสริฐ

กำจัดข้อสงสัยทั้งปวงนั้น

[๔๗]

จากนั้น ข้าพเจ้าก็ข้ามพ้นสงสารได้

เป็นผู้มีความยินดีอยู่ในสุขที่เกิดแต่ฌานทุกเมื่อ

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าจึงตรัสพระดำรัสนี้ว่า

[๔๘]

ความสงสัยบางอย่างในความรู้ของตน

หรือในความรู้ของผู้อื่นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

ความสงสัยทั้งปวงนั้น บุคคลผู้มีปกติเข้าฌาน

มีความเพียรประพฤติพรหมจรรย์ย่อมละได้

[๔๙]

กรรมที่ข้าพเจ้าทำได้ไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐

ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้

ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว(จากกิเลส)

ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง

ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว

[๕๐]

ลำดับนั้น พระมุนีผู้มีพระปรีชามาก

ทรงถึงที่สุดโลก ทรงเห็นข้าพเจ้าว่ายินดีในฌานเนืองนิจ

จึงทรงตั้งข้าพเจ้าว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่ยินดีในฌาน

[๕๑]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๕๒]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๕๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระกังขาเรวตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

กังขาเรวตเถราปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๕. ภัททิยวรรคหัวข้อถัดไป๓. สีวลีเถราปทาน